ข่าว

โดนอีก "ชมรมตามรอยเจ้าตาก"แจ้ง ปอท.เอาผิด"ช่องส่องผี" บิดเบือนประวัติศาสตร์

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

โดนอีก "ชมรมตามรอยเจ้าตาก"แจ้ง ปอท.เอาผิด"ช่องส่องผี" บิดเบือนประวัติศาสตร์

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ส.ค. ที่ บก.ปอท. นายจตุรงค์ จงอาษา อาจารย์นักวิชาการทางศาสนา นายสุชาติ กนกรัตน์มณี ประธานชมรมตามรอยเจ้าตาก นายปเรตร์ อรรถวิภัชน์ ที่ปรึกษาชมรมฯ (ซึ่งเป็นเครือญาติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช)และ พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ที่ปรึกษา ชมรมฯ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.กฤช เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รอง ผกก.3 บก.ปอท. และ ร.ต.อ.ปิยวัฒน์ ปรัญญา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. แจ้งความเอาผิดกับผู้ดำเนินรายการช่องส่องผี ที่บิดเบือนข้อมูลประวัติศาสตร์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในหลายประเด็น เช่น บิดเบือนว่าพระองค์ทรงช้างไม่เป็น และ เรื่องที่พระองค์ทรงเบี้ยวหนี้จีน

 

                               โดนอีก "ชมรมตามรอยเจ้าตาก"แจ้ง ปอท.เอาผิด"ช่องส่องผี" บิดเบือนประวัติศาสตร์

นายจตุรงค์และนายสุชาติ ร่วมกันเปิดเผยว่า เราได้เคยนำเสนอไปแล้วว่าอยากให้ทางรายการดังกล่าวนี้ปฏิบัติตามคำเรียกร้องของชมรมฯ จำนวน 3 ข้อ คือ 

1.ขอให้ทางผู้บริหารรายการไปขอขมาสมเด็จพระเจ้าตากสินที่วงเวียนใหญ่ กรณีที่ไปกล่าวพาดพิงให้เกิดความเสื่อมเสียพระเกียรติยศของพระองค์ 

2.ให้ลบคลิปที่เกี่ยวกับพระเจ้าตากสินทั้งหมดที่มีการโพสต์เผยแพร่ในทุกแพตฟอร์มของการนำเสนอ  

3.ถ้าทางรายการดังกล่าวยังทำต่อไป แล้วยังกล่าวถึงสมเด็จพระเจ้าตากสินอีกก็ทำได้ แต่ขอความกรุณาว่าอย่ากล่าวอ้างว่าสนทนากับดวงวิญญาณพระองค์โดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่มิบังควร

แต่เท่าที่ทราบทางรายการไม่ยอมปฏิบัติตาม ดังนั้นในวันนี้เราจึงต้องนำเรื่องนี้มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสินดีกว่า ได้นำข้อมูลหลักฐานที่รวบรวมมานำมามอบให้พนักงานสอบสวนพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ชมรมฯ เราเตือนเขาแล้วให้ปรับปรุงแก้ไขใหม่ ให้เวลามาระยะหนึ่งแล้ว แต่กลับเงียบไป ไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ 

ด้านนายปเรตร์ กล่าวว่า รายการดังกล่าวนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือนพระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เราได้รวบรวมหลักฐานเอกสารพระราชพงเสาวดาร เอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้ตำรวจ ปอท.พิจารณาดำเนินคดีที่ผิดกฎหมายทุกข้อหา 
การจะผลิตรายการเกี่ยวกับภูติผีเราไม่ได้ห้ามเลย เพียงแต่ว่าไม่ควรที่จะมาก้าวล่วงในอดีตของพระเจ้าแผ่นดิน การนำข้อความอันเป็นเท็จมาบิดเบือนทำให้ประวัติศาสตร์หรือพระราชประวัติของอดีตพระเจ้าแผ่นดินต้องแปดเปื้อนหรือเสื่อมเสีย ไม่สมควรที่จะมาเล่นเรื่องเหล่านี้ ที่สำคัญมีการโพสต์เผยแพร่ในโลกออนไลน์คนจำนวนมากเข้าถึง ในอนาคตภายหน้าเยาวชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่ชอบอ่านตำรา เข้ามาเปิดดูยูทูปก็อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องจริงได้ คนที่ล่วงลับไปแล้วไม่มีโอกาสที่จะมาแก้ตัว เราจึงจำเป็นต้องมาดำเนินการในเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด

