
ทุนญี่ปุ่นมาบตาพุดวุ่นแบงก์ไม่ให้กู้ปตท.ย้ำไม่ยืดหนี้
เจโทรพบ "กอร์ปศักดิ์" โอดโครงการของญี่ปุ่นในมาบตาพุดที่ถูกระงับกำลังแย่ แบงก์ระงับเงินกู้ใหม่และไม่ยืดเวลาเบิกจ่าย ปตท.ย้ำไม่มีปัญหาต้องเจรจายืดหนี้ กนอ.ขีดเส้นอินโดรามาระงับการกำจัดสิ่งปฏิกูล
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังนายมุเนโนริ ยามาดะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) เข้าพบเมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมาว่า เจโทรแจ้งว่า ขณะนี้โครงการลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่นในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่ถูกศาลปกครองระงับการดำเนินงาน กำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างมาก โดยธนาคารต่างประเทศ ที่ปล่อยกู้ให้บริษัทในรูปแบบการปล่อยกู้ร่วม ต่างก็ระงับการให้เงินกู้ใหม่และไม่ยืดระยะเวลาการเบิกจ่ายเงินกู้แก่โครงการที่ถูกระงับ ส่งผลทำให้บริษัทเหล่านี้ขาดเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน
นอกจากนี้ บริษัทลูกในไทยไม่สามารถขอเงินลงทุนสนับสนุนจากบริษัทแม่ในญี่ปุ่นได้ เพราะเกรงว่าผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ในญี่ปุ่นจะไม่เห็นด้วย ทางญี่ปุ่นจึงขอให้รัฐบาลให้สถาบันการเงินของไทยเข้าไปให้ความช่วยเหลือทางการเงิน
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการของกลุ่มของ ปตท.ที่ถูกระงับการดำเนินกิจกรรมชั่วคราวในพื้นที่มาบตาพุด จำนวน 25 โครงการ และต่อมาศาลปกครองมีคำสั่งให้ดำเนินงานต่อได้แล้ว 7 โครงการ เหลืออีก 18 โครงการที่ยังดำเนินการไม่ได้ ซึ่งหากทั้ง 18 โครงการดังกล่าวต้องล่าช้าไป จะกระทบต่อต้นทุนการเงินและจะทำให้กำไรของ ปตท.ได้รับผลกระทบด้วย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ปตท.ไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากนัก จนทำให้ต้องไปเจรจากับเจ้าหนี้ เพราะฐานะการเงินของกลุ่ม ปตท.ค่อนข้างแข็งแรง ดังนั้น แม้ต้นทุนการเงินจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังสามารถชำระเงินกู้ได้ ขณะที่สถาบันการเงินเองก็มั่นใจความสามารถ และกระแสเงินสดของ ปตท. นอกจากนั้น จากที่ได้หารือกับผู้บริหารสถาบันการเงินต่างก็เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างดี และเห็นตรงกันว่า สุดท้ายแล้วต้องมีมาตรการที่ชัดเจนให้ภาคเอกชนปฏิบัติ
"แม้ ปตท.จะกู้เงินมาดำเนินโครงการ แต่ตามหลักการของสถาบันการเงินพิจารณาที่ตัวบริษัทด้วย ประกอบกับโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการส่วนขยาย มีเพียงโครงการเดียว ดังนั้น จึงขอให้สบายใจว่า ปตท.ไม่มีแผนเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อยืดหนี้" นายประเสริฐกล่าว
นางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.ได้ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของโรงงานอุตสาหกรรมในมาบตาพุด โดยในเดือนธันวาคม 2552 มีปัญหากลิ่นเหม็นในพื้นที่ พบโรงงานที่มีปัญหาในการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งเมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา กนอ.ได้สั่งให้บริษัท อินโดรามา ปิโตรเคมี จำกัด ระงับการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วนับตั้งแต่ได้รับหนังสือ และให้ดำเนินการปรับปรุงระบบขจัดมลพิษทางอากาศให้มีคุณภาพอากาศที่ระบายออกสู่บรรยากาศให้เป็นไปตามรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)



