ข่าว

แดงเดือดแล้วใครจะดับ

แดงเดือดแล้วใครจะดับ

07 ม.ค. 2553

อ่า! คำประกาศก้องแผ่นดินของแกนนำเสื้อแดง เสือหิวนักล่าน้ำเลี้ยง ว่าจะนัดชุมนุมใหญ่ของพลพรรควันที่ 11 เดือนนี้ ปิดล้อมเขายายเที่ยง เป็นการชิมลางก่อนเปิดศึกใหญ่ครั้งสุดท้าย (อีกแล้ว) หวังล้มรัฐบาล ตีกินเมืองให้นายใหญ่

 แกนนำหัวกลม คุยด้วยท่าทีโอ่อ่าว่าได้ไปสำรวจชัยภูมิบริเวณเขายายเที่ยง ว่าจะรองรับมวลชนเป็นแสนคนได้หรือไม่ ฟังแล้วน่าสยดสยองกับลมโม้

 การบุกรังของอดีตหัวหน้ารัฐบาลขิงแก่ เพียงหวังประจานเหล่าอำมาตย์ให้กระอักกระอ่วน ทำให้ภาพลักษณ์โครงสร้างของคณะองคมนตรีมีปัญหา

 อันที่จริงหัวหน้าขิงแก่ ผู้มีรสนิยมวิไล มีบ้านหลังใหญ่ ขับรถความเร็วสูง ได้ใช้เวลาแต่ละปีไม่กี่วันที่บ้านเขายายเที่ยง ซึ่งการได้มามีปัญหาด้านข้อกฎหมาย กลายเป็นจุดอ่อน ชนักปักหลัง ใครหยิบยกมาพูดก็แก้ตัวไม่ได้

 การชุมนุมของมวลชนเสื้อแดงคงหวังกระชากความสนใจของประชาชนให้เห็นฤทธิ์เดชของสมุนร้ายของคนหนีคุกว่ายังมีศักยภาพด้านการทำลายล้าง

 ถ้าหัวกลมเกรียนคุยโวโดยไม่อาย (อีกแล้ว) ว่าจะมีคนมาเป็นเรือนแสน เพื่อล้อมเขายายเที่ยง ตัวเลขจริงเกิน 5 พันถือว่าเกินเป้าไปเยอะด้วยซ้ำ

 การอ้างตัวเลขเป็นแสน คงใช้เฉพาะการเสนอเบิกค่าใช้จ่าย คิดต่อหัว แล้วหักเข้ากระเป๋าตามหลักแห่งการต่อสู้แล้วรวย หลอกแด็กส์คนหนีคุก

 บัดนี้แกนนำหัวกลมเกรียนเชื่อมั่นเต็มร้อยว่าคนหนีคุกนั้นจำใจยอมรับถูกมองว่าโง่ ถูกหลอกแด็กส์ก็ยอม เพื่อหวังป่วนรัฐบาลเด็กไม่ให้อยู่เป็นสุข

 ยิ่งการชุมนุมใหญ่ สงครามแตกหักครั้งสุดท้าย (อีกแล้ว) หัวกลมเกรียนหน้าดำเพราะแดดเผาอ้างว่าจะมีมวลชนเป็นล้านชุมนุมยาว 7 วัน ปิดบัญชีแบบม้วนเดียวจบ ต้องประเมินว่าจำนวนแท้จริงน่าจะไม่เกิน 3-4 หมื่นคน

 เช่นกัน ตัวเลขมวลชนเป็นล้าน คือการฝันหวาน หลอกคนหน้าโง่ให้จ่ายเงินค่าดำเนินกิจกรรม และศึกครั้งสุดท้าย ต้องจ่ายหนัก โดยเฉพาะกองพันทหารเกษียณขายชาติแก้จน ซึ่งรับเงินค่าโง่ไปคนละ 3 ล้านบาทสบายตัวแล้ว

 ศึกแตกหักนั้น หัวกลมเกรียนหน้าดำเหมือนเอาหมิ่นหม้อทา ประเมินแบบสำนวนบู๊ลิ้มว่า “ศึกครั้งนี้ หากมิใช่ท่านตาย ก็เป็นเราสิ้น” นั่นเลย

 เป็นการตอกย้ำให้นายใหญ่หน้าโง่ต้องควักกระเป๋าอีก ถ้าอยากหวังผลให้แตกหัก เปิดแนวรบทุกรูปแบบ มีทั้งอดีตเสือพราน ทหารขายชาติ และขบวนการสารเลว อสุรกุ๊ยทั้งหลาย ก็ต้องจ่ายงาม ล่าสุดมีข้อเสนอน่าสนใจ

 “5,000 บาทต่อหัว เปิดศึกรบแบบม้วนเดียวจบ“ ทำเอานักรับจ้างชุมนุมตาลุก มองเห็นเงินก้อนงาม หารู้ไม่ว่าพวกแกนนำหัวกลมเกรียนจะหักค่าหัวคิวในอัตราโหด หลอกให้ชาวบ้านมาตากแดดทดสอบความทนของผิวหนังอีก

 รัฐบาลจะทำอย่างไร? อ่า! สมันน้อยในทำเนียบรัฐบาลยังวางท่าปรอดโปร่ง ไม่น่าหนักใจ เพราะรู้ไส้เน่าฝ่ายตรงข้ามดีว่า “วันมามาก” มักลงเอยด้วยศึกแดดเดียว ไม่เกิน 3-4 วัน คราวนี้มีสิทธิโดนถอนประกันก่อนด้วยนิ! อิอิอิ!!!