ข่าว

สาวใหญ่หึงโหดขวานจามหัวเชือดคอเฉือนจู๋ทิ้งเหว

สาวใหญ่หึงโหดขวานจามหัวเชือดคอเฉือนจู๋ทิ้งเหว

06 ม.ค. 2553

จับสาวใหญ่เจ้าของคาราโอเกะเมืองคอน ยัวะแฟนหนุ่มมีกิ๊กตีตัวออกห่าง ลวงขึ้นเก๋งเคลียร์ปัญหาได้จังหวะคว้าขวานจามหัว เชือดคอ จับเปลือยตัดจู๋ โยนศพทิ้งเหวอำพราง อ้างลงมือคนเดียว ตร.ไม่ปักใจ คาดลงมือไม่น้อยกว่า 2 คน ส่งทีมล่าเพิ่ม

 เหตุพิษรักแรงหึงนำมาสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา พ.ต.ท.จิรพงษ์ ฝายราช พนักงานสอบสวน สภ.ขนอม รับแจ้งเหตุพบศพในเหวข้างเขาหัวช้าง ริมถนนสายนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี บ้านเขาหัวช้าง หมู่ 10 ต.ควนทอง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิรุณ กลัดทอง ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.ขนอม พ.ต.ท.อรุณ ร่วมศรีนวล รอง ผกก.สส. แพทย์โรงพยาบาลขนอม และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย

 ที่จุดพบศพเป็นเหวลึกกว่า 100 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องไต่ลงไปด้วยความยากลำบากจึงพบผู้เสียชีวิตเป็นชายฉกรรจ์ อายุประมาณ 30-40 ปี สภาพเปลือย ขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นและมีหนอนชอนไช คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 3-4 วัน ชันสูตรพบบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมที่ศีรษะและใบหน้าหลายแผล ลำคอถูกปาดลึกจนถึงกระดูกต้นคอ ส่วนอวัยวะเพศถูกตัดไป ไม่พบหลักฐานระบุว่าเป็นใคร

 ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 มกราคม น.ส.ชมพู มะลิ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/1 หมู่ 6 ต.เปลี่ยน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช พร้อมญาติ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.จิระพงษ์ เพื่อขอดูรูปพรรณศพ เนื่องจากสงสัยว่าจะเป็นนายพรชัย มะลิ อายุ 36 ปี พี่ชาย ที่หายตัวไป หลังตรวจดูรูปพรรณ น.ส.ชมพูยืนยันว่าเป็นนายพรชัย ซึ่งเป็นนักร้องนำวงดนตรี “น้องจันทร์” เล่นดนตรีแนวเพื่อชีวิตประจำ “น้องจันทร์คาราโอเกะ” ในตัวอำเภอขนอม และรับงานแสดงตามร้านอาหารใน จ.นครศรีธรรมราช

 น.ส.ชมพู ให้การว่า เมื่อช่วงดึกวันที่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา มีชายฉกรรจ์คนหนึ่งขับรถเก๋ง ยี่ห้อเชฟโรเลต สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กฉ 7502 นครศรีธรรมราช มารับนายพรชัยที่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างตัวอำเภอขนอมประมาณ 30 กิโลเมตร โดยอ้างว่า นางจรรยา หรือทัศนีย์ ใจสบาย อายุ 39 ปี เจ้าของร้าน “น้องจันทร์คาราโอเกะ” แฟนสาวของนายพรชัย ให้มารับ เมื่อนายพรชัยไปกับชายคนดังกล่าว ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่กลับมาบ้านอีกเลย

 "ที่ผ่านมาญาติออกตามหาตลอด แต่ก็ไร้วี่แวว เรามั่นใจว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆ กับพี่ชายแน่ๆ จึงแจ้งความไว้ที่ สภ.เปลี่ยน อ.สิชล พร้อมทั้งแจ้งข้อสงสัยต่อตำรวจว่า นางจรรยา แฟนสาวของพี่ชาย อาจจะส่วนรู้เห็นกับการหายตัวไป โดยมูลเหตุที่สำคัญคือเรื่องหึงหวง" น.ส.ชมพูกล่าว

