
ของขวัญวันเด็ก
ถ้าเราเชื่ออย่างที่เคยพูดกันว่า "เด็กไทยคือหัวใจของชาติ" วันเด็กก็ควรจะเป็นวันที่มีความสำคัญอย่างมากวันหนึ่งของประเทศไทย เพราะเป็นวันของ "หัวใจของชาติ" และใจดวงน้อยๆ เหล่านี้ จะมีหน้าที่ในการหล่อเลี้ยงและดูแลรักษาบ้านเมืองของเราต่อไปในวันข้างหน้า ซึ่งแน่
ในทางการแพทย์ หัวใจจะดีได้ก็ด้วยการไม่ตกอยู่ในสภาวะของความเสี่ยงจากโรคภัย ไม่ว่าจะเป็นไขมันในเส้นเลือด เบาหวาน ความดันโลหิต ฯลฯ หรือความผิดปกติต่างๆ รวมทั้งปัจจัยอื่น เช่น ความเครียด และมลภาวะนานาชนิด
หัวใจของชาติจะดีได้ก็ด้วยเหตุที่คล้ายคลึงกัน แต่เมื่อพิจารณาดูสภาพของเด็กไทยทุกวันนี้จะเห็นได้ชัดว่าตกอยู่ในความเสี่ยงเป็นอย่างมาก ทั้งจากโรคภัยไข้เจ็บและปัจจัยอื่น โดยไขมันในเส้นเลือดซึ่งเกิดจากการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูงนั้น เด็กไทยในเวลานี้ก็ตกเป็นเหยื่อของลัทธิบริโภคนิยม ที่แข่งขันกันในเรื่องข้าวของเครื่องใช้รุ่นใหม่ๆ ราคาแพงๆ ที่คิดกันแต่แค่ความโก้เก๋ทันสมัยไม่ตกเทรนด์ มากกว่าความคุ้มค่าหรือประโยชน์ใช้สอย ในขณะที่ความหวานของน้ำตาลเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคเบาหวาน การใช้ชีวิตที่หวานแหววเลื่อนลอยไร้แก่นสาร ก็ทำให้เด็กไทยมีลักษณะเป็นเบาหวาน ซึ่งส่งผลให้เส้นเลือดที่เลี้ยงหัวใจตีบตัน สำหรับความดันโลหิตสูงนั้นเปรียบเทียบได้กับการที่เด็กไทยขาดการควบคุมจิตใจของตนเอง ไม่มีความมั่นคงทางอารมณ์ ขาดความเป็นตัวของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากปัจจัยภายในแล้ว ปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะมลภาวะก็นับว่ามีผลอย่างยิ่งต่อสุขภาวะของหัวใจของชาติ มลภาวะดังกล่าวเป็นสิ่งที่เราท่านเห็นๆ กันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนบางครั้งก็กลายเป็นสิ่งที่ชินชา เช่น การยกย่องคนมีเงินจนละเลยต่อเรื่องจริยธรรมคุณธรรม และศีลธรรม ของคนคนนั้น การคิดเห็นว่าการตลบตะแลงปลิ้นปล้อนเป็นความเก่งกาจ การทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด แต่การตะแบงหรือเอาข้างเข้าถูเป็นสิ่งที่ถูกต้อง รวมทั้งการประพฤติปฏิบัติตนของบุคคลในสังคมไม่ว่าจะเป็นดารา คนดัง หรือนักการเมืองไทย ในหลายๆ เรื่องซึ่งผิดหรือหมิ่นเหม่ต่อศีลธรรม วัฒนธรรม และอารยธรรม
คำว่าอารยธรรมในที่นี้ ผมหมายถึงธรรมะที่อารยประเทศถือปฏิบัติ กล่าวโดยเฉพาะนักการเมืองก็เช่นการแสดงออกถึงจริยธรรมและมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตน ซึ่งจะเห็นได้จากนานาอารยประเทศ ที่รัฐมนตรีลาออกเมื่อมีความบกพร่องเสียหายเกิดขึ้นในกระทรวงที่ตนดูแล แม้ว่าตนจะไม่ได้เป็นผู้ก่อความผิดนั้นก็ตาม แต่เราจะไม่ได้ยินเรื่องทำนองนี้ในอนารยประเทศหรอกครับ ไม่ว่ารถไฟจะตกรางสักกี่ขบวน โรงงานจะปล่อยก๊าซพิษหรือของเสียขนาดไหน หรือถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการคอรัปชั่นเพียงไร รัฐมนตรีของเราหลายๆ คน และพรรคการเมืองต้นสังกัดบางพรรคก็ยังนึกความหมายของคำว่า "ความรับผิดชอบ" และ "จริยธรรม" ไม่ออกเลยครับ
เมื่อไหร่ครับ เราถึงจะคิดได้เสียทีว่า สิ่งที่เด็กต้องการในวันเด็กไม่ใช่แค่คำขวัญที่คล้องจอง แต่ต้องเป็นอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันกว่านั้น มีคุณค่ากว่านั้น และเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กๆ เพราะเราไม่ได้สักแต่ให้ของขวัญซังกะบ๊วยแก่เด็กกะโปโล แต่เรากำลังให้ของขวัญชิ้นเอกแก่หัวใจของเราเองและหัวใจของชาติ
และก็ไม่ใช่แค่ทำให้ (ภูมิใจ) ไทยเข้มแข็งเท่านั้นครับ แต่ต้องให้ทั้งหัวใจ และไทยเข้มแข็งไปพร้อมๆ กัน



