ข่าว

 พลังเว็บ...พลังผู้บริโภค !!  ปฏิบัติการผู้ซื้อ “บ้าน”แก้เกมผู้ขาย

พลังเว็บ...พลังผู้บริโภค !! ปฏิบัติการผู้ซื้อ “บ้าน”แก้เกมผู้ขาย

09 มี.ค. 2552

อสังหาฯ ได้ถูกขึ้นป้ายแชมป์สถิติร้องเรียนเข้าไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ประเด็นปัญหาที่ได้รับร้องเรียนเข้ามาจะเป็นปัญหาซ้ำๆ คือ

1.ปัญหากู้ไม่ผ่านหรือกู้ได้ไม่เต็มวงเงินที่ขอกู้นำไปสู่ปัญหาผู้ประกอบการยึดเงินจอง
 2.มีการก่อสร้างแต่ไม่แล้วเสร็จ
 3.บริษัทหลีกเลี่ยงกฎหมายจัดสรรที่ดินและกฎหมายควบคุมอาคาร
 ปรากฏการณ์ "ยึดเงินจอง" หรือบ่ายเบี่ยงไม่คืนเงินจองเนื่องจากปัญหาการอนุมัติวงเงินกู้ของสถาบันการเงิน สถิติที่น่าสนใจขณะนี้มีผู้บริโภคร้องเรียนจากการซื้อห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมมากขึ้น ประเด็นหลักคือการถูกละเมิดสัญญาจากเจ้าของโครงการที่ไม่สามารถส่งมอบห้องชุดได้ทันตามกำหนด สาเหตุจากสถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อพัฒนาโครงการต่อ ผลมาจากยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า ทำให้ต้องหยุดการก่อสร้าง
 นอกจากนี้ บางโครงการประสบปัญหาจากรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ หรือถูกต่อต้านจากกลุ่มผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง ทำให้การก่อสร้างล่าช้าหรือไม่สามารถพัฒนาต่อได้
 ทางออกเบื้องต้นที่ผู้ประกอบการเจ้าของโครงการนำมาใช้คือ เสนอทางเลือกให้ลูกค้าเปลี่ยนมาซื้อห้องชุดในอาคารอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในโครงการเดียวกันหรือคนละโครงการ แต่มีเงื่อนไขต้องชำระเงินเพิ่มตามขนาดและราคาขายของห้องชุดที่จะปรับเปลี่ยนใหม่ ทำให้ไม่สามารถตกลงกันได้
 ทั้งนี้ หากพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสัญญาจะซื้อจะขายนั้น จะพบว่าค่อนข้างปกป้องผู้บริโภค เช่น ในกรณีคอนโดมิเนียม ที่ระบุไว้ในแบบสัญญามาตรฐานจะซื้อจะขายนั้น โครงการใดที่จะเปิดขายได้ต้องได้รับใบอนุญาตก่อสร้างก่อน ด้วยเหตุดังกล่าว เมื่อกฎหมายเปิดทางให้ผู้บริโภคฟ้องร้องเอาผิดกับผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ทางออกที่ผู้ประกอบการแก้ลำ ด้วยการเปิดให้ลูกค้าทำสัญญา ”จองซื้อ” แทน และพร้อมมีหนังสือเชิญลูกค้ามาทำสัญญาจะซื้อจะขายตามแบบสัญญามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดในภายหลังจากที่โครงการได้รับใบอนุญาตการก่อสร้างแล้ว
 แบบสัญญามาตรฐานการซื้อขายคอนโดมิเนียมนี้ ตามหลักการของกฎหมายที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ซึ่งใน พ.ร.บ.อาคารชุดใหม่ ระบุว่า โครงการที่เปิดขายหลังวันที่ 4 กรกฎาคม 2551 จะต้องได้รับใบอนุญาตการก่อสร้างก่อน ข้อกำหนดดังกล่าวนี้ได้ระบุไว้ในแบบสัญญามาตรฐาน ที่ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องทำตามแบบที่กำหนด
 ในประเด็นนี้ต้องยอมรับว่ามีข้อถกเถียงกันไปมาระหว่างผู้ประกอบการกับหน่วยงานราชการ โดยหน่วยงานราชการที่ออกกฎหมายนี้ ก็เพราะปกป้องผู้ซื้อ แต่ฟากฝั่งผู้ประกอบการก็ให้เหตุผลว่า กว่าหน่วยงานราชการที่พิจารณาออกใบอนุญาตการก่อสร้างให้นั้น กินเวลานาน เอกชนรอไม่ไหว เพราะดอกเบี้ยวิ่งทุกวัน ต้นทุนการเงินสูงขึ้น แล้วใครจะรับผิดชอบ...ประเด็นนี้กำลังนำไปสู่การพิจารณาการแก้ไขกฎหมายที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
 ระหว่างที่(รอ)การแก้ไข เอกชนต้องหาทางออกกันเอาเอง การเลี่ยงใช้สัญญา “จองซื้อ” ก็ถือว่าเป็นอีกช่องที่ดำเนินการแล้วผิดกฎหมาย !!! จะอย่างไรก็แล้วแต่ ก็ขอให้ผู้ซื้อดูรายละเอียดต่างๆ ให้รอบคอบ สอบถามเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจน และเข้าใจ มิเช่นนั้นความฝันอยากจะเห็น “บ้าน(คอนโด)" ก็อาจเป็นได้แค่ฝัน
 ดั่งผู้ซื้อหนึ่งในหลายสิบคนที่ซื้อห้องชุดในโครงการคอนโดมิเนียมย่านรัชดาฯ-สุทธิสาร ที่เปิดใจ...
 ดิฉันกับเพื่อนๆ ที่บังเอิญรู้จักกันในกระทู้ของเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ทุกคนตกที่นั่งเดียวกัน เพราะดันไปเชื่อมั่นซื้อคอนโดแห่งหนึ่ง ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทที่เราทุกคนดูเบื้องต้นแล้วว่าไม่ไก่กา แถมยังอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทมหาชน และถ้าย้อนกลับไป โครงการนี้เปิดตัวเมื่อปี 2551 ด้วยภาพลักษณ์ที่สวยหรู วิธีการทำการตลาดสมัยใหม่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งคอนเซ็ปต์โครงการที่มาแต่ตัว ที่นี่มีให้หมด หนังโฆษณาที่ชวนฝันให้อยากเป็นเจ้าของ รูปแบบโบรชัวร์ และอื่นๆ มากมาย ซึ่งทุกอย่างยอมรับว่าเขาสร้างภาพได้ดี จนเราทุกคนไม่เอะใจว่ากำลังตกเป็นเหยื่อแต่อย่างใด
 ดิฉันกับแฟนเป็นคนหนึ่งที่ตัดสินใจซื้อคอนโดแห่งนี้ เพราะด้วยความสะดวกสบายที่โครงการอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีรัชดานิดหน่อย ถึงแม้จะต้องขับรถเข้าซอยลึกประมาณ 200 เมตร เมื่อเทียบกับโครงการของบริษัทอื่นๆ ที่อยู่ริมถนนใหญ่ เพราะด้วยราคาขายที่คำนวณแล้วคิดว่าเงินเดือนของเรา 2 คนจะเพียงพอกับการผ่อนดาวน์ เราเริ่มซื้อโครงการนี้เมื่อเดือนมีนาคม 2551 ซึ่งตามสัญญาโครงการจะใช้เวลาก่อสร้าง 16 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2551
 ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ การผ่อนดาวน์เริ่มขึ้นหลังจากเซ็นสัญญา แต่พอนานวันเข้าเราเริ่มเอะใจ เพราะเราผ่อนดาวน์ไปหลายงวด ซึ่งเลยกำหนดที่ทางเซลส์แจ้งว่าจะเริ่มก่อสร้างอีก 1-2 เดือน หลังจากเซ็นสัญญา ซึ่งถ้าดูเวลาที่ดิฉันซื้อกำหนดการเริ่มสร้างตามที่เซลส์แจ้งคือเดือนพฤษภาคม 2551 ซึ่งถ้าตามที่สัญญาระบุโครงการจะต้องก่อสร้างเสร็จประมาณเดือนธันวาคม 2552
 แต่ ณ ปัจจุบันกลับไม่มีความคืบหน้าเรื่องการก่อสร้างใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการทุบโครงสร้างเดิมที่เป็นทาวน์เฮ้าส์ เพราะเท่าที่รู้ เดิมเจ้าของได้วางแผนพัฒนาที่ผืนนี้เป็นทาวน์เฮ้าส์จำนวน 30 ห้อง มีการสร้างบ้านตัวอย่าง ปรับสภาพแวดล้อมสวยงาม แต่ด้วยปัญหาใดไม่อาจทราบได้ เขาปรับแผนพัฒนาเปลี่ยนจากการขายทาวน์เฮ้าส์มาขายคอนโดแทน ในแง่ผู้บริโภคไม่สนใจหรอกค่ะว่าผู้ประกอบการจะมีปัญหาอะไร ถึงเปลี่ยนรูปแบบโครงการในครั้งนี้ และการเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาโครงการจะมีผลกระทบอะไรบ้าง เพราะนั่นไม่ใช่หน้าที่ของผู้บริโภค
 หน้าที่ของผู้ประกอบการคือ ต้องเคลียร์ทุกอย่างให้โปร่งใส ยิ่งเป็นบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้วล่ะก็ หลักธรรมาธิบาลต้องมาเป็นที่ 1 ไม่ใช่หรือค่ะ ปัจจุบันดิฉันผ่อนดาวน์ไป 11 งวด เหลืออีก 8 งวดก็หมดกำหนดการผ่อนดาวน์ ซึ่งตามหลักของผู้พัฒนาคอนโดมืออาชีพที่เราเห็นๆ กันคือ หมดการผ่อนดาวน์ปุ๊บ ตึกเสร็จพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที สิ่งที่ข้องใจในขณะนี้โครงการจะสร้างแน่หรือ? เงินที่เราทุกคนจ่ายไปอยู่ที่ไหน?
 ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึงได้พบกับเพื่อนบ้านที่ตกที่นั่งลำบากเหมือนจะได้กระดาษเพียงใบเดียวในกระทู้สุดฮิตแห่งหนึ่ง ซึ่งทุกคนตกลงกันที่จะเรียกร้องสิทธิของผู้บริโภค หลังจากที่ทุกคนวางเงินดาวน์ไปเป็นจำนวนมาก นับแล้วรายละไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนบาท ในขณะที่โครงสร้างทาวน์เฮ้าส์เดิมไม่มีการทุบทิ้ง ไม่มีการเคลียร์พื้นที่เพื่อเตรียมงานก่อสร้างแต่อย่างใด
 การรวมพลังกันเพื่อเรียกร้องจึงเกิดขึ้น ในช่วงแรกทุกคนสื่อสารกันผ่านกระทู้ยอดฮิต ณ ปัจจุบันมียอดคลิกนับพันครั้ง และเริ่มพัฒนาขึ้นสื่อสารกันผ่านอีเมล เอ็มเอสเอ็ม ตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่อยากเพลย์กับคอนโดย่านรัชดา-สุทธิสาร เพื่อหาความชัดเจนถึงความล่าช้าในการก่อสร้างจากเจ้าของโครงการ ด้วยวิธีต่างๆ ที่แต่ละคนจะช่วยกันได้ คำตอบหนึ่งมาจากฝ่ายกฎหมายของเจ้าของโครงการ คือ ขณะนี้โครงการติด อีไอเอ คือง่ายๆ โครงการยังไม่ผ่าน สวล. ยื่นไปหลายครั้ง คาดว่าจะก่อสร้างได้เดือนมีนาคมนี้ ซึ่งเป็นคำตอบที่สอดคล้องกับเสียงที่มาจากปากของผู้บริหารระดับสูงสุด แต่นั่นไม่ใช่คำตอบที่น่าเชื่อถือได้ เพราะโครงการเลื่อนการก่อสร้างไปเรื่อยๆ เอาจริงไม่ได้สักที ในขณะที่เราทุกคนก็ยังต้องผ่อนดาวน์ต่อไปเพื่อไม่ให้ผิดสัญญา
 คำถามคือ ใครจะรับผิดชอบหากกำหนดการเข้าอยู่เลื่อนไป?
 ใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่โอเวอร์ถ้าโครงการไม่เสร็จ อนาคตทางการเงินที่วางแผนบริหารจัดการไว้ใครจะรับผิดชอบ? ทุกอย่าง ณ วันนี้ไม่เหมือนกันวันแรกที่พนักงานขายแจ้งไว้
 ถ้ามองในแง่ของผู้บริโภคแล้ว มันคือ อนาคตที่จับต้องไม่ได้จริงๆ...เธอกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะย้ำฝากไปยังผู้ซื้อท่านอื่น ที่ไม่ว่าท่านจะซื้อบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม เป็นไปได้ อย่าทิ้ง การสร้างพลังชุมชน สร้างกลุ่มของตนเองผ่านเว็บไซต์ ใช้เครื่องมือสื่อสารยุคใหม่ ยุคไอที ให้เกิดประโยชน์ !!!

 

ปรียา เทศนอก