
ลุงวัย 62 ซึ้งน้ำใจ ผวจ.เลยควักกระเป๋า ไถ่เครื่องยนต์การเกษตร ในโรงจำนำที่จำไว้ 15 ปีคืนให้
ลุงวัย 62 ซาบซึ้งน้ำใจเจ้าเมืองเลยควักกระเป๋าไถ่เครื่องยนต์จากโรงจำนำที่จำไว้ 15 ปี ช่วยประชาชนที่ขาดแคลน
จากเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2563 ที่สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองเลยถนนพิพัฒน์มงคล ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย จ.เลย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เดินทางไปที่สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองเลย พร้อมกับเงินได้จากการบริจาคจากผู้ใจบุญร่วมสมทบ กับโครงการไถ่ของให้กับประชาชนที่เดือดร้อน ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 หลังจากที่เคยใช้เงินส่วนตัวไถ่ทรัพย์สินแทนประชาชนมาแล้ว โดยเฉพาะเครื่องมือที่ใช้ในการประกอบอาชีพ เครื่องช่างและเครื่องมือทางการเกษตรที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ
นางบุศรา ชัยจันทร์ ผู้จัดการสถานธนานุบลเทศบาลเมใืองเลย กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเลยจะย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ซึ่งผู้ว่าฯได้จัดกิจกรรม โครงการเพื่อประชาชนโดยเฉพาะผู้ยากไร้ ผู้เดือดร้อนจากพิษโควิด-19 ตนจึงได้เร่งทำงานก่อนที่จะย้าย เนื่องจากเงินที่ท่านผู้ว่าฯให้ไว้ พร้อมกับมีผู้ใจบุญมาสมทบ คงเหลือจำนวนไม่มาก จึงได้คัดลูกค้าที่มาจำนำที่ได้รับความเดือดร้อนมากและเป็นสิ่งของที่จำเป็นต่อการครองชีพการประกอบอาชีพของประชาชน จาการสำรวจพบว่า มีลูกค้าหลายรายที่เข้าข่ายโครงการช่วยเหลือของผู้ว่าฯ มื่อเห็นจึงจะเอาเงินของผู้ว่าฯมาไถ่ถอนให้ โดยได้นัดหมายให้มารับของสิ่งวานนี้ ที่ฝากไว้ ทางโรงจำนำได้คัดลูกค้าที่ไถ่ถอนจำนำไปแล้ว 155 ราย ส่วนใหญ่จะเป็นพวกอุปกรณ์ประกอบอาชีพ เช่น สว่านไฟฟ้า หินเจีย และอุปกรณ์ดำรงชีพ เช่น หม้อหุงข้าว เครื่องมือทำมาหากิน แม้กระทั่ง โน๊ตบุ๊ค ของเด็กนักเรียน นักศึกษา ที่เอามาจำนำไว้ ก็ไถ่ไปหมดแล้ว คงเหลือเงินรายนี้เป็นรายสุดท้าย ก่อนที่ท่านจะไปจังหวัดปทุมธานี มีลูกค้าคนหนึ่งเอาเครื่องคูโบต้า มาจำนำเมื่อปี 2548 มากว่า 15 ปี แต่ลูกค้าคนนี้ได้ต่อดอกเบี้ยมาตลอด โดยจำนำในราคา 6,000 บาท ได้แก่ นายสวัสดิ์ บรรพต อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 239 หมู่ 9 บ้านหนองหญ้าไซ ต.นาดินดำ อ.เมือง จ.เลย
ต่อมาเวลา 10.00 น.วันที่ 18 ก.ค.2563 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหนองหญ้าไซฯ พบกับนายสวัสดิ์ บรรพต เจ้าของบ้านปูนชั้นเดียว ติดพื้นยังก่อสร้างไม่เสร็จ อยู่ตอนท้ายของหมู่บ้านและท้องนา นายสวัสัดิ์ เปิดเผยว่า มีอาชีพทำไร่ ทำนาแต่ที่ดินมีน้อยมากจึงไปรับจ้างทำงานก่อสร้าง รับจ่างทั่วไป ส่วนลูกๆก็ฝึกให้ชายโรตีตามตลาดนัดต่างๆทั้งหนองบัวลำภู และ เลย สำหรับการาเครื่องยนต์คูโบต้าที่นำมาจำนำนั้น จำนำไว้ตั้งแต่ปี 2548 ในราคา 6,000 บาท เพื่อนำเงินไปเสียค่าเทอมให้กับลูกที่กำลังเรียนอยู่ 2 คน ในขณะนั้นจนจบการศึกษาระดับ ม. 3 ก็หยุดออกมาประกอบอาชีพเพราะตนไม่มีเงินส่งเรียนต่อ บ้านอาศัยก็สร้างเองค่อยๆต่อเติมครั้งละเล็กครั้งละน้อย ตลอดเวลา 15 ปี ตนทำงานหาเงินมาต่อดอก เดือนละ 80 บาท ได้เงินมาก็ไม่พอที่จะไถ่ถอน คิดเสมอว่าหากมีเงินจะไถ่มาประกอบอาชีพ แต่ก็ไม่มีสักที ในระยะที่ไปจำนำก็ไม่มีเครื่องมือไม่มีรถ/เครื่องยนต์ไถ่นา ก็ต้องไปจ้างเพื่อนบ้านมาไถให้ เมื่อวานทางโรงจำนำได้ไปหา บอกว่าเครื่องคูโบต้าที่จำนำไว้ ทางผู้ว่าฯได้ไถ่ถอนให้แล้ว ตนทั้งครอบครัวทั้งดีใจและแทบจะร้องไห้ออกมา เพราะคิดคิดอยู่ตลอดว่าชีวิตนี้จะมีปัญญาไถ่คืนได้หรือเปล่า ตนดีใจจริงๆ วันนี้ตนมารับด้วยความดีใจพร้อมครอบครัวก็ขอกราบขอบพระคุณท่านผู้ว่าฯและผู้มีจิตใจดีงามบริจาคสมทบ ตนสัญญาว่าจะเป็นคนดีของครอบครัว ของสังคม ขยัน ทำมาหากินโดยสุจริต ใช้ประโยชน์จากเครื่องยนต์ให้มากที่สุด ขอให้ผู้มีใจบุญอันเป็นกุศลแก่ตนและครอบครัว จงประสพความสุข เจริญก้าวหน้าและสิ่งศักดิ์จงคุ้มครอง ปกป้องท่านด้วย
ผู้สื่อข่างรายงาน มีนายอนุชา อุ่นแก้ว ผู้ใหญ่บ้านได้นำนายสวัสดิ์และเครื่องคูโบต้าไปเข้าร้านซ่อมหลังจากไถ่ถอนออกมา ที่ร้านซ่อมภายในหมู่บ้านหนองหญ้าไซทันที โดยช่างกล่าวว่า การซ่อมจะหนักไปที่ด้านเครื่องยนต์เพราะไม่ได้ใช้งานมานานถึง 15 ปี ส่วนระยะเวลาซ่อมนั้น 3 วัน และราคาค่าซ่อมก็ขึ้นอยู่กับส่วนไหนต้องเปลี่ยนอะไหล่บ้าง
บุญชู ศรีไตรภพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย



