ข่าว

สำรวจคนดัง"หวังอะไร"ในปีเสือไฟ

สำรวจคนดัง"หวังอะไร"ในปีเสือไฟ

07 ม.ค. 2553

ปีวัวดุผ่านไปก้าวเข้าสู่ปีเสือไฟมาเป็นวันที่ 8 แล้ว บางคนอาจจะสมดังหวังอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ในปีที่ผ่านมา ขณะที่บางคนยังก้าวเดินไปไม่ถึงจุดหมาย พลาดพลั้งตกหลุมกันบ้าง จึงได้เวลาสำรวจคนดังให้บอกเล่าเรื่องราวหนึ่งปีที่ผ่านและความตั้งหวังในหนึ่งปีที่กำลังย่า

 เริ่มต้นที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า ปีวัวดุที่ผ่านมานั้น "บอบช้ำหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าใครๆ" แต่ด้วยว่าปีนี้มี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สุรพล เศวตเศรนี ซึ่งเพิ่งตวัดปากกาลงชื่อรับหน้าเสื่อเป็นผู้กุมบังเหียนอย่างเป็นทางการไปหมาดๆ  บอกว่าหลังจากสังคมเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง มองเห็นแสงสว่างมากขึ้น ก็อยากให้ปี 2553 เป็นช่วงเวลาแห่งการคลี่คลายทั้งการเมืองและทางด้านเศรษฐกิจ เพราะนั่นหมายถึงความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชนคนไทยโดยรวม

 "เรื่องท่องเที่ยวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อะไรก็ตามสามารถทำให้ตลาดท่องเที่ยวชะงักงันได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ดูตัวอย่างในปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรงจากทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง รวมถึงไข้หวัด 2009 ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ลดลงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ แม้ในไตรมาสสองและสาม ยอดนักท่องเที่ยวจะเริ่มขยับมากขึ้นก็ตาม จึงอยากขอให้ทุกฝ่ายสามัคคีและตระหนักถึงผลได้และผลเสียให้มากๆ เพราะสุดท้ายคนที่ได้รับความเสียหายก็ไม่ใช่ใคร ประชาชนคนไทยด้วยกันทั้งนั้น" ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าว

 หันมาฟังเสียงเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กันบ้าง เพราะถึงแม้จะไม่โดนปัจจัยด้านลบคุกคามหนักเท่าธุรกิจท่องเที่ยว แต่ก็ถือว่าได้รับผลกระทบเช่นกัน เกี่ยวกับเรื่องนี้เจ้าแม่กิจการอพาร์ตเมนต์และโกดังสินค้า ขณะเดียวกันก็เป็นสาวเปรี้ยวแห่งวงสังคม "คริสตี้" หรือ คริสติน่า เศรษฐบุตร กล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสตามสไตล์คนอารมณ์ดีไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ ก็ตาม ...หากพูดถึงเรื่องธุรกิจในปีที่ผ่านมา นับเป็นช่วงเศรษฐกิจขาลงไม่ว่าใครย่อมได้รับผลกระทบเพียงแต่ว่ามากน้อยต่างกันไปตามแต่ลักษณะของการดำเนินธุรกิจ และโดยส่วนตัวก็ยอมรับว่าผลประกอบการจากธุรกิจอพาร์ตเมนต์ก็ไม่ค่อยดีตามที่ตั้งเป้าไว้ แต่ยังนับว่าอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจเพราะถือว่าเป็นปัจจัย 4 ได้รับผลกระทบน้อยกว่าธุรกิจประเภทอื่นๆ ส่วนด้านชีวิตครอบครัวปีที่ผ่านมา ก็ประสบความสำเร็จดีมาก ลูกๆ แฮปปี้ สามีแฮปปี้ ถือว่าดี

