
สหรัฐฯ ไร้แผนมอบ 'วัคซีนโควิด-19' แก่ชุมชนผิวสี แม้ถูกโรคระบาดหวดหนักสุด
สหรัฐฯ ไร้แผนมอบ 'วัคซีนโควิด-19' แก่ชุมชนผิวสี แม้ถูกโรคระบาดหวดหนักสุด
เมื่อวันจันทร์ (3 ส.ค.) รายงานที่เผยแพร่ในนิตยสารโพลิติโกของสหรัฐฯ ระบุว่าแม้สหรัฐฯ จะทุ่มเทพัฒนาวัคซีนเพื่อยับยั้งการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) แต่สหรัฐฯ ยังคงไม่มีแผนมอบวัคซีนให้แก่ชุมชนคนผิวสีที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด
โพลิติโกเผยว่า “หลายทศวรรษที่ผ่านมา ชุมชนคนผิวสีไม่ค่อยได้รับโอกาสในขั้นตอนทดลองทางคลินิก พวกเขาเผชิญกับอุปสรรคในการได้รับวัคซีนมากกว่า และเก็บงำความเคลือบแคลงใจต่อระบบดูแลสุขภาพไว้อย่างลึกซึ้งกว่า”
นิตยสารหยิบยกคำกล่าวของจูลี เจอร์เบอร์ดิง (Julie Gerberding) ผู้บริหารของเมอร์ค บริษัทเวชภัณฑ์ข้ามชาติของสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่า “เราผจญอุปสรรคมากมายทั้งในแง่ความครอบคลุมของการได้รับวัคซีน รวมถึงกลุ่มคนที่เราต้องการฉีดวัคซีนให้มากที่สุดในชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันและเชื้อสายละติน ซึ่งได้รับผลกระทบจากโรคหนักหน่วงมากที่สุด”
การศึกษาจากสำนักวิจัยพิวในเดือนมิถุนายน เผยว่าแม้จำนวนชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพราะโรคโควิด-19 จะสูงกว่าคนผิวขาวเกือบ 5 เท่า แต่มีชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันวัยผู้ใหญ่กว่าครึ่งเท่านั้นที่เชื่อว่าตนอาจจะได้รับวัคซีนหรือจะได้รับวัคซีนโรคโควิด-19 อย่างแน่นอน
นิตยสารเผยว่าปัจจุบัน “ความพยายามหยุดยั้งโรคโควิด-19 ขนานใหญ่นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพัฒนาวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่วัคซีนสามารถเข้าถึงประชาชนจากทั่วทุกมุมของอเมริกาด้วย” พร้อมเรียกร้องให้มีความพยายามระดับชาติระหว่างหน่วยงานรัฐบาลกลาง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และชุมชน ให้ร่วมดำเนินการในประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนั้น ความท้าทายสองประการ ทั้งจากการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้นและการเหยียดเชื้อชาติ ยังส่งผลให้ชุมชนคนผิวสีตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบท่ามกลางการระบาดใหญ่
การศึกษาล่าสุดจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในนครลอสแอนเจลิส พบว่าร้อยละ 83 ของแรงงานชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียที่มีการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือต่ำกว่า ได้ยื่นคำร้องขอรับการประกันการว่างงานในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียอาศัยอยู่หนาแน่นมากที่สุดของสหรัฐฯ นับตั้งแต่โรคโควิด-19 เริ่มระบาด
ขณะเดียวกัน สภานโยบายและการวางแผนเอเชียแปซิฟิก (A3PCON) เปิดเผยเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมว่า งานวิจัยใหม่แสดงให้เห็นว่าการเลือกปฏิบัติต่อชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียกำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยเมื่อนับถึงวันที่ 15 ก.ค. ผ่านมา มีชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียกว่า 2,300 คนรายงานถึงการเผชิญเหตุการณ์เกี่ยวกับความอคติ
อนึ่ง ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) แห่งมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ระบุว่าสหรัฐฯ พบผู้ป่วยโรคโควิด-19 มากกว่า 4.71 ล้านราย เมื่อนับถึงช่วงเช้าวันอังคาร (4 ส.ค.)
CR.www.xinhuathai.com



