ข่าว

"สว.สมชาย" มั่นใจ "บิ๊กตู่" กู้ศรัทธา ชี้ เร่งนำคดีกลับขึ้นศาลคือหนทางคืนความยุติธรรมให้สังคมไทย

"สว.สมชาย" มั่นใจ "บิ๊กตู่" กู้ศรัทธา ชี้ เร่งนำคดีกลับขึ้นศาลคือหนทางคืนความยุติธรรมให้สังคมไทย

29 ก.ค. 2563

"สว.สมชาย" มั่นใจ "บิ๊กตู่" กู้ศรัทธาชี้ เร่งนำคดีกลับขึ้นศาลคือหนทางคืนความยุติธรรมให้สังคมไทย

29 ก.ค.63 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา  แสดงความเห็นถึงกรณีพนักงานอัยการฯ ไม่ส่งฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา ผ่านโพสต์เฟซบุ๊ก "สมชาย แสวงการ" โดยระบุว่า  

#เร่งนำคดีกลับคืนขึ้นศาลคือหนทางคืนความยุติธรรมให้สังคมไทย

คณะกรรมการชุดพิเศษที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาศรัทธาจากความอยุติธรรมตัดตอนคดีบอสกระทิงแดง โดยมีศาตราจารย์ วิชา มหาคุณ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาและอดีตกรรมการปปชที่ได้รับความยอมรับยิ่งในความตงฉิน ซื่อสัตย์และกล้าหาญ พร้อมคณะกรรมการที่น่าเชื่อถือทางกฎหมายอีก9ท่าน 

เรียกศรัทธาประชาชนกลับมามีความเชื่อมั่นได้อย่างรวดเร็วอย่างน้อยก็ครึ่งทาง

อีกครึ่งทางคือการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจริงจังตรงไปตรงมา โดยยึดข้อเท็จจริงข้อกฎหมายและผลประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง

ในเมื่อคำสั่งแต่งตั้งได้ระบุไว้ว่าคณะกรรมการอาจรับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะและพิจารณาเรื่องร้องเรียนในเรื่องนี้จากประชาชนได้ 

จึงขอฝากความเห็นไปยังคณะกรรมการชุดพิเศษเพื่อพิจารณาดังนี้ครับ

1) การใช้ดุลยพินิจจากใครหน่วยงานใดที่ทำให้เกิดคดีล่าช้าและส่งผลให้คดีต่างๆขาดอายุความ และการใช้ดุลยพินิจในขั้นตอนใดไม่เป็นไปตามกฎหมาย ไม่สุจริต หรือไม่โปร่งใส บ้าง

2)พยานเอกสารหนังสือที่ น.395/2555 วันที่ 1 ต.ค.2555 เรื่อง ที่สาขาวิชานิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยาแจ้งเกี่ยวกับสารแปลกปลอมที่พบในร่างกายของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ตามที่สน.ทองหล่อ ขอทราบข้อมูล
 ลงนามโดยพลอต นพ วิชาญ เปี้ยวนิ่ม ระบุว่าพบ Benzoyleegonine เป็นสารที่เกิดขึ้นในเลือดในกระบวนการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย(Metabolism) หลังจากการเสพ Cocaine (โคเคน) ซึ่ง Cocaine เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 
ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ 
จึงไม่ได้อยู่ในสำนวนคดีในชั้นสอบสวนใดๆ

3) การได้เปลี่ยนคำให้การใหม่ของตำรวจที่เป็นพยาน ปรับความเร็วลงมาที่ 79.23 กม./ชม. แตกต่างกลับตาลปัตรจากความเห็นเดิมที่พยานมีเห็นร่วมกับ ดร.สุธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

4)พยานบุคคล2คนใหม่ที่เพิ่งหลังผ่านเหตุการณ์มานานมากกว่า7ปีนั้น เป็นการปั้นพยานเท็จหรือไม่ เพราะข่าวจากสื่อมวลชนระบุความสัมพันธ์เป็นเพื่อนกับมารดาจำเลย?

และหากพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา ๑๔๗ ที่ระบุว่าเมื่อมีคําสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีแล้ว ห้ามให้มีการสอบสวนเกี่ยวกับบุคคลนั้นในเรื่องเดียวกันน้ันอีก 
เว้นแต่จะได้พยานหลักฐานใหม่อันสําคัญแก่คดี ซึ่งน่าจะทําให้ศาล ลงโทษผู้ต้องหานั้นได้

โดยส่วนตัวเชื่อมั่นในคณะกรรมการชุดนี้มากครับว่า
ผลจะออกมาตรงไปตรงมาและยุติธรรมแท้แน่นอน
และหากพบว่า มีทุจริตพิรุธไม่โปร่งใสในส่วนใด ทั้งคดียาเสพติด พยานบุคคลเท็จหรือไม่  ความเร็วรถที่ถูกเปลี่ยนกลับ

ผลสรุปจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและทบทวนคำสั่งทั้งอัยการและตำรวจนำไปสู่การดำเนินฟ้องคดีนี้ต่อได้ครับ

ไม่ว่าผลการตรวจสอบจะออกมาอย่างไร
ใครจะถูกจะผิดชั้นไหนตำรวจ ทนาย อัยการ  หรือกรรมาธิการค่อยว่ากัน  

ที่สำคัญสุดคือต้องเร่งแก้ไข นำคดีนี้กลับเข้ากระบวนการพิสูจน์กันต่อในชั้นศาลยุติธรรม 
ไม่ใช่การฆ่าตัดตอนกระบวนการยุติธรรมด้วยเทคนิคกฎหมายเช่นที่ผ่านมาครับ.

สมชาย แสวงการ 
สมาชิกวุฒิสภา
ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ
และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา
29 ก.ค. 2563