 สำหรับปีเสือไฟที่ใครๆ ก็เดาว่าเป็นอีกปีที่ดุเดือดไม่แพ้ปีวัว ในมุมมองของคุณแม่ลูกสองบอกว่า ความคาดหวังของเธอคงไม่ขออะไรมากแค่อยากให้คนในชาติรักและสามัคคีกัน ช่วยกันทำเพื่อในหลวง ส่วนด้านเศรษฐกิจแค่ไม่ให้แย่ไปกว่านี้ก็ดีแล้ว อย่างหลายๆ ประเทศก็แย่ ประเทศไทยทรงๆ อย่างนี้ก็ดีแล้ว และคนที่อาจจะไม่สมดังหวังในปีที่ผ่านมา ในปีนี้ก็ขอให้ทุกคนมีความสุข ความอดทนและความพยายามเท่านั้นที่จะนำพาให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้ หากมัวแต่นั่งหวังนั่งฝันอย่างเดียว ย่อมไม่บังเกิดผลแน่นอน

 ขณะที่ธุรกิจแฟชั่นซึ่งหลายคนก็พากันโอดครวญว่าโดนพิษวัวดุด้วย แต่สำหรับ "หมู" พลพัฒน์ อัศวประภา เจ้าของแบรนด์ อซาว่า (ASAVA) กลับสวนกระแสด้วยว่าในปี 2552 ที่ผ่านมานั้นถือว่าเป็นปีที่มีเรื่องดีเกิดขึ้นในชีวิตเยอะมาก อีกทั้งหน้าที่การงานค่อนข้างลงตัว แม้จะปฏิเสธไมได้ว่าสถานการณ์ต่างๆ ไม่ค่อยราบรื่น แต่ก็ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น เป็นเหมือนกันทั่วโลก จึงได้แต่บอกกับตัวเองว่าจะต้องมีความอดทน ขยันหมั่นเพียร ระวังกับการใช้ชีวิตมากขึ้น  รวมถึงความมีระเบียบวินัยในการทำงาน มีความมุมานะ ต้องพยายามใช้วิธีคิดวิธีการมองโลกในแง่บวก ไม่ท้อแท้อะไรมากๆ สำหรับในปีเสือไฟเช่นนี้

 ส่วนความคาดหวังให้สิ่ดีๆ เกิดขึ้นในปีนี้ ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ดัง กล่าวว่า ในฐานะคนไทยคนหนึ่งก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆ นั่นคือ อยากให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าหัวอยู่ มีพระพลานามัยดีขึ้น เพราะพระองค์ท่านทรงมีความสำคัญสำหรับคนไทยอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันก็อยากให้คนในชาติสามัคคีกันมองเห็นผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก เพราะถ้าหากภาพรวมของประเทศดูดี ส่วนย่อยๆ ก็พลอยดีไปด้วย

 ทางด้านศิลปินหนุ่มผู้มีทรรศนะคติด้านบวกเกินร้อยอย่าง "โอ๋" ปิยทัต เหมทัต เป็นอีกคนที่บอกว่า ไม่โดนปีวัวดุแผลงฤทธิ์เดชใส่ ในทางตรงข้ามกลับเป็นปีที่มีความหลากหลายในหน้าที่การงาน ได้จับต้องงานหลายแขนง เช่น นิทรรศการ งานโฆษณา จึงถือได้ว่าแฮปปี้และมีความสุขกับงานดี สำหรับตอนนี้ก็เป็นช่วงต่อเนื่องจากปลายปีที่แล้ว ซึ่งขยับขยายบ้านเพื่อทำสตูดิโอรับงานโฆษณา แกลเลอรี่เล็กๆ และโรงเรียนเวิร์กช็อปศิลปะ เพื่อจะเปิดรับงานได้อย่างเต็มที่ในปีนี้ ซึ่งก็คาดหวังว่าจะไปได้ด้วยดีประคองตัวให้ผ่านไปเรื่อยๆ ค่อยๆ ทำเนิบๆ

 สำหรับ "ปีเสือไฟ" ที่บางคนอาจจะรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ในส่วนตัวหนุ่มโอ๋ เขากลับพูดติดตลกว่า ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เพราะตัวเองก็เกิดปีมังกรไฟย่อมไม่กลัวเสือ แต่สิ่งน่ากลัวยิ่งกว่าก็คงเป็นตัวเอง ดังคำกล่าวของนักปราชญ์ที่ว่า "ตัวเองเป็นศัตรูของตัวเอง" ดังนั้นจึงตั้งใจว่า เวลาทำอะไรจะต้องมีสติสมาธิ โดยเฉพาะงานในแนวของศิลปะ ซึ่งถือว่าเป็นงานสร้างสรรค์ จึงจะพยายามนำเอาสิ่งที่รับมาถ่ายทอดออกไปให้ผู้อื่นต่อไป เพราะวิชาที่ร่ำเรียนมาไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่งจึงรู้สึกว่าต้องแชร์กัน และศิลปะก็เป็นอะไรที่ด้านบวกเสมอ ก็หวังสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นกับทุกคนเช่นกัน

