ข่าว

ข่าวสารคุณภาพต่ำ

ข่าวสารคุณภาพต่ำ

08 ม.ค. 2553

บอกตรงๆ ผมไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากนักกับ "รายงานสถานการณ์สื่อ ปี 2552" ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

 เพราะข้อมูลบางอย่างที่ยกมาประกอบรายงานนั้น สะท้อนให้เห็นว่า สมาคมนักข่าวฯ รู้เรื่อง "สื่อเพื่อการเมือง" แบบผิวเผิน

 อย่างเช่นรายงานตอนหนึ่งที่สรุปบทบาทของสื่อเพื่อการเมือง อ่านแล้วก็นึกอยู่ในใจว่า "สมาคมโดนแน่..." เป็นจริงดังคาด โดนจวกเละ ทั้งจากสื่อเสื้อเหลืองและสื่อเสื้อแดง

 "สื่อการเมืองได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างมากมาย และถูกนำมาใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมือง ทั้งโดยนักการเมือง พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ในสังคม ทำให้สื่อเหล่านี้มีฐานะเป็นเพียงเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมืองของแต่ละฝ่าย ซึ่งมีทั้งวิทยุชุมชน ทีวีดาวเทียม หนังสือพิมพ์  เว็บไซต์ ฯลฯ ซึ่งสื่อการเมืองเหล่านี้ ได้นำเสนอความคิดเห็นและความเชื่อมากกว่า "ความจริง" ไม่ได้นำเสนอข้อเท็จจริงที่มีข้อมูลอย่างรอบด้าน ในทางตรงกันข้ามมีการนำเสนอในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ มีความลำเอียง มีอคติ ยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยก เกลียดชัง จนถึงขั้นทำลายล้างต่อฝ่ายที่มีจุดยืนและความคิดเห็นที่แตกต่างกับฝ่ายของตัวเอง"

 สำหรับคนที่เคยผ่านสมรภูมิ "การเมืองที่หลั่งเลือด" จะมองว่า นี่เป็นทัศนะของพวกเพ้อฝัน!

 ความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา มันไม่ได้เกิดจากการโฆษณาชวนเชื่อของ "สื่อเพื่อการเมือง" แต่เพียงฝ่ายเดียว

 สื่อกระแสหลักหรือสื่อที่ประกาศตัวว่า มีความเป็นกลาง ก็เป็นต้นตอบ่อเกิดของความขัดแย้งในสังคม

 เหตุที่ผมต้องเขียนอย่างนี้ เพราะเรามี "ข่าวสารคุณภาพต่ำ" ในสื่อหลักมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะข่าวการเมือง 
 ข่าวสารคุณภาพต่ำที่ว่านั้น คือข่าวที่ลอกกันมา!

 เราค่อนข้างคุ้นชินกับข่าวที่ลอกกันมา ซึ่งปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์รายวันพร้อมกัน 10 ฉบับ และมีภาคขยายทาง "รายการเล่าข่าว" ทั้งฟรีทีวี และทีวีดาวเทียม อีกนับ 10 ช่อง

 ผลของข่าวสารคุณภาพต่ำ ย่อมทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือขัดแย้งกันได้ตลอดเวลา ยิ่งเป็นข่าวที่ลอกกันมา โดยอ้างที่มาจาก "แหล่งข่าว" หรือ "รายงานข่าว"

 ยกตัวอย่างกรณี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กับ วาสนา นาน่วม พอสืบค้นเข้าจริงๆ ก็จะทราบว่า ผู้ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดจากเรื่อง "พร้อมพูดคุย" กลายเป็น "เสนอตัวเป็นคนกลาง" เปิดการเจรจากับทักษิณ

 คือข่าวที่ลอกกันมาชิ้นหนึ่ง ที่พาดหัวว่า "สุรยุทธ์พร้อมคุยทักษิณ แก้ปัญหาการเมือง"

 จากข่าวชิ้นนี้ สื่อสำนักอื่นๆ ก็รับลูกชงประเด็น "เปิดการเจรจากับทักษิณ" ตามสไตล์ "สงครามข่าวปิงปอง" บวกกับ "มหกรรมเล่าข่าวรวมหมู่" ทางจอแก้ว เรื่องมันจึงเตลิดเปิดเปิงไปตามจินตนาการของแต่ละฟากฝ่ายการเมือง

 โดยไม่มีใครหันมาตรวจสอบดูว่า ข่าวที่ลอกกันมากับบทสนทนาทางรายการวิทยุระหว่าง พล.อ.สุรยุทธ์ กับวาสนา มีข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร?

 แถมเมื่อ พล.อ.สุรยุทธ์ ออกมาชี้แจงแถลงข่าว ก็กลายเป็นเรื่องความขัดแย้งของนักข่าวกับแหล่งข่าว ทั้งที่ความเป็นจริง สองคนนี้ไม่ได้เป็นผู้สร้างความสับสน

 ข่าวที่ลอกกันมาต่างหาก...ใครเขียน? ใครส่งข่าว? ไม่ใช่เรื่องยาก หากจะคิดตรวจสอบเพื่อความถูกต้อง

 อันที่จริง มันยังมีอีกร้อยอีกพันตัวอย่างของข่าวที่ลอกกันมา แต่องค์กรสื่อมวลชนยุค "ข่าวสารแดกด่วน" ก็ไม่เคยคิดจะตรวจสอบ จึงสร้าง "มลภาวะขยะข่าว" ในสังคมอย่างน่าเป็นห่วง

 ทำไมสมาคมนักข่าวฯ ไม่เอาจริงเอาจังกับการทำข่าวแบบลวกๆ ลอกๆ? ทำไมสมาคมนักข่าวฯ ไม่ออกแถลงการณ์ประณามการนำเสนอข่าวแบบลวกๆ ลอกๆ?

 ผมจึงกังขาว่า "ข่าวที่ลอกกันมา" กับ "ข่าวเลือกข้าง" อย่างไหนมันทำร้ายสังคมมากกว่ากัน!

แคน สาริกา