
ค่ายรถยนต์ไม่หั่นราคารับอาฟตายันไม่มีฮั้ว
ลดภาษีอาฟตาไม่ดึงราคารถยนต์ลง เหตุภาษียังมีความซับซ้อน ทำให้ได้ประโยชน์แค่คันละหลักพันบาท ขณะที่มีภาระอื่นอีกเพียบ ยันไม่มีการฮั้วราคา
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูเฟคเจอริ่ง จำกัด ในฐานะนายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า การลดภาษีขาเข้ารถยนต์ในกลุ่มประเทศอาเซียนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ไม่ได้สร้างความแตกต่างในตลาดรถยนต์ เพราะผู้จำหน่ายต้องลงทุนเรื่องบริการหลังการขายและสต็อกอะไหล่ยังมีความเสี่ยงสูงต่อการขาดทุนอยู่มาก
"การที่ไม่มีใครออกมาประกาศลดราคารถยนต์นำเข้าจากเพื่อนบ้าน ยืนยันว่าไม่มีการจับมือกันหรือฮั้วอย่างแน่นอน เพราะการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง หากตั้งราคาจำหน่ายสูงก็ถูกคู่แข่งแย่งลูกค้าเอาได้ง่ายๆ และกระทรวงพาณิชย์ก็มีต้นทุนการผลิตรถอยู่แล้ว" นายศุภรัตน์กล่าว
นายศุภรัตน์ กล่าวเสริมว่า ตลาดหลักของรถยนต์เมืองไทยอยู่นอกอาเซียน ได้แก่ ออสเตรเลีย แอฟริกาและอเมริกาใต้ เมื่อเกิดการเปิดเขตเสรีการค้าอาเซียนโดยสมบูรณ์ ในภาพรวมตลาดนั้นรวมเป็นหนึ่ง แต่ผู้บริโภคในแต่ละประเทศนั้นมีความต้องการที่แตกต่างกัน ค่ายรถยนต์ก็ยังทำการผลิตเพื่อตลาดในประเทศเป็นหลัก รถที่ส่งไปขายในอาเซียนด้วยกันนั้นราคาก็ยังคงสูงเพราะขายในปริมาณที่น้อย
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฮอนด้ามีรถยนต์ที่นำเข้ามาจากอินโดนีเซียทำตลาดเพียงรุ่นเดียวคือ ฮอนด้า ฟรีด ซึ่งเปิดตัวปลายปีที่ผ่านมา ราคาจำหน่ายดังกล่าวคำนวณรวมภาษีอาฟตาที่ลดลง 0% แล้ว นั่นคือเหตุผลที่ต้องส่งมอบรถหลังวันที่ 1 มกราคม รวมถึงไม่มีการปรับลดราคาลงมาอีก
แหล่งข่าวจากวงการรถยนต์ ระบุถึงสาเหตุที่ตลาดรถยนต์ไม่มีความเคลื่อนไหวมากนัก โดยเฉพาะราคาแม้การลดภาษีอาฟตาสำหรับสินค้ารถยนต์เหลือ 0% ว่า ภาระภาษีรถยนต์ไทย มีความซับซ้อนโดยเป็นภาษีแบบหลายชั้นทบซ้อนกัน และการที่ค่ายรถมีภาระต้องสต็อกอะไหล่และลงทุนด้านบริการหลังการขาย และมีความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน เมื่อคิดกลับมาเป็นผลประโยชน์ที่ได้ในหลักพันบาท-1 หมื่นบาท จึงมองว่าต้นทุนที่แตกต่างนี้ไม่สร้างความตื่นเต้นให้แก่ตลาด



