
กสก.จับมือมิตรผล ชูแปลงใหญ่อ้อยต้นแบบเกษตรปลอดภัย
กรมส่งเสริมการเกษตร นำร่อง จับมือ มิตรผลใช้ชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน ชูแปลงใหญ่อ้อยต้นแบบเกษตรปลอดภัย เพื่อลดปริมาณศัตรูพืช ทำให้ระบบนิเวศเกิดความสมดุล
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษต (กสก.) กล่าวภายหลังพิธีลงนามฯ ว่า ความร่วมมือในการพัฒนาและส่งเสริมการควบคุมศัตรูอ้อยโดยชีววิธี กับ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ในครั้งนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย เนื่องจากโรคและแมลงศัตรูอ้อยเป็นสาเหตุหลักให้ผลผลิตอ้อยลดลง เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจทั้งต่อเกษตรกรชาวไร่อ้อยโดยตรง และยังส่งผลต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศอีกด้วย
ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธีมาโดยตลอด โดยมีศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช (ศทอ.) เป็นหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่ผลิตขยายศัตรูธรรมชาติและส่งเสริมการใช้ศัตรูธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันดำเนินการทั้ง ตัวห้ำ ตัวเบียน และเชื้อจุลินทรีย์ ได้กว่า 14 ชนิด
เช่น แมลงหางหนีบ ใช้ควบคุมไข่แมลงศัตรูพืชเพลี้ยอ่อนหนอนชนิดต่างๆ แมลงช้างปีกใส ควบคุมเพลี้ยชนิดต่าง ๆ แตนเบียนไข่ทริโคแกรมม่า ใช้ควบคุมศัตรูพืชระยะไข่ เช่น ไข่หนอนกออ้อย ไข่หนอนกระทู้ข้าวโพด และเชื้อราเมตาไรเซียม ใช้ควบคุมหนอนกออ้อย, หนอนด้วงหนวดยาวอ้อย เป็นต้น
เป้าหมายสำคัญในการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือพัฒนาและส่งเสริมการควบคุมศัตรูอ้อย โดยชีววิธี กับ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรใช้ชีววิธีในการควบคุมศัตรูอ้อยและได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้เรื่องการควบคุมศัตรูอ้อยซึ่งกันและกัน
ร่วมกันศึกษาและพัฒนาการใช้ชีวภัณฑ์ ให้ควบคุมศัตรูอ้อยได้หลากหลายชนิดมากขึ้น วางเป้าหมายให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการจัดการศัตรูพืช ผ่านศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) และเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเกษตรกรและชุมชนให้มีความรู้และสามารถผลิตขยายศัตรูธรรมชาติ และจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเอง
โดยนำร่องขยายผลผ่านแปลงใหญ่อ้อย จากนั้นจะขยายพืชและพื้นที่ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน อำเภอละ 2 แห่ง ทุกจังหวัด รวม 1,764 ศูนย์
นอกจากนี้ยังได้รับโอกาสในการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ ระหว่างบุคลากร และพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ด้านการจัดการศัตรูอ้อยกับภาคเอกชนอีกด้วย
นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ รองประธานกรรมการบริษัท และประธานกรรมการบริหาร กลุ่มมิตรผล กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มมิตรผล มีวิสัยทัศน์ที่ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความยั่งยืนในภาคเกษตรกรรม ตั้งแต่การส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยเปลี่ยนวิถีมาทำเกษตรสมัยใหม่แบบ “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” ที่ได้การรับรองมาตราฐานระดับโลกอย่าง Bonsucro
โดยเน้นการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร เทคโนโลยีและการบริหารจัดการสมัยใหม่มาช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อีกทั้งไม่ส่งเสริมในเรื่องการใช้สารเคมีในไร่อ้อย เช่น พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส
โดยให้เปลี่ยนมาใช้ชีววิธีในการควบคุมศัตรูพืชแทน และรณรงค์ส่งเสริมให้ตัดอ้อยสดด้วยการใช้รถตัดอ้อย ซึ่งเป็นแนวทางของการทำเกษตรสมัยใหม่ที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนความร่วมมือเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการควบคุมศัตรูอ้อย
โดยชีววิธีกับกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการเกษตร ถือเป็นโอกาสดีที่จะช่วยส่งเสริมและถ่ายทอดแนวทางการทางเกษตรสมัยใหม่ที่ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
"ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันถ่ายทอดความรู้เรื่องการควบคุมศัตรูอ้อยโดยชีววิธีให้แก่เกษตรกร เช่น การใช้แตนเบียนหนอน แตนเบียนไข่ แมลงหางหนีบรวมถึงพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนการเกษตรแบบยั่งยืนที่ไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตเท่านั้น แต่ยังช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม และยกระดับมาตรฐานให้กับภาคเกษตรกรรมของไทยด้วยเช่นกัน”นายบรรเทิง กล่าว



