
สภานร.วอน"มาร์ค"แก้ปัญหาใต้-ยาเสพติด
สภานักเรียนเข้าพบนายกฯ เด็กหญิงจาก 3 จ.ชายแดนใต้ร่ำไห้ วอนเร่งปักธงพัฒนาการศึกษาพื้นที่ หวังเป็นเครื่องมือที่หยั่งยืนดับไฟใต้ ขณะที่เด็กอีสานให้ช่วยขจัดยาเสพติด ชี้แผนปราบยาเสพติดของรัฐบาลมีรูรั่ว ขณะที่"อภิสิทธิ์"ประกาศวาระวันเด็กแห่งชาติชู 5 เรื่องเพิ่ม
เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2553 เวลา 10.30 น. สภานักเรียนไทยหัวใจสมานฉันท์ยึดมั่นธรรมาภิบาล รวม 450 ค ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ โดยตัวแทนสภานักเรียนแต่ละภาคที่ได้นำเสนอปัญหาในมุมมองของเยาวชนที่ต้องการให้นายกฯและรัฐบาลเร่งแก้ไขด้วย
นายสมศักดิ์ ศรีชมพู ร.ร.สอนคนตาบอด จ.เชียงใหญ่ ประธานสภานักเรียนการศึกษาพิเศษ นำเสนอปัญหาของเด็กพิการ ว่า นักเรียนพิการมีปัญหาเรียนจบไม่มีงานทำเหมือนกับคนพิการส่วนใหญ่ในประเทศ อาชีพที่คนพิการทำได้มีแค่ขายล็อตตารี่ หรือไม่ก็เป็นขอทาน จึงไม่รู้ว่า เด็กพิการจะเรียนไปทำไม เรียนแล้วก็ไม่ได้นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นอยากให้รัฐบาลจัดตั้งองค์กรสำหรับจัดหางานให้คนพิการโดยเฉพาะ ให้คนพิการได้ทำงานตรงตามสายที่เรียนจบ
นายครองชนม์ จันทลา โรงเรียนสว่างดินแดน ประธานสภานักเรียนภาคอีสาน นำเสนอปัญหาภาคอีสานว่า ในภาคอีสานมีปัญหาอยู่มากแต่ที่หนักสุด คือ ปัญหายาเสพติด ตนเห็นเพื่อน ๆ ติดยาเสพติดมากมาย ในโรงเรียนก็มียาเสพติด และขอย้ำว่า ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกันยาเสพติด คือ รั้วครอบครัว รั้วชุมชน รั้วโรงเรียน รั้วสังคม รั้วชายแดน นั้น มีรูรั่ว รวมทั้งนโยบายห้ามเปิดสถานเริงรมย์ใกล้สถานศึกษา หรือห้ามขายเหล้าให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็ยังมีการฝ่าฝืนอยู่ ตำรวจไปไหนไม่มาดูแบ เพราะฉะนั้น อยากให้รัฐบาลกวดขันกว่านี้
นายสิริวัฒน์ ณ ระนอง ร.ร.กัลยาณีศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช ตัวแทนสภาเยาวชนภาคใต้ นำเสนอปัญหาของภาคใต้ว่า ต้องการนำเสนอปัญหาการรุกรานของห้างใหญ่ ทำให้ร้นค้าย่อยอยู่ไม่ได้ รวมทั้งปัญหาประมงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทำให้เรือประมงของชาวบ้านจับปลาไม่ได้ นอกจากนั้น ยังมีปัญหาอุตสาหกรรมกระทบสิ่งแวดล้อม และกระทบการท่องเที่ยวในภาคใต้ ซึ่งถ้าไม่รีบแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ชุมชนในภาคใต้ที่วิถีชีวิตเริ่มเปลี่ยนไปแล้วอาจถึงขึ้นล่มสลายได้ อย่างไรก็ตาม แต่ละปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีองค์กรของรัฐคอยควบคุมดูแลอยู่แล้ว แต่อยากให้รัฐบาลควบคุมองค์กรเหล่านี้ให้ปฏิบัติหน้าที่โดยเคร่งครัดขึ้น แล้วปัญหาต่าง ๆ จะดีขึ้น
นายณัฐนนท์ เฟื่องนคร ร.ร.สิงห์สมุทร จ.ชลบุรี นำเสนอปัญหาของภาคกลาง ว่า อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเยาวชนเป็นเหยื่อของโฆษณา สื่อทางโทรทัศน์ยั้น ทำให้เรารู้โดยไม่ต้องคิด แต่ในต่างประเทศนั้น มีการสอนให้รู้เท่าทันสื่อ โฆษณา ที่เรียกว่า Media Study เพราะฉะนั้น อยากให้กระทรวงศึกษาธิการ บรรจุวิชานี้ไว้ในหลักสูตรพื้นฐานด้วย เด็กไทยจะได้รู้จักคิด วิเคราะห์และเท่าทันสื่อ
