ข่าว

ผู้ป่วยผ่าตัดต้อรพ.ศูนย์ขอนแก่นตาบอดเพิ่ม3ราย

ผู้ป่วยผ่าตัดต้อรพ.ศูนย์ขอนแก่นตาบอดเพิ่ม3ราย

07 ม.ค. 2553

รวมเป็น 10 รายแล้ว ส่วนอีก 1 อาการดีขึ้น ด้านลูกสาวที่พ่อสูญเสียดวงตาครวญแม้จะใส่ตาปลอมให้ก็ไม่ได้มองเห็นเหมือนตาจริง เผยถ้าเยียวยาไม่ดีพอ ฟ้องแน่

 ผู้ป่วย 4 รายที่ติดเชื้อแบคทีเรีย "ซูโดโมนาส แอรูจิโนซา" จากการผ่าตัดต้อกระจกตาที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2552 ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ตาบอดแล้ว 3 ราย จากที่ก่อนหน้านี้มีผู้ป่วยตาบอดไป 7 ราย รวมมีผู้ป่วยที่ตาบอดจากการติดเชื้อดังกล่าว 10 ราย รอดูอาการอยู่ 1 ราย

 เมื่อวันที่ 7 มกราคม แพทย์ผู้รักษาผู้ป่วยที่ผ่าตัดตาติดเชื้อรุนแรง 4 ราย ที่นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ป่วย 3 ราย จาก 4 รายดังกล่าว สูญเสียการมองเห็นแล้ว หลังจากแพทย์ให้การรักษามาเกือบ 1 สัปดาห์ รวมแล้วขณะนี้มีผู้ป่วยที่ผ่าตัดตาติดเชื้อตาบอดไปแล้ว 10 ราย

 ทั้งนี้ผู้ป่วย 3 รายที่ตาบอดเพิ่มจากเดิม ได้แก่ 1.นางนาง อุ่นเสือ ชาว ต.โพนเพ็ก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น แพทย์ได้ผ่าตัดน้ำวุ้นตาและให้ยาปฏิชีวนะตาขวา ซึ่งที่ผ่านมาอาการก็ดีขึ้นบ้าง แต่ท้ายที่สุดขณะนี้สูญเสียการมองเห็นแล้ว 2.นางลัดดา จันทะเกตุ ชาวง ต.กู่ทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ตาซ้ายสูญเสียการมองเห็น และ 3.นางเพ็ง กองสี ชาว ต.โพนเพ็ก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ตาขวาสูญเสียการมองเห็น

 ส่วนอีก 1 รายที่ติดเชื้อด้วยคือ นางทองปัก ทองรักษ์ ชาว ต.ศรีบุญเรือง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น อาการไม่รุนแรงเช่นคนอื่นๆ แพทย์ได้ผ่าตัดน้ำวุ้นตา และให้ยาปฏิชีวนะตาข้างขวาที่ผ่าตัดจนอาการดีขึ้น ทำให้ตาไม่สูญเสียการมองเห็น ขณะนี้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

 นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยที่สูญเสียการมองเห็นไปในชุด 7 คนแรก ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นอีก 1 ราย คือนายใจ มั่นคง ชาว ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เนื่องจากอาการยังไม่หายดี 

 นางนวลจันทร์ ป้องนาม ลูกสาวของนายใจ กล่าวว่า เสียใจมากที่พ่อได้รับเคราะห์จากการรักษาผิดพลาดของแพทย์ เนื่องจากการผ่าตัดตาต้องทำให้พ่อต้องสูญเสียตาข้างหนึ่งไป ซึ่งถึงแม้ว่าโรงพยาบาลจะรับผิดชอบว่าจะตกแต่งตา หรือจัดหาตาเทียมให้ แต่ก็ไม่สามารถกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิม

 "ขณะนี้ก็ได้แต่ทำใจรอดูว่าโรงพยาบาลจะดูแลอย่างไร หากการเยียวยาไม่ดีพอ หรือปล่อยเลยตามเลย ก็จะต้องปรึกษาทนาย เพื่อฟ้องร้องอย่างแน่นอน ตอนนี้ก็รอดูท่าทีของโรงพยาบาลอยู่" นางนวลจันทร์กล่าวและว่า หมอบอกว่าอาการของพ่อดีขึ้นมาก ถ้าแผลหายดีแล้วก็จะตกแต่งตาให้สวยงามเหมือนของจริงทุกอย่าง

 นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น กล่าวว่า การตรวจวิเคราะห์หาที่มาของเชื้อขณะนี้ แม้จะพอทราบถึงที่มาของเชื้อแต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้แน่นอน โดยแพทย์ได้นำอุปกรณ์และเครื่องมือผ่าตัดทั้ง 85 รายการในห้องผ่าตัดไปทำลายแล้ว พร้อมกับทำความสะอาดห้องผ่าตัด ฆ่าเชื้ออุปกรณ์การช่วยผ่าตัดทุกอย่าง เช่น ไฟส่องช่วยผ่าตัด กล้องส่องช่วยผ่าตัด อย่างไรก็ตามมีอุปกรณ์แพทย์ในการผ่าตัดจำนวนมากที่ติดตั้งไว้ถาวร ไม่สามารถนำไปทิ้งหรือเคลื่อนย้ายได้ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้รวมมูลค่ากว่า 30-40 ล้านบาท ทำได้เพียงใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดถู โดยในส่วนนี้ไม่น่าจะเป็นที่มาของเชื้อโรค

 "ในส่วนของเรื่องการเยียวยาผู้ป่วยทั้งหมด ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการในเรื่องสิทธิที่จะได้รับจากความสูญเสียในการบริการด้านการแพทย์ให้ พร้อมดูแลรักษาผู้ป่วยตลอดการรักษาจนกว่าผู้ป่วยที่ตาบอดนั้นจะหายดี นอกจากนี้ก็ได้สั่งให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านตา จัดหาตาเทียมที่ดีที่สุดและสวยงามมาไว้สำหรับใส่ให้ผู้ป่วยหลังจากแผลที่ตาดีขึ้นแล้ว ซึ่งโรงพยาบาลจะดูแลทุกอย่าง" นพ.วีระพันธ์กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีข่าวออกไป แม้โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นจะยังเปิดบริการตรวจรักษาโรคเกี่ยวกับตา แต่ก็มีผู้ช่วยรับบริการเพียงประปราย เมื่อสอบถามผู้ป่วยเหล่านี้ก็พบว่าไม่ทราบข่าวว่ามีการผ่าตัดตาจนติดเชื้อแล้วตาบอดมาก่อน ซึ่งเมื่อทราบข่าวบางรายถึงกับรีบกลับบ้านไปทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจ
 
 ด้านจักษุวิทยา โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ป่วยลดลงมาก จากเดิมที่เคยมาติดต่อขอรักษาตา 200-300 รายต่อวัน ขณะนี้มีไม่ถึง 20 คนต่อวัน คาดว่าคงต้องรอให้เรื่องผ่านไปสักระยะหนึ่งก่อนจึงจะมีผู้ป่วยตามารับบริการตรวจรักษาเหมือนเดิม