 จากนั้นพนักงานสอบสวนได้เชิญนางจรรยา ผู้ต้องสงสัย มาสอบปากคำ ตอนแรกนางจรรยายังให้การปฏิเสธรู้เห็นการตายของนายพรชัย กระทั่งตำรวจสอบเครียดและนำพยานมายืนยันว่า ก่อนหายตัวไปนายพรชัยทะเลาะกับนางจรรยาอย่างรุนแรง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบว่ารถเก๋ง ยี่ห้อเชฟโรเลต ที่มารับนายพรชัยเป็นรถของนางจรรยา และมีคราบเลือดติดอยู่หลายจุด แม้จะผ่านการทำความสะอาดแล้ว แต่ยังทิ้งคราบไว้อย่างชัดเจน ในที่สุดนางจรรยาก็ยอมจำนนต่อพยานหลักฐาน

 นางจรรยาให้การรับสารภาพว่า เป็นคนมือฆ่านายพรชัยด้วยตัวเอง เนื่องจากแค้นผู้ตายซึ่งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมานาน กระทั่งลงทุนเปิดร้าน และตั้งวงดนตรีให้ออกแสดงหารายได้ แต่ระยะหลังนายพรชัยพยายามตีตัวออกห่างไปมีหญิงอื่น

 "ในคืนวันเกิดเหตุฉันให้ลูกน้องคนหนึ่งขับรถไปรับนายพรชัยจากบ้านมาที่ อ.ขนอม เพื่อตกลงปัญหากันในรถคันดังกล่าวกันสองต่อสอง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ กระทั่งทะเลาะกันอย่างรุนแรง ทำให้ฉันบันดาลโทสะคว้าขวานที่เตรียมมาสับที่หัวนายพรชัยหลายครั้งจนเสียชีวิต และด้วยความแค้นอย่างสุดๆ ฉันจึงใช้มีดปลายแหลมเชือดคอนายพรชัยจนหลอดลมขาด แล้วถอดเสื้อและกางเกงจนเปลือยกายล่อนจ้อน จากนั้นใช้มีดเฉือนอวัยวะเพศจนขาด ก่อนนำศพไปโยนลงเหวลึกเพื่ออำพรางคดี โดยฉันทำคนเดียวทั้งหมด" นางจรรยาเล่าเหตุการณ์

 นางจรรยาเล่าอีกว่า ขากลับนำอวัยวะเพศนายพรชัยติดรถมาด้วย จากนั้นจึงเผาเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดทั้งของตัวเองและของนายพรชัยเพื่อทำลายหลักฐาน ส่วนมีด ขวาน และอวัยวะเพศนำไปทิ้งในลำคลองขนอม แล้วทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

 ด้าน พ.ต.ท.อรุณ กล่าวว่า คดีนี้แม้ผู้ต้องหาจะรับสารภาพว่าฆ่าผู้ตายเพียงคนเดียว แต่ตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การทั้งหมด เชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมลงมือฆ่านายพรชัยมากกว่า 1 คน เนื่องจากประมวลเหตุการณ์แล้ว เห็นว่าการกระทำของนางจรรยาง่ายเกินไป เชื่อว่าผู้ร่วมก่อเหตุน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน ส่วนของกลางเสื้อผ้าเปื้อนเลือดของนายพรชัยและนางจรรยา ซึ่งอ้างว่าเผาไปแล้ว เมื่อตำรวจไปตรวจสอบจุดที่อ้างว่าเผาก็ไม่พบร่องรอยการเผา

 "ผู้ต้องหาน่าจะซ่อนหลักฐานไว้แห่งหนึ่งแห่งใด โดยเฉพาะอวัยวะเพศของนายพรชัยตำรวจก็หาไม่เจอ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองวิทยาการเขต 43 นครศรีธรรมราช เข้ามาร่วมตรวจสอบหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมทั้งเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งคราบเลือดและอื่นๆ ในรถเก๋งของผู้ต้องหาไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียด เพื่อมัดตัวผู้ต้องหาอีกชั้นต่อไป" พ.ต.ท.อรุณกล่าว