
ทดลองวัคซีน โควิด-19 บนพื้นฐานความไม่แน่นอน - เสี่ยงไวรัสกลายพันธุ์
ความหวังแก่คนทั่วโลกท่ามกลางการระบาดใหญ่ คืบหน้าการพัฒนา - ทดลองวัคซีน โควิด-19 ทั่วทุกมุมโลก บนพื้นฐานความไม่แน่นอน - เสี่ยงไวรัสกลายพันธุ์
กลายเป็นความหวังแก่คนทั่วโลกท่ามกลางการระบาดใหญ่ หลังไม่นานมานี้ หลายประเทศต่างออกมารายงานความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนทดลองสำหรับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) ของตน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกระตุ้นให้ผู้คนมีเจตคติที่เป็นกลาง มีเหตุผล และเป็นวิทยาศาสตร์ต่อวัคซีนทดลอง
เมื่อวันจันทร์ (20 กรกฎาคม 2563) ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ขณะนี้มีวัคซีนที่อยู่ระหว่างการประเมินผลทางคลินิกอย่างน้อย 24 รายการ และอยู่ระหว่างการทดลองก่อนการทดสอบในมนุษย์ (Pre-clinical) อีก 142 รายการ
วันจันทร์ (20 ก.ค.) เพียงวันเดียว มีประเทศที่ออกมารายงานผลการวิจัยฉบับใหม่ของวัคซีนโรคโควิด-19 ถึง 4 ประเทศ
ทีมนักวิจัยจีนระบุในการศึกษาฉบับใหม่ที่ได้รับการเผยแพร่ลงใน เดอะแลนเซ็ต (The Lancet) วารสารทางการแพทย์ชื่อดัง ว่า ในการทดลองระยะที่ 2 ของวัคซีนโรคโควิด-19 พบว่า วัคซีนรายการดังกล่าวมีความปลอดภัยและชักนำการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันได้
“การทดลองระยะที่ 2 ช่วยเพิ่มพูนหลักฐานที่ยืนยันถึงความปลอดภัยและการตอบสนองภูมิคุ้มกันในกลุ่มผู้ทดลองที่มีจำนวนมากกว่าการทดลองระยะที่ 1 การทดลองนี้จึงเป็นย่างก้าวที่สำคัญในการประเมินวัคซีนทดลองระยะต้นตัวนี้ และขณะนี้เราได้เริ่มทำการทดลองระยะที่ 3 แล้ว” ศาสตราจารย์จูเฟิ่งไฉ จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคประจำมณฑลเจียงซูของจีน กล่าว
การศึกษาอีกฉบับที่ได้รับการเผยแพร่ลงในวารสารเดอะแลนเซ็ตในวันเดียวกัน เปิดเผยผลการทดลองวัคซีน ChAdOx1 nCoV-19 ระยะ 1 และ 2 ซึ่งเป็นวัคซีนสำหรับโรคโควิด-19 ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดกำลังวิจัยอยู่ โดยระบุว่า วัคซีนไม่มีข้อน่ากังวลด้านความปลอดภัยในขั้นต้น ทั้งยังกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงได้
มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เผยว่า การทดลองข้างต้นมีกลุ่มทดลองเป็นอาสาสมัครวัยผู้ใหญ่สุขภาพดีมากกว่า 1,000 คน ผลปรากฏว่า วัคซีนกระตุ้นการตอบสนองของเซลล์ที (T cell) ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถต่อสู้กับเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ได้ ภายใน 14 วัน หลังรับวัคซีน และกระตุ้นแอนติบอดี หรือโปรตีนภูมิคุ้มกันได้ภายใน 28 วัน
กระทรวงกลาโหมรัสเซีย เผยว่า จากการร่วมมือกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การระบาดวิทยาและจุลชีววิทยากามาเลยา (Gamaleya Scientific Research Institute of Epidemiology and Microbiology) กระทรวงประสบความสำเร็จในการทดลองทางคลินิกของวัคซีนโรคโควิด-19 ที่มีอาสาสมัครเข้าร่วมทดลอง
“อาสาสมัครทุกคนที่ได้รับภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ต่างรู้สึกดี” รุสลัน คัดจิสเมโลวิช ซาลิคอฟ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหมคนที่ 1 ของรัสเซีย ให้ข้อมูลกับ อาร์กูเมนตี อี ฟักตี (Argumenty i Fakty) หนังสือพิมพ์ของมอสโก
ไบโอเอ็นเทค (BioNTech) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของเยอรมนี และไฟเซอร์ (Pfizer) บริษัทเภสัชกรรมของสหรัฐฯ แถลงว่า ข้อมูลจากวัคซีนทดลองสำหรับป้องกันโรคโควิด-19 ของพวกเขา มีความปลอดภัยและชักนำการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันได้ อีกทั้งผู้ป่วยยังมีการตอบสนองของเซลล์ทีในระดับสูง
นอกจากนี้ ช่วงเดือนกรกฎาคม มีสถาบันวิจัยในอีกหลายประเทศที่ได้รายงานความคืบหน้าการทดลองวัคซีนโรคโควิด-19 ของตน
