
ตะลึงตาค้าง หลังเปิดวงจรปิดวัดผ่านมือถือ พบหญิงแสดงอาการประหลาดเลื้อยพ่นน้ำ
หลวงพ่อวัดดังดูวงจรปิดผ่านมือถือตะลึงหญิงสาวจูงลูกสาว 3 ขวบกราบหลวงพ่อองค์ใหญ่บริเวณพุทธสถานเชิงผาวัดเขาพระทอง-ก่อนแสดงอาการประหลาดคล้ายพญานาคราชเลื้อยพ่นน้ำ-ตกใจเกิดอะไรขึ้นรีบบินด่วนจากกรุงเทพกลับวัดตรวจสอบข้อเท็จจริง
(18 ก.ค.) ที่วัดเขาพระทอง หมู่ 1 ต.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พระอารยนันต์ อานันโท รักษาการเจ้าอาวาสาวัดเขาพระทอง หมู่ 1 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งติดกิจนิมนต์ที่กรุงเทพมหานครน ได้นรีบเดินทางกลับมายังวัดเขาพระทอง อย่างเร่งด่วนเนื่องจากได้ดูคลิปภายในวัดเขาพระทองผ่านผ่านแอพพลิเคชั่น จนพบว่ามีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาในวัดเขาพระทองอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้บนหลวงพ่อองค์ใหญ่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดหลังจากบนบานให้มีโชคลาภจนถูกหวยกันอย่างกว้างขวางในงวดวันที่ 16 ก.ค. 2563 และถือโอกาสเช่าทอนหัวนะโมและแหวนหัวนะโม รุ่น “พระบรมธาตุมรดกโลก” และ “รุ่นพิเศษสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง” อย่างคึกคักต่อเนื่อง
แต่พระอารยนันต์ ต้องตกตะลึงเมื่อภาพจากวงจรปิดจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งบริเวณพุทธสถานเชิงผา สถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์ใหญ่ และพระพุทธรูปโบราณอายุนันพันปี 29 องค์ เนื่องจากมีผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 35-40 ปี สวมเสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงขายาวสีดำ เดินจูงเด็กหญิงอายุประมาณ 2-3 ขวบ ซึ่งคาดว่าเป็นลูกดสาว สวมชุดสีแดงทั้งชุดจูงมือเดินกันขึ้นไปกราบนมัสการหลวงพ่อองค์ใหญ่ ซึ่งเด็กผู้หญิงก็นั่งข้าง ๆ และปฏิบัติตามผู้เป็นแม่โดยยกมือไหว้และกราบหลวงพ่อองค์ใหญ่ 3 ครั้ง แต่ปรากฏว่าเมื่อก้มกราบครั้งที่ 3 ผู้เป็นแม่ที่ก้มหน้ากราบราบกับพื้นกลับแน่นิ่งไม่ยอมเงยหน้าขึ้นอยู่เป็นเวลานาน จนลูกสาวมีอาการเหมือนจะร้องให้และพยายามใช้มือเขย่าตัวเรียกแม่อยู่เป็นเวลานาน
จนเวลาผ่านไปสักพักผู้หญิงคนดังกล่าวก็เงยหน้าขึ้นพร้อมยกมือทำท่าทางเหมือนจะร่ายรำ ในขณะที่ลำตัวก็โอนเอนอ่อนไหวไปมาพริ้วสลวยคล้ายงูขนาดใหญ่กำลังเลื้อย ก่อนจะล้มตัวลงนอนคว่ำหน้ายืดเท้าเหยียดยาวก่อนบิดตัวไปมาสลับกับการกลิ้งเกลือกไปมาซ้ายขวาไปเกือบทั่วลานพุทธสถานเชิงผา ลักษณะเหมือนงูกำลังเลื้อยวนไปมาอย่างน่าสงสัย โดยมือยกขึ้นโยกไปมาเหมือนงูแผ่พังพานหรือแม่เบี้ย สลับกับการกราบไหว้หลวงพ่อองค์ใหญ่อย่างเลื่อมใสศรัทธาในขณะที่ลูกสาว 3 ขวบเห็นแม่แสดงอาการดังกล่าวก็พยายามที่จะเลียนแบบทำตามอย่างไร้เดียงสา ซึ่งการแสดงอาการของผู้หญิงคนดังกล่าวต่อเนื่องนานเกือบ 5 นาที ก่อนจะลุกขึ้นวิ่งไปที่ราวเหล็กกันป้องกันการพลัดตกจากหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร พร้อมศรีษะโผล่ลอดพ้นออกไปด้านนอก และใช้เท้าเกี่ยวราวเหล็กดเอาไว้อย่างน่าหวาดเสียว ส่วนหนูน้อยก็รีบวิ่งตามแม่ไปอย่างรวดเร็วจนเกรงว่าหนูน้อยจะพลัดกตกหน้าผาได้
อย่างไรก็ตามหญิงสาวคนดังกล่าวได้แสดงอาการคล้ายสำรองพ่นน้ำออกจากปาก จากนั้นรีบโหนตัวลอดกลับเข้ามาด้านในเชิงผาและก้มตัวมือสองข้างชี้ไปข้างหน้าพร้อมโยกตัวและแขนขาโอนเอนไปมาพลิ้วสลวยคล้ายงูเลื้อยกลับมาล้มตัวลงนอนหน้าหลวงพ่อองค์ใหญ่และนอนก้มกราบหลวงพ่อองค์ใหญ่ลักษณะคว่ำหน้าแนบกับพื้น ในขณะที่หนูน้อยวิ่งตามแม่กลับมาอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นแม่นอนก้มหน้าราบกับพื้นเป็นเวลานานหนูน้อยเดินไปหยิบขวดน้ำบนแท่นหน้าหลวงพ่อองค์ใหญ่มาราดประพรมไปที่ศรีษะของผู้เป็นแม่ จนในที่สุดหญิงสาวเงยหน้าขึ้นและมองหน้าลูกสาวอย่างงงละสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่เดินจูงมือลูกสาวกลับลงมาจากพุทธสถานเชิงผา
พระอารยนันต์ อานันโท กล่าวว่า อาตมาดูวีดีโอวงจรผิดเห็นเหตุการณ์โดยตลอดตกจะสงสัยเป็นอย่างมากว่าเกิดอะไรขึ้น โทรศัพท์กลับมาสอบถามพระภิกษุและเจ้าหน้าที่ในวัดก็ไม่มีใครทราบเรื่องราวที่เกิดเหตุ จึงตัดสินใจเดินทางมาซื้อตั๋วเครื่องบินที่ท่าอากาศยานดอนเมืองโดยสารเครื่องบนกลับมาท ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชและรีบเดินทางกลับมายังวัดเขาพระทอง ในเบื้องต้นทราบแล้วว่าผู้หญิงคนดังกล่าวคือ น.ส.ชาลินี จันทร์ดี อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 1 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอาตมาจะเชิญมาสอบถามรายละเอียดเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง.
ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช



