
สาวใหญ่ปล่อยเงินกู้ ตามเก็บหนี้ไม่ได้เครียดจัด ตัดสินใจคิดสั้น
สุดเศร้าสาวใหญ่วัย 52 ปีปล่อยเงินกู้ให้กับเพื่อนบ้านที่เดือดร้อนเรื่องเงินจนเพื่อนบ้านชื่นชมเป็นคนดีมีน้ำใจ แต่ช่วงพิษโควิด 19 ระบาดลูกหนี้ไม่ยอมจ่ายต้นจ่ายดอกเบี้ย ตามเก็บก็ไม่ได้เกิดความเครียดตัดสินใจคิดสั้น
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 16 ก.ค.ร.ต.อ.อัมรินทร์ วงศ์ตาแสง รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากคาด อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ ได้รับแจ้งมีคนผูกคอเสียชีวิต ที่หมู่ 5 บ้านโป่งไฮ ต.สมสนุก อ.ปากคาด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย นพ.ยุทธพงษ์ มหาชัย แพทย์เวร รพ.ปากคาด และหน่วยกู้ภัยสว่างศรีวิไล จุดปากคาด ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ มีชาวบ้านมามุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ที่ด้านหลังบ้านพบศพ นางพัชราพร บุริวัน อายุ 52 ปี เจ้าของบ้าน สภาพศพใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตัวเองติดกับอเสยึดเสาติดห้องน้ำ ไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลถูกทำร้าย ผู้ตายสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นลายสีม่วงฟ้าขาวเหลืองและผ้าถุงสำเร็จลายไทยสีเขียว โดยปลายเท้าทั้ง 2 ข้างแตะอยู่บนหลังเครื่องซักผ้า มีบันไดอลูมิเนียมวางอยู่ข้างๆ คาดว่าใช้เป็นอุปกรณ์ปีนขึ้นผูกคอ ที่ม้านั่งหินอ่อนมีรองเท้าแตะ 1 คู่วางอยู่ ที่โต๊ะใกล้กันมีกระดาษเขียนด้วยลายมือผู้ตายสั่งเสียสามี พ่อแม่และญาติพี่น้อง เพื่อลาตายพร้อมกับบอกรหัสกดเงินเอทีเอ็มไว้ด้วย เช่น ข้อความว่า”ต้องขอโทษด้วยที่ตัดสินใจแบบนี้ เครียดมาก เพราะความผิดพลาดตัวเองมันเยอะมาก ต้องลาก่อน” จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวน นายโสภน บุริวัน สามีทราบว่า ตนกลับจากส่งลูกไปโรงเรียนในหมู่บ้าน พอกลับมาถึงบ้านไม่เห็นภรรยา บ้านก็เงียบผิดปกติเรียกหาก็ไม่ตอบเดินวนเวียนหาในบ้านก็ไม่พบ จึงเดินออกมาหาที่หลังบ้านแทบเป็นลมเมื่อเห็นภรรยาใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตัวเองจนเสียชีวิต จึงได้เรียกเพื่อนบ้านและญาติๆ มาช่วยนำร่างลงมานอนกับพื้น จากนั้นก็มีอาการคล้ายหน้ามืดจะเป็นลม กู้ภัยต้องทำการปฐมพยาบาลนำยามาให้ดมจึงฟื้นเป็นปกติ
ส่วน ร.ต.อ.อัมรินทร์ พนักงานสอบสวน กล่าวว่าสาเหตุการณ์ผูกคอตายนั้นคงเกิดจากที่ภรรยานำเงินออกมาปล่อยให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนเรื่องเงินกู้ยืม จนชาวบ้านบอกว่าเป็นคนดีมีน้ำใจ แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ลูกหนี้หลายรายไม่จ่ายดอกเบี้ย ตามเก็บต้นเก็บดอกก็ไม่ได้ จึงเกิดความเครียดหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ จึงคิดสั้นผูกคอตายลาโลกดังกล่าว ญาติๆ ไม่ติดใจจึงได้มอบศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.
นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี ผู้สื่อข่่าวภูมิภาค จ.บึงกาฬ



