
ปธ.กกต.ออกจากรพ.ได้แล้วเสื้อแดงบุกกกต.สงบ
เลขาธิการ กกต. เผยประธาน กกต. ออกจาก ร.พ.ได้แล้ว เสื้อแดงบุก กกต. ติดตามคดีพยานยุบ ทรท.กลับคำให้การเป็นไปอย่างสงบยื่นหนังสือเสร็จเดินทางกลับ
(8ม.ค.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณีนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลว่า ทราบว่าขณะนี้อาการปกติแล้ว และน่าจะกลับบ้านได้ในวันนี้ ( 8 ม.ค.) ซึ่งอาการป่วยเกิดอาจจะเกิดความดันขึ้น เพราะประธาน กกต.มีโรคประจำตัวเป็นโรคความดันอยู่แล้ว ประกอบกับน่าจะพักผ่อนไม่เพียงพอ ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาคงตรากตรำกับการศึกษาสำนวนต่างๆ รวมถึงคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ที่ประชุม กกต.มีมติให้นายทะเบียนทำความเห็นตามมาตรา 95 ของ พ.ร.บ.พรรคการมือง
"ทั้งนี้เชื่อว่าปัญหาสุขภาพของประธาน กกต.จะไม่ส่งผลกับการใช้ดุลพินิจในคดีเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะโรคความดันไม่ใช้โรคเรื้อรัง ประกอบกับประธาน กกต.เป็นคนที่แข็งแรงมาก แต่ที่ผ่านมาอาจจะกินยาไม่ครบ" เลขาธิการ กกต.กล่าว
เสื้อแดงบุกกกต.ติดตามคดีพยานยุบทรท.กลับคำให้การ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 13.00 น. ได้มีกล่มคนเสื้อแดงจากวิทยุชุมนุมคนแท็กซี่ ประมาณ 30 ค นมาชุมนุมที่ศูนย์ราชการฯ อาคารบี ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงาน กกต. เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีพยานยุบพรรคไทยรักไทยกลับคำให้การ โดย นายวุฒิ สุนทรเดช แกนนำเป็นผู้ยื่นหนังสือโดยมีนายอิสระ เสียงเพราะดี ผอ.สำนักงานเลขานุการ กกต.เป็นผู้รับหนังสือทั้งนี้ในหนังสือที่ยื่นต่อ กกต.มีใจความสรุปได้ว่า ตามที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้เคยยื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธาน กกต.เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้จ้างวานให้เบิกความเท็จต่อศาลรัฐธรรมนูญ จนเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญถือเอาคำเบิกความอันเป็นเท็จมาเป็นหลักการในการยุบพรรคไทยรักไทย ซึ่งขณะนี้เวลาได้ผ่านมากว่า 1 เดือน แต่ไม่มีความคืบหน้า จึงเดินทางมาทวงถาม
อย่างไรก็ตามการชุมนุมในวันนี้เป็นไปโดยสงบ ไม่มีการนำเครื่องขยายเสียงมาปราศัย หรือมีกิจกรรมใดๆ สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย นอกจากแผงเหล็กที่นำมากั้นบริเวณประตูทางเข้า ด้านทิศตะวันออก ก็ได้มีเจ้าที่ตำรวจ ตั้งแถวเรียงหน้ากระดานพร้อมโล่ห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกรุกเข้ามาภายในอาคาร และห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้า-ออก ขณะที่พนักงานและผู้ที่มาติดต่อราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดให้เข้าทางประตูด้านทิศเหนือทางเดียวเท่านั้น
ด้านนายวุฒิ กล่าวว่าในวันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงได้เดินทางมายื่นเรื่องเพื่อติดตามความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว ซึ่งภายใน 1 เดือน หากไม่มีความคืบหน้าก็จะมาชุมนุม เพื่อทวงถามกับ กกต.อีกครั้ง พร้อมทั้งจะเพิ่มความเข้มด้วยการเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ กกต.ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากยื่นหนังสือแล้ว ในเวลาประมาณ 14.50 น.กลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้ยุติการชุมนุมและเดินทางกลับ พร้อมกันนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ถอนกำลังกลับเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมอยู่นั้น เจ้าหน้าที่อาคารได้ปิดประตูทางเข้า - ออก ทางทิศตะวันออก ป้องกันกลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้ามา แต่ยังมีประชาชนที่มาติดต่อราชการและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในศูนย์ราชการฯ พยายามขอออกมาด้านนอกอาคารทางประตูทิศดังกล่าว ทำให้ทางอาคารต้องประกาศผ่านลำโพงไปยังทุกหน่วยงานที่อยู่ภายในอาคาร ว่ามีความจำเป็นต้องปิดประตูทางเข้า - ออกทางประตูทิศตะวันออก เนื่องจากมีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ทางอาคารต้องขออภัยความไม่สะดวก
นายสุทธิพล กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยสำนักงาน กกต.ว่าก่อนหน้านี้ได้รับรายงานว่าจะมีการมาชุมนุม ราว 200 คน โดยเป็นกลุ่มแท๊กซี่ ที่ต้องการยืนเรื่องเพิ่มเติมกรณีพยานคดียุบพรรคไทยรักไทยกลับคำให้การ ทางสำนักงาน กกต.จึงต้องมีการประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเตรียมความพร้อม ซึ่งคาดว่าการชุมนุมหากอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ก็คงไม่มีสถานการณ์อะไรที่หน้าเป็นห่วง โดย กกต.ก็ได้เตรียมเจ้าหน้าที่ไว้รับเรื่องของผู้ชุมนุมแล้ว
ส่วนจะมีการตรึงกำลังไว้จนถึงวันจันทร์ที่ 11 มกราคมที่กลุ่มเสื้อแดงประกาศว่าจะมาชุมนุมหรือไม่ นายสุทธิพล กล่าวว่า คงดูตามสถานการณ์ถ้าไม่มีความจำเป็นอะไรก็คงไม่ใช้ตำรวจ แต่ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาดูแล เพราะไม่ต้องการให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ที่นี่เป็นศูนย์ราชการ มีหน่วยงานราชการอยู่เป็นจำนวนมาก จึงต้องคำนึ่งถึงความปลอดภัยของตัวอาคารด้วย และการที่ กกต.ไม่ได้เข้ามาทำงานในวันนี้ เนื่องจากไม่มีการประชุมอยู่แล้ว ไม่ได้หวั่นไหวจากที่มีข่าวจะมีการชุมนุม



