ข่าว

ชวนแฟนบอลไทย
สวมเสื้อชมพูดูคิงส์คัพ
"ร็อบโบ้" กระตุ้น
แข้งไทยไม่แพ้ใคร

ชวนแฟนบอลไทย สวมเสื้อชมพูดูคิงส์คัพ "ร็อบโบ้" กระตุ้น แข้งไทยไม่แพ้ใคร

09 ม.ค. 2553

ทีมลูกหนัง "โคนม" เดนมาร์ค แชมป์เก่า "คิงส์คัพ" เดินทางถึงไทยเป็นทีมแรก วันที่ 12 ม.ค.นี้ ตามด้วย สิงคโปร์ และโปแลนด์ "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" ประธานอำนวยการจัดการแข่งขันชวนแฟนบอลไทย สวมเสื้อสีชมพูถวายความจงรักภักดีแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวันเปิดสนาม

 เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 40 ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการที่บ้านพัก ถ.ราชวิถี ซอย 20 เพื่อเตรียมการจัดแข่งขันระหว่างวันที่ 17-23 มกราคมนี้ ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 จ.นครราชสีมา 
  นายสุวัจน์ กล่าวว่า  ทั้ง 3 ชาติได้แจ้งวันเดินทางถึงไทยแล้ว โดย เดนมาร์ก จะมาถึงวันที่ 12 มกราคม, สิงคโปร์ 15 มกราคม และโปแลนด์ 16 มกราคม สำหรับพิธีเปิด วันที่ 17 มกราคม จะเริ่มในเวลา 18.00 - 18.30 น. มี พล.ร.อ. ชุมพล ปัจจุสานนท์ องคมนตรีเป็นประธาน โดยประชาชนจะร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยจะมีการฉายภาพมัลติมีเดียเทคโนโลยี รวมถึงการจุดเทียนชัยถวายพระพร ร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสุดดีมหาราชา ร่วมกันทั้งสนาม พร้อมด้วยการจุดพลุไฟตระการตา โดยคาดว่าจะมีประชาชนเข้ามาเต็มความจุ 23,000 ที่นั่ง  ทั้งนี้ ตนขอเชิญชวนทุกคนสวมเสื้อสีชมพูเพื่อถวายความจงรักภักดีร่วมกัน
 "งบประมาณจัดการแข่งขัน ครั้งนี้ ใช้ไม่เกิน10 ล้านบาท โดยไม่เกี่ยวข้องกับงบราชการ และสมาคมฟุตบอลฯ แต่เป็นการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ ซึ่งผมหวังว่าการแข่งขันจะช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวไทย  และหวังว่าทีมชาติไทยจะคว้าแชมป์ได้"  นายสุวัจน์ กล่าว
 สำหรับโปรแกรมแข่งขัน วันที่ 17 มกราคม คู่แรก เดนมาร์ก-โปแลนด์ เวลา 16.00น. ,ไทย-สิงคโปร์ เวลา 18.30 น. วันที่ 20 มกราคม  สิงคโปร์ - เดนมาร์ก เวลา 16.00 น.,  โปแลนด์ -ไทย เวลา 18.30 น. และวันที่ 23 มกราคม โปแลนด์-สิงคโปร์ เวลา 16.00น., ไทย-เดนมาร์ก เวลา 18.30น. โดยช่อง 7 ถ่ายทอดสดทุกนัดที่ทีมชาติไทยลงสนาม บัตรราคา 200, 100, 50 บาท และ20 บาทสำหรับนักเรียนในเครื่องแบบ
          ในขณะที่ “ร็อบโบ้” ไบรอัน ร็อบสัน กุนซือชาวอังกฤษ เปิดเผยถึงผลงานของ ทีมไทย ซึ่งทำได้ไม่ดีนักในศึกลูกหนังเอเชี่ยน คัพ รอบคัดเลือก กลุ่มอี โดยต้องไปลุ้นเข้ารอบนัดสุดท้ายกับอิหร่าน ในวันที่ 3 มีนาคม ซึ่งกำลังถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องของการเตรียมทีมทั้งที่มีเวลาเป็นเดือน แต่มาเร่งเตรียมทีมแค่ 2 สัปดาห์ก่อนแข่งขันว่า เรื่องของเวลาในการเตรียมทีมไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานเป็นเดือน ตนมองว่าแค่ 2 สัปดาห์ ก็อาจจะเพียงพอแล้ว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสโมสรต้นสังกัดด้วยว่ามีการเตรียมทีมที่จะลงเล่นในไทยลีกกันอย่างไรบ้าง เพราะนักเตะจะเล่นลีกระยะยาวร่วม 9 เดือน ซึ่งหลังจากหมดฟุตบอลคิงส์คัพแล้ว จะเดินทางไปดูการเตรียมทีมของสโมสรต่าง ๆ จากนั้นจะมาร่วมหารือกัน เพื่อให้การเตรียมทีมมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น
          กุนซือชาวอังกฤษ  กล่าวอีกว่า หากมองเรื่องความสามารถของนักเตะไทยแล้ว ต้องยอมรับว่าไม่เป็นรองใครในโลก ไม่ว่าจะเป็น ไรอัน กิ๊กส์,พอล สโคลส์ ,เวนย์ รูนี่ย์ ,คริสเตียโน โรนัลโด้ หรือแม้แต่ ปาร์ค จี ซอง ซึ่งเป็นชาวเกาหลีใต้ เพียงแต่สิ่งที่นักเตะไทยขาดก็คือเรื่องของทัศนะคติที่จะต้องเป็นมืออาชีพ และเรื่องของความแข็งแกร่ง ที่จะต้องเสริมเวทเทนนิ่งอย่างหนัก  
 "นักเตะต้องรู้ตัวเองว่าตอนนี้ กำลังทำอะไร เวลาไหนซ้อม เวลาไหนแข่งขัน คือ ต้องเป็นมืออาชีพ ยิ่งการฝึกซ้อมถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นักเตะระดับโลกส่วนใหญ่ เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมแล้ว ก็ยังจะซ้อมต่ออีก เพื่อเพิ่มทักษะให้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ถ้านักเตะไทย ทำได้อย่างนี้ รับรองว่าโอกาสที่จะไปค้าแข้งที่ประเทศอังกฤษ ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน" ร็อบสัน กล่าว