นายณัฐวุฒิ ยศหล้า ร.ร.ท่าวังผาพิทยาคม จ.น่าน นำเสนอปัญหาของภาคเหนือ ว่า อยากให้รัฐบาลดูแลเด็กด้อยโอกาส เด็กยากจน ในภาคเหนือที่มีอยู่จำนวนมาก ยางคนยังไม่ได้สัญชาติไทยด้วยซ้ำ เด็กเหล่านี้อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดาร ร.ร.ขาดแคลนสื่อ อุปกรณ์การเรียน เพราะฉะนั้น ควรจัดตั้งระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในท้องถิ่นทุรกันดาร ให้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา ดูแลคุณภาพชีวิตเด็กด้อยโอกาส และให้ยกระดับมาตรฐานร.ร.ในพื้นที่ทุรกันดารด้วย
น.ส.นีตา มาหา ร.ร.แม่ลานวิทยา จ.ปัตตานี ร้องไห้นำเสนอปัญหาของเยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เด็กใน 3 จังหวัดฯไม่มีอนาคต มีแต่สิ่งที่น่ากลัวตลอดช่วงเวลาเกือบทศวรรษที่ผ่านมา เด็กในพื้นที่นี้ต้องอยู่อย่างลำบาก เผชิญปัญหามากมาย ไปร.ร.ก็ต้องมีทหารคอยไปรับไปส่ง ชีวิตของตัวเองก็ไม่รู้เมือไหร่เขาจะมาทำร้าย
ปัญหาเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อหลายด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษา เห็นได้ชัดจากคะแนนโอเน็ตของเด็กใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ซึ่งอยู่รั้งท้าย3 อำดับสุดท้ายของทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น อยากให้พัฒนาการศึกษาในพื้นที่ให้มีศักยภาพสูงกว่านี้ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในพื้นที่ ซึ่งการพัฒนากรศึกษาจะเป็นหนทางแก้ปัญหาความไม่สงบที่ตรงจุดที่สุด เพราะการศึกษาจะพัฒนาคนให้ คิดเป็น ทำเป็น
น.ส.นีตา กล่าวว่า รัฐบาลควรเพิ่มทุนการศึกษาประเภทต่าง ๆ ให้เด็กในพื้นที่ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นทุนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานหรืออุดมศึกษา รวมทั้งให้ทุนนร.ม.ปลายที่เรียนดี ความประพฤติดี ไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์เรียนในร.ร.ดังของกรุงเทพฯ เพื่อให้เด็กได้เห็นความเจริญแล้วนำกลับพัฒนาบ้านเกิด และอยากให้ขยายโครงการรินน้ำใจ จากปัจจุบันที่จัดแค่ปีละ 5 วัน เป็นภาคเรียนละ 5 วัน เพื่อให้เด็กใต้ได้มีโอกาสติวกับติวเตอร์ ครูเก่ง ๆ ของกรุงเทพฯ บ้าง
“การสงเสริมฝึกอาชีพให้เด็กใต้ นอกจากทำให้เด็กมีรายได้ ช่วยลดภาระครอบครัว เป็นกรใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติดแล้ว ยังช่วยป้องกันให้เยาวชนไม่เป็นเครื่องมือของผู้ก่อความไม่สงบที่ชักจูงให้ทำสิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ จริง ๆ แล้ว ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ เกิดจากเยาวชนขาดการศึกษาที่ดีที่ถูกต้อง ต้นเหตุคือ การศึกษา เพราะฉะนั้น รัฐบาลจะต้องทุ่มเทให้การศึกษาอย่างมาก การศึกษาจะทำให้เยาวชนคิดดี ทำดี แยกได้ว่าอะไรควรไม่ควร ซึ่งในที่สุดจะทำให้ภาคใต้กลับมาสงบสุข คลี่คลายจากปัญหาต่าง ๆ ความสงบถาวรจะเกิดขึ้นได้ “ น.ส.นีตา กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวหลังรับฟังการนำเสนอปัญหาของเยาวชนทุกภาคว่า ปัญหาที่เยาวชนสะท้อนมาจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อมอบหมายหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาต่อไป อย่าไรก็ตาม สำหรับปัญหาของเด็กพิการนั้น ได้ให้นโยบายกับรมว.กระทรวงแรงงานแล้ว ให้ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมให้มีการรับคนพิการเข้าทำงานมากขึ้น