การศึกษาที่ได้รับการเผยแพร่ลงใน นิว อิงแลนด์ เจอร์นัล ออฟ เมดิซีน (NEJM) วารสารการแพทย์ฉบับหนึ่ง เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ระบุว่า คณะนักวิจัยรายงานว่า วัคซีน mRNA-1273 สำหรับโรคโควิด-19 ที่พัฒนาร่วมกันโดยสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ (NIAID) และ บริษัทโมเดอร์นา เธราพิวทิกส์ (Moderna Therapeutics) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐฯ ชักนำการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันได้ และไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงในอาสาสมัคร ในการทดลองทางคลินิกครั้งที่ 2
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ (UQ) ในออสเตรเลีย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในไทย และสถาบันอื่นๆ อีกหลายแห่ง ยังรายงานผลลัพธ์อันน่าพึงพอใจในการวิจัยวัคซีนโรคโควิด-19
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข่าวดีเกี่ยวกับวัคซีนโรคโควิด-19 ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเตือนถึงความไม่แน่นอนของการพัฒนาวัคซีนและการทดลองทางคลินิก ตลอดจนความเสี่ยงและความท้าทายนานับปการ อาทิ การกลายพันธุ์ของไวรัส ขณะเดียวกันก็ได้กระตุ้นถึงเจตคติที่เป็นกลาง มีเหตุผล และเป็นวิทยาศาสตร์ต่อวัคซีนทดลอง
ดร.ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารโครงการเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพ (Health Emergencies Program) ขององค์การอนามัยโลก กล่าวเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ว่า ปัจจุบันยังไม่มีกำหนดการแน่นอนสำหรับการส่งมอบวัคซีนโรคโควิด-19
ไรอัน ระบุระหว่างการแถลงว่า แม้ข้อมูลเบื้องต้นของวัคซีนทดลองบางรายการจะมีแนวโน้มโน้มค่อนข้างน่าพอใจ แต่ยังคาดการณ์ไม่ได้ว่ารายการใดที่มีประสิทธิภาพทางคลินิกที่สมบูรณ์ พร้อมเสริมว่า วัคซีนทดลองอาจเผยประสิทธิภาพต้านโรคโควิด-19 ได้ภายในสิ้นปีนี้ แต่คำถามก็คือจะเริ่มผลิตในปริมาณมากได้เร็วแค่ไหน
อาชาร์ก อัล-เอาซัต (Asharq al-Awsat) หนังสือพิมพ์ของซาอุดีอาระเบีย รายงานเมื่อไม่นานนี้ว่าบรรดานักวิจัยควรหลีกเลี่ยงการมองโลกในแง่ดีเกินควรในเรื่องความคืบหน้าของวัคซีนในการทดลองทางคลินิกบางรายการ และควรรอผลการทดลองเพิ่มเติมต่อไป
เคนเนธ เฟรเซอร์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทเมอร์ก (Merck) บริษัทยาของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เราไม่อาจรับประกันประสิทธิผลของวัคซีนที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในขณะนี้ได้
รายงานการศึกษาบางฉบับยังแสดงให้เห็นว่า ระดับของแอนติบอดีจะลดลง หลังผู้ป่วยโรคโควิด-19 ฟื้นตัว ด้วยเหตุนี้ ความพยายามร่วมกันของทีมวิจัยทางวิทยาศาสตร์จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นในการรับมือปัญหาต่างๆ อาทิ วิธีที่จะทำให้วัคซีนโรคโควิด-19 สามารถให้ภูมิคุ้มกันที่เพียงพอในระยะยาว และวิธีจัดการกับความผันแปรของไวรัสที่อาจเกิดขึ้นได้
นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกได้เรียกร้องว่าก่อนจะมีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ใช้งานอย่างเป็นทางการ ทุกประเทศควรดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่ครอบคลุมทุกด้านอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าว - สถานการณ์ โควิด-19 สหรัฐฯ ทรัมป์ กล่าวครั้งแรกรอบ 3 เดือน โดยไม่สวมหน้ากาก
(แฟ้มภาพซินหัว : ตัวอย่างวัคซีนโรคโควิด-19 ชนิดเชื้อตาย ณ โรงงานผลิตวัคซีนของบริษัทไชน่า เนชันนัล ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ป หรือซิโนฟาร์ม กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2020)
(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในชุดป้องกันทำงานในหอผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่โรงพยาบาลทเวอร์ เมืองทเวอร์ของรัสเซีย เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2020)
(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย ขี่จักรยานบนสะพานบรูกลินในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2020)
(แฟ้มภาพซินหัว : นักดนตรีเล่นเชลโลบริเวณหน้าประตูบรันเดนบวร์ก กรุงเบอร์ลินเมืองหลวงของเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2020)
CR : xinhuathai.com