 ขณะที่สาวมั่นของวงสังคมอย่าง "หญิงแม้น" ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล ที่มักจะมีข่าวรักๆ เลิกๆ ในปีที่ผ่านมาหลายต่อหลายครั้ง จนโดนมองว่าเป็นคนเรื่อยเฉื่อยไม่ทำอะไรจริงจัง แต่นั่นก็ไม่ทำให้สาวเปรี้ยวเจ็บช้ำน้ำใจมากเท่าการที่ "ร้านเสริมความงาม" ในฝัน ซึ่งเธอสู้อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบจากการทำงานด้วยหยาดเหงื่อของตัวเอง มีอันต้องเลื่อนกำหนดเปิดให้บริการทั้งที่ตั้งใจเอาไว้แต่แรกว่าจะเปิดให้บริการได้ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา แต่กลับมีความผิดพลาดบางประการจนต้องเลื่อนมาถึงปีนี้ ซึ่งเธอก็ได้แต่หวังว่าเมื่อถึงวันที่คลินิกความงามแห่งนี้เปิดให้บริการทุกอย่างจะราบรื่น

 และนอกจากเทกระเป๋าลงเงินแล้ว หญิงแม้น ยังทุ่มแรงกายโดยรับตำแหน่งพีอาร์คอยให้ข้อมูลความรู้แก่ลูกค้าด้วยตัวเองซะด้วย โดยเธอกล่าวยอมรับว่า หวังกับร้าน pirde คลินิก นี่มาก เพราะจะทำให้เส้นทางการดำเนินชีวิตของเธอในปีนี้ในสายตาที่มองเข้ามา ดูมีสาระเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาบ้าง

 ปิดท้ายที่อีกหนึ่งสาวที่ยืนยันว่า "ไม่มีอะไรที่ไม่ได้ทำในปีที่แล้ว" เพราะงานส่วนใหญ่เป็นการเเก้ไขเฉพาะหน้า ไม่จำเป็นต้องตั้งแพลนไว้ "ทิปปี้" สุพรทิพย์ ช่วงรังษี เจ้าของแบรนด์เครื่องประดับ "Tippy & Matthew" เล่าถึงนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนไม่ยุ่งยากซับซ้อน บวกกับคติความเชื่อที่ว่าเมื่อมีความคาดหวังก็ต้องมีผล 2 ทางเสมอ คือความผิดหวังเเละสมหวัง ดังนั้นไม่มีหวังก็ไม่เกิดความเสี่ยงให้คิดมาก

 ส่วนเรื่องเเพลนของธุรกิจในปีเสือไฟ เจ้าของแบรนด์เครื่องประดับชื่อดังออกตัวว่า ก็ไม่ได้ขยายหรือเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้นเนื่องจากรู้สึกพอใจกับธุรกิจที่มีอยู่เเล้วในขณะนี้ เกรงว่าหากทำมากก็ยิ่งเหนื่อยมากขึ้น ดังนั้นขอเอาความสุขของตัวเองเป็นที่ตั้งดีกว่า

 หวังอะไร หวังอย่างไร ทุกคนมีสิทธิ์ทั้งนั้น แต่จะสมหวังหรือไม่ขึ้นอยู่กับความ "ตั้งใจ" อย่างจริงจัง" และถึงจะเป็นปีเสือไฟ ทีมข่าวสตรีก็ขอเป็นแรงใจช่วยให้กลายเป็น "เสือไฟ...เย็น" ส่องแสงประดับ "ความหวัง" จนสวยสดงดงามไปตลอดทั้งปี แทนการส่งประกายความร้อนแรงแผดเผา (หัวใจ) คนไทยดั่งเช่นปีที่ผ่านมานะคร้า