"ส่วนปัญหาเรื่องยาเสพติดนั้น ผมยอมรับว่า ปัญหาใหญ่สุดในสังคมไทยคือการบังคับใช้กฎหมาย หลายครั้งมักจะเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายเข้มข้นขึ้น แต่ปัญหาใหญ่แท้จริงคือมีกฎหมายอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดได้ ส่วนปัญหาของภาคใต้นั้น รัฐบาลก็กำลังปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ เพราะรัฐบาลเองก็ต้องการให้ธุรกิจขนาดเล็กอยู่ได้ ส่วนปัญหาเรื่องอุตสาหกรรมกระทบสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวนั้น ต่อไปโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมหนักที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต้องนำเสนอผลการศึกษาเรื่องผลกระทบอย่างชัดเจนก่อน" นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนั้น รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะพัฒนาการศึกษาทั้งประเทศโดยเฉพาะร.ร.ขนาดเล็กในพื้นที่ทุรกันดารอยู่แล้ว และบริการพื้นฐานทั้งการศึกษาและการรักษาพยาบาลจะให้แก่ทุกคนที่อยู่ในไทยโดยไม่จำกัดสัญชาติ ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น รัฐบาลได้เพิ่มทุนการศึกษาให้เด็กในพื้นที่ดังกล่าวจาก 2,000 ทุนเป็น 10,000 ทุนในปี 53 พร้อมมีแผนพัฒนาการศึกษาในพื้นที่อยู่แล้ว เพราะรัฐบาลเห็นด้วยว่า การศึกษา การพัฒนาคนเป็นหัวใจสำคัญที่จะพลิกผันสถานการณ์ความไม่สงบได้
นายกรัฐมนตรี ยังได้ประกาศวาระวันเด็กแหงชาติปิดท้ายด้วยว่า ปีนี้ รัฐบาลจะดำเนินการเพื่อเด็ก 5 เรื่อง ได้แก่ 1.เพิ่มแหล่งเรียนรู้ที่ดีให้เยาวชน ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ แหล่งทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ 2. เพิ่มสื่อสร้างสรรค์ที่ดี 3.ให้กลไกการทำงานภาครัฐและเอกชนเป็นกลไกที่ดีสำหรับเด็ก 4.ส่งเสริมสายสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว5. คุ้มครองเด็กจากอบายมุข ความไม่ปลอดภัยและค่านิยมที่ผิด ๆ
หลังจากนั้นนายกฯเยี่ยมชมนิทรรศการที่หลายหน่วยงานทั้งภาคเอกชนและราชการร่วมกันจัดขึ้น นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีพบปะพูดคุยกับเด็ก ๆ ที่คัดเลือกมาพิเศษ โดยมีเด็กหญิงทิศากร คำหาญ จากจังหวัดนครพนม ที่ได้รับการคัดเลือกมาจากเด็กที่เขียนจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต และบอกว่าอยากเป็นนักการเมือง โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องการให้เด็ก ๆ สนใจการเมืองและไม่อยากให้เด็กมองว่าการเมืองเป็นเรื่องไม่ดี ส่วนเด็กอีก 5 คนเป็นเด็กที่ชนะเลิศการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ 5 สาขา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบของที่ระลึกพิเศษให้ทั้ง 6 คน



