ข่าว

ห่วง"เงินด่อง"ลดค่าอีกฉุดส่งออกไทย

ห่วง"เงินด่อง"ลดค่าอีกฉุดส่งออกไทย

08 ม.ค. 2553

หอการค้าไทยคาดส่งออกปีนี้โต 10.5% ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก ชี้เงินด่องลดค่าปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ระบุหากลดลงอีกเป็น 10% กระทบการค้าไทย 1.36 พันล้านบาท

 นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์การส่งออกของไทยปี 2553 ว่า การส่งออกในปีนี้จะฟื้นตัวชัดเจน โดยคาดว่าจะขยายตัว 10.5% ด้วยมูลค่า 166,907 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับช่วงการฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจในอดีตที่ผ่านมา ส่วนการนำเข้าปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่า 149,883 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 14.4% จากที่หดตัว 26.7% ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 17,024 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุล 18,474 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวอยู่ภายใต้สมมติฐานที่ว่า เศรษฐกิจโลกขยายตัวได้ 3.1% อัตราแลกเปลี่ยนที่ 32.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ระดับ 78.7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเงินเฟ้อ 1.3% แต่หากสถานการณ์แย่กว่าที่คาดการณ์ไว้จะทำให้การขยายตัวการส่งออกต่ำลงกว่าที่คาดเหลือ 6.4% และนำเข้า 9.5%

 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการส่งออกคือ การลดค่าเงินด่องของเวียดนาม เนื่องจากตลาดหลักคือ สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน และสินค้าของเวียดนามมีความใกล้เคียงกับไทย ซึ่งที่ผ่านมา เวียดนามลดค่าเงินแล้วรวม 5% กระทบต่อการส่งออกของไทยให้ลดลงไปรวม 455 ล้านบาท และหากเวียดนามลดค่าเงินด่องลงอีกเป็น 10% ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2553 ก็น่าจะกระทบต่อการส่งออกของไทยไปตลาดโลกรวม 1,365 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกของไทยที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดได้แก่ ข้าวขาว เสื้อผ้า รองเท้า และอาหารประมง

 ปัจจัยเสี่ยงถัดมาเป็นเรื่องค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นและยังคงมีความผันผวน การแข่งขันด้านราคาสินค้าจากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน (อาฟตา) และอาเซียน-จีน ซึ่งแต่ละประเทศจะหันมาใช้ยุทธวิธีการค้าด้านราคาต่ำมาแข่งขันเพื่อแย่งชิงตลาดในอาเซียน นอกจากนี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะเดียวกันกับราคาน้ำมันก็มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนของผู้ส่งอกทั้งสิ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ คือมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ปัญหาการเมือง ปัญหาโครงการมาบตาพุด