
หมอมนูญ ชี้ความรุนแรงของโควิดขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อไวรัสที่หายใจเข้าไป
หมอมนูญ เผยข้อมูลใหม่ ความรุนแรงของโรคโควิด-19 ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อไวรัสที่หายใจเข้าไป ย้ำใส่หน้ากากอนามัยช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ ลดปริมาณเชื้อโรค-ทำให้ความรุนแรงของโรคลดลง
วันนี้ 27 ก.ค. 2563 นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ผู้ได้รางวัลแพทย์ดีเด่นจากแพทย์สภาประจำปี 2561 โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก "หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC" ระบุ ข้อมูลใหม่ ความรุนแรงของโรคไวรัสโควิด-19 ขึ้นกับปริมาณของอนุภาคเชื้อไวรัสที่หายใจเข้าไป
อ่านข่าว "หมอมนูญ" เผยข้อมูลยันชัด โควิด-19 แพร่เชื้อทางอากาศได้
การใส่หน้ากากอนามัยช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ ถึงจะไม่ 100% ก็ยังช่วยลดปริมาณของเชื้อโรค ทำให้ความรุนแรงของโรคลดลง
ปริมาณของเชื้อไวรัสเป็นตัวกำหนด คนรับเชื้อจะป่วยน้อยหรือป่วยหนัก การใส่หน้ากากอนามัยช่วยลดการหายใจปริมาณของเชื้อไวรัสที่เกาะอยู่บนละอองฝอย จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อ และลดความรุนแรงของโรคได้
มีการทดลองในคน โดยใช้เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่พบว่า คนที่ได้รับเชื้อปริมาณมาก จะป่วยมากกว่าคนที่รับเชื้อปริมาณน้อย
ในสัตว์ทดลองหนูแฮมสเตอร์ hamster พบว่าการใช้หน้ากากกั้นระหว่างกรงสามารถลดการป่วยของหนูจากโรคไวรัสโควิด-19 และถึงป่วยก็ไม่ป่วยรุนแรง
หน้ากาก N95 กรองเชื้อไวรัสได้ 90-95% หน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยกรองได้ 65-85% ถ้าทุกคนใส่ หน้ากากช่วยลดปริมาณเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกาะบนละอองฝอย กระจายออกมาในอากาศ และหายใจเอาเชื้อเข้าไป (ดูรูป)
องค์การอนามัยโลกเพิ่งจะประกาศว่าทุกคนควรใส่หน้ากากอนามัยเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ตั้งแต่คนทั่วโลกใส่หน้ากากอนามัยมากขึ้น คนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ไม่มีอาการ พบเพิ่มขึ้นถึงประมาณร้อยละ 40 และอัตราการเสียชีวิตลดลง ถ้าคนทั่วโลกใส่หน้ากากมากกว่าร้อยละ 80 การระบาดของโรคอาจจะเริ่มลดลงภายในเวลา 2 เดือน
คนไทยให้ความร่วมมือใส่หน้ากากตั้งแต่เดือนมีนาคม ก่อนหน้าองค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทุกคนใส่ ขอให้คนไทยทุกคนใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าต่อไป เวลาออกไปในที่สาธารณะ มีคนรวมตัวกันมากในที่ปิด อากาศถ่ายเทไม่ดี ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เวลาพูด ไอ จาม ร้องเพลง เราใส่หน้ากากเพื่อเขา เขาใส่เพื่อเรา ทุกคนจะปลอดภัยจากการติดเชื้อ ถึงป่วยก็จะไม่ป่วยรุนแรง



