
"ไฮเออร์"ฉีกตลาดหนีแบรนด์อื่น
ไฮเออร์ รุกปรับโครงสร้างองค์กรหวังดันภาพลักษณ์แบรนด์สู่โกลบอล ฉีกหนีคู่แข่งสัญชาติเดียวกัน พร้อมทุ่มงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาทสร้างโรงงาน เพิ่มกำลังการผลิตรับเปิดเสรีอาฟตา
นายวู ยอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮเออร์ อิเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งในประเทศไทยว่า ที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างขององค์กรใหม่ ทั้งในส่วนของการตลาด ฝ่ายขาย และช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อให้องค์กรมีความคล่องตัวขึ้น โดยยอมรับว่าตั้งแต่เข้ามาทำตลาดในไทยปี 2545 จนถึงปัจจุบันถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เนื่องจากตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในเมืองไทยมีการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรงมาก โดยเฉพาะแบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลี ส่งผลให้การสอดแทรกของสินค้าจีนทำได้ยาก
อย่างไรก็ตาม ไฮเออร์มองว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ที่ผ่านมาจึงซื้อกิจการในส่วนของโรงงานผลิตทีวีไดสตาร์ จากนั้นปี 2550 ก็ซื้อโรงงานผลิตตู้เย็นซันโย และล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2552 บริษัทได้ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท สร้างโรงงานแห่งใหม่ที่กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เป็นโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศ
สำหรับแผนการทำตลาดปีนี้บริษัทจะทำการตลาดอย่างจริงจัง โดยชูภาพลักษณ์ของแบรนด์สู่ความเป็นโกลบอล เพื่อฉีกหนีการทำตลาดจากแบรนด์สัญชาติเดียวกัน โดยหลังเปิดเสรีทางการค้าอาเซียนหรืออาฟตา บริษัทจะใช้ประโยชน์ในการส่งออกด้วยจากเดิมส่งออกอยู่ที่ประมาณ 20% ตั้งเป้าภายใน 3 ปีเพิ่มสัดส่วนเป็น 40% โดยปีนี้จะทุ่มเม็ดเงินประมาณ100 ล้านบาท ในการเพิ่มเครื่องจักร เพื่อเพิ่มกำลังผลิตใน 4 ผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และตู้แช่แข็ง
นายวัชรพงษ์ อนันตพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด กล่าวว่า แนวทางการทำตลาดปีนี้บริษัทยังมุ่งเน้นที่ 4 สินค้าหลัก ขณะที่ช่องทางการจำหน่ายยังคงเน้นที่ดีลเลอร์เป็นหลัก จากปัจจุบันมีอยู่ 350 ราย ปีนี้จะเน้นเปิดให้ครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัด โดยเชื่อว่าจะช่วยให้ยอดขายเติบโตจากปีก่อน 50% หรือคิดเป็นเม็ดเงินกว่า 1,000 ล้านบาท



