
เครื่องมือกับกฎหมาย
วันก่อน ครม.อนุมัติงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จัดซื้ออุปกรณ์ควบคุมฝูงชน เพราะเล็งเห็นว่า หลังจากนี้ไปการเมืองบนถนนจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ไหนจะมีอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ไหนเสื้อแดงจะนัดชุมนุมปิดเขายายเที่ยง และอื่นๆ ที่ว่ากันว่าต้องการไปให้ถึงขั้นแตกหัก
งบที่จัดสรรให้ก็เพื่อให้งานควบคุมฝูงชนพร้อม
พร้อมในที่นี้หมายถึงว่า เสื้อเกราะ หมวกกันน็อก กระบอง โล่ กระสุนยาง ตาข่ายแห ฯลฯ ว่าด้วยเรื่องอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ล้วนๆ
แต่ไม่ได้รวมกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมในที่สาธารณะ
คงจำกันได้ตอนเสื้อเหลืองชุมนุมประท้วงยืดเยื้อ นำมาสู่การใช้กำลังสลายการชุมนุม 7 ตุลา 51 นายตำรวจใหญ่หลายคนถูกดำเนินคดีฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีการพูดถึงกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมในที่สาธารณะ ฮือฮาถึงขนาดมีร่างออกมาให้เชยชมแล้ว แต่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ไปศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียดของขั้นตอนปฏิบัติ
ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้เรื่องก็เงียบหายไปเฉยๆ
เท่าที่พูดคุยกับตำรวจหลายคน ส่วนใหญ่อยากให้กฎหมายตัวนี้คลอดออกมาบังคับใช้ เพราะมีข้อกำหนดลงไปชัดเจนว่า ทำยังไงทำถึงขั้นไหนผิดกฎหมาย แล้วก็มีระบุลงไปว่า ใครมีอำนาจสั่งการ และต้องทำตามขั้นตอนอย่างไรบ้าง
ถ้ามองในแง่ตำรวจผู้ปฏิบัติก็ต้องบอกว่า เป็นกฎหมายที่เอื้อให้ปฏิบัติงานได้ง่ายขึ้น ไม่เช่นนั้นพอนักการเมืองสั่งการลงมาแบบคลุมเครือก็พ้นผิด คนรับผิดชอบกลายเป็นตำรวจผู้ปฏิบัติอยู่ร่ำไป
แต่ถ้ามองในแง่ประชาชนคนทั่วไปก็ต้องบอกว่า กฎหมายนี้ก็ดีที่เอื้อให้ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย อยู่ในกรอบ ไม่ใช่นึกอยากจะปิดถนนก็ปิด อยากจะปิดสนามบินก็ปิด เพราะท้ายที่สุดแล้วมันมีแต่ผลเสียต่อประเทศชาติทั้งนั้น
ดังนั้น ในกรณีนี้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะมีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมมูลก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีก และเจ้าหน้าที่จะไม่ตกเป็นเบี้ยล่างของฝ่ายการเมืองอย่างที่เคยเป็น
ให้ดาบอาญาสิทธิ์อย่างเดียว โดยไม่ให้อำนาจมันก็ไม่ต่างอะไรกับอัศวินม้าไม้ จำเป็นต้องพร้อมทั้งเครื่องมือและกฎหมายด้วย
และถ้าวันหนึ่งข้างหน้าตำรวจได้อำนาจแล้วก็ต้องมีสำนึกผิดชอบชั่วดีให้มาก...ขอฝากไว้ครับ
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