 

 

ด้าน พล.อ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่าเราได้แสดงเจนารมย์ของเราเมื่อ 13 ก.ค.ที่วงเวียนใหญ่ เรียกร้องรายการไป 3 ข้อ หลังจากนั้นทางรายการไปขอขมาย่าโม ที่โคราช เรียบร้อยเมื่อ 19 ก.ค. คิดว่าหลังจากนั้นก็น่าจะมาที่วงเวียนใหญ่แต่กลับเงียบไป  แสดงว่าเขาไม่สำนึกในสิ่งที่ทำลงไปที่มีการทำมานาน มียอดคนดูเป็นล้านๆ สิ่งที่เขาทำด้วยการเอาข้อมูลจริงบ้างเท็จบ้างไปนำเสนอในลักษณะมอมเมา พระเจ้าตากสินทรงเสียสละกอบกู้ชาติไทยปี 2310 จากการเสียกรุงครั้งที่สอง สถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี เอกราชกลับคืนมาใช้เวลา 15 ปี แต่กลับมีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งอ้างเข้าเจ้าเข้าทรงติดต่อดวงพระวิญญาณ ไปพูดในลักษณะหมิ่นพระเกียรติว่าพระองค์ทรงช้างไม่เป็น ทั้งที่ประวัติศาสตร์เขียนไว้ว่าพระองค์ทรงช้างทำศึกไม่รู้กี่ครั้ง ขณะเดียวกันก็ไปพูดว่าพระองค์ทรงไปกู้เงินจากประเทศจีน เป็นเรื่องมิบังควรเอามาพูดทำให้เกิดความเสียหาย และการบอกว่าติดต่อสื่อสารกับดวงพระวิญญาณได้แบบนั้นบังควรหรือไม่
เราไม่ได้มีความรู้จักหรือโกรธแค้นผู้จัดรายการเลย ไม่มีผลประโยชน์ใด แต่ในฐานะพสกนิกรชาวไทยของพระองค์ที่ทรงเสียสละให้ประเทศชาติมามากมาย เราไม่ควรที่จะทำลายพระเกียรติของพระองค์ ตนฝากเรียกร้องไปถึงเขาให้สำนึกมาสารภาพบาปเสีย กล้าทำก็ต้องกล้ารับ แล้วไปเอาคลิปทั้งหลายที่ไม่ถูกต้องออกไป

นายจตุรงค์ กล่าวเพิ่มเติม ยืนยันจะช่วยชมรมตามรอยเจ้าตากไปเรื่อยๆ จะใช้ช่องทางกฎหมายทุกที่ หน่วยงานใดรับเรื่องร้องเรียนตนจะไปร้องเรียนร้องทุกข์ทุกที่ใครที่ดูข่าวนี้หากท่านเป็นผู้เสียหาย หลงเชื่อ เคยบริจาค หรือเคยดูหมอ หรือเคยซื้อของทางรายการ อยากร้องเรียนติดต่อมาที่ตน หรือผ่านทางเพจชมรมตามรอยเจ้าตาก ตนรับรองจะตามกัดไม่ปล่อยแน่นอน

ด้าน พ.ต.ท.กฤช กล่าวว่า คดีนี้พิจารณาเบื้องต้นพบว่ามีความผิดเรื่องการหมิ่นประมาท มีบุคคลที่สืบสกุลเป็นทายาทถือเป็นผู้เสียหายโดยตรง ได้ให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้กล่าวหาทั้งหมดเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