
เล็งรื้อโครงสร้างภาษีรถประหยัดพลังงาน
พลังงาน-อุตสาหกรรม-คลัง ร่วมถกโครงสร้างภาษีรถยนต์ประหยัดพลังงานทั้งระบบ คาดได้ข้อสรุปภายในเดือนมกราคมนี้ หวังสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการ
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงาน อุตสาหกรรม และกระทรวงการคลัง จะหารือร่วมกันถึงโครงสร้างภาษีรถยนต์ประหยัดพลังงานทั้งหมด ทั้งรถประเภทอีโคคาร์ รถใช้แก๊สโซฮอล์ทั่วไป รถแก๊สโซฮอล์ อี 85 รถก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) และรถไฮบริด หรือรถยนต์ประหยัดพลังงานประเภทพลังงานผสมชนิดพลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า โดยโครงสร้างภาษีครั้งนี้จะต้องมองทั้งระบบทั้งภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ และภาษีนำเข้ารถยนต์ทั้งคัน รวมถึงภาษีสรรพสามิต
“การส่งเสริมรถประหยัดพลังงานต้องมองภาพรวมทั้งหมด ไม่ควรพิจารณาทีละรายการ เพราะมีรถประหยัดพลังงานหลายประเภทที่ออกมาทำตลาดขณะนี้ ทั้งรถเอ็นจีวี และรถใช้แก๊สโซฮอล์ รวมถึงรถอีโคคาร์ และรถไฮบริด ดังนั้นการส่งเสริมโดยใช้กลไกภาษีต้องมีความเหมาะสม และเป็นธรรม ไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในด้านการลงทุน“ นพ.วรรณรัตน์ กล่าว และว่าจะพยายามให้ได้ข้อสรุปโครงสร้างภาษีที่เหมาะสมภายในเดือนมกราคมนี้ เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามการพิจารณาโครงสร้างภาษีรถยนต์ประหยัดพลังงานทั้งระบบครั้งนี้ เนื่องจากกระทรวงการคลังได้นำเสนอมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการผลิตและการใช้รถไฮบริดในที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา แต่เนื่องจากมีการทักท้วงในที่ประชุมที่ให้พิจารณารถประหยัดพลังงานประเภทอื่นๆ ไปพร้อมกัน โดยส่วนตัวมองว่ารถประหยัดพลังงานประเภทอีโคคาร์ สามารถที่จะพัฒนาเทคโนโลยีให้ใช้แก๊สโซฮอล์อี 85 ได้ด้วย เท่ากับประชาชนสามารถประหยัดได้สองต่อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาคเอกชนว่าพร้อมจะลงทุนหรือไม่
สำหรับการเปลี่ยนแท็กซี่จากก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) เป็นเอ็นจีวี 3 หมื่นคันนั้น ที่ผ่านมาได้มีการเร่งรัดในระดับหนึ่งแล้ว และได้กำชับเรื่องความโปร่งใส เป็นธรรม และการตรวจสอบเพราะหากเร่งรัดเกินไป แต่มาผิดพลาดภายหลังจะเกิดความเสียหายมากกว่า



