ข่าว

วันเกิด57ปีผบ.ทอ. อยากเห็นกำลังพลรัก-สามัคคี

วันเกิด57ปีผบ.ทอ. อยากเห็นกำลังพลรัก-สามัคคี

06 ม.ค. 2553

วันเกิด 57 ปี ผบ.ทอ. อยากเห็นกำลังพลมีความรัก ความสามัคคี อย่าแตกแยกแบ่งข้าง พร้อมยึดมั่นในคำปฏิญาณ “ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์” ชี้เป็นห่วงประเทศที่ยังมีความขัดแย้งสูง วอนทุกฝ่ายลดทิฐิเห็นประโยชน์ของชาติมากกว่าส่วนตัว ระบุ “เสื้อแดง - แก้รธน. - ปรับ ครม.

 (6ม.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองทัพอากาศ พล.อ.อ.อนาวิล ภิรมย์รัตน์ รองผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้นำข้าราชการสังกัดกองทัพอากาศ พร้อมกระเช้าผลไม้เข้าอวยพร พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 57 ปี ทั้งนี้ พล.อ.อ.อิทธพร ได้กล่าวว่า ตั้งแต่มารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศตั้งแต่เดือน ต.ค. 2551 จนถึงปัจจุบันก็ 1 ปีกว่าแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาสถานการณ์บ้านเมืองจะเห็นได้ว่าอยู่ในภาวะไม่เป็นปกติ โดยเฉพาะในช่วง 3 - 4 เดือนแรก จะเห็นได้ว่าเกิดวิกฤตบ้านเมืองอย่างรุนแรง โดยมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลถึง 3 ครั้ง และมีการเปลี่ยนรัฐบาลถึง 3 คน

 ขณะนั้นมีการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินปี 2548 (พรก.ฉุกเฉิน) จนมาถึงการประกาศพระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (พรบ.ความมั่นคง) ซึ่งกองทัพอากาศมีส่วนเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะการเข้าไปมีส่วนร่วมในการดูแลความเรียบร้อยในการประชุมต่าง ๆ เราสามารถปฏิบัติงานได้อย่างดี และเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานด้านต่าง ๆ ทั้งนี้ตนอยากให้กำลังพลมีความรัก ความสามัคคี อย่าให้เกิดความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และยึดมั่นในการคำปฏิญาณในความรักชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์

 หลังจากนั้น พล.อ.อ.อิทธพร ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ตนดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศมา 1 ปีแล้ว ซึ่งตั้งแต่รับหน้าที่ในช่วงเดือน ต.ค. 2551 เรามีวิกฤตการณ์ทางการเมืองมากพอสมควรในช่วงเวลาไม่กี่เดือนเราเปลี่ยนรัฐบาลถึง 3 รัฐบาล เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี 3 คน และ เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมถึง 3 คน เรามีความขัดแย้งที่รุนแรงในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นทหาร 3 เหล่าทัพ ตำรวจ เรามีส่วนร่วมในการป้องกันไม่ให้ประชาชนที่เป็นคนไทยด้วยกันจะต้องทำร้ายกันเอง ตอนนี้สิ่งที่คาดหวังคนไทยทุกคน ร่วมทั้ง ผบ.เหล่าทัพ มีความต้องการให้ประเทศไทยสงบสุขไม่เกิดการแบ่งแยก ไม่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง ซึ่งจะนำมาทำให้ประเทศชาติไม่สามารถพัฒนาไปได้อย่างที่ควรจะเป็น เราอยากให้คนสามัคคีกัน ไม่อยากให้กระทบกระทั่งจนนำมาซึ่งเกิดความเดือดร้อนจนมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ซึ่งจะไม่เป็นผลดีกับประเทศ

 “คนไทยส่วนใหญ่เห็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย ฉะนั้นปีใหม่แล้วเราต้องการให้ประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้า กว่าประเทศในภูมิภาคถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะต้องมาคิดตระหนักให้ดีว่าสิ่งที่เราปฏิบัติ และเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อประเทศควรจะละเว้น สิ่งไหนที่เป็นทิฐิ คิดแต่สิ่งดี ๆ ร่วมใจกันพัฒนาประเทศดีกว่า ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ทางการเมืองจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งของคนในชาตินั้น เป็นสิ่งที่พูดยาก เพราะเรื่องความขัดแย้งของคนในชาติเป็นความคิดเห็นที่ไม่ยอมกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่าง ๆ ที่แต่ละฝ่ายได้ตั้งเงื่อนไขขึ้นมาว่าเป็นที่ยอมรับสังคมหรือไม่ ถ้าไม่ได้เป็นที่ยอมรับของสังคม ประชาชนคนไทยก็คงจะไม่มีใครไปสนับสนุน สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่น่าจะมีส่วนสำคัญ ทั้งนี้เหตุการณ์จะรุนแรงหรือไม่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เพราะทุกวันนี้มีคนที่พูดไม่จริงอยู่ทุกวัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะเชื่อหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็มีข่าวดีสำหรับคนไทยทุกคนว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายพระประชวร และมีพระราชดำรัสหลายอย่างเพื่อต้องการให้คนไทยมีความสามัคคีกัน ทุกคนควรจะน้อมรับมา ทุกคนจะต้องมีสติก่อนที่จะทำอะไรว่าจะทำให้ประเทศชาติเสียหายหรือไม่” พล.อ.อ.อิทธพร กล่าว

 พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนเป็นห่วงคือเรื่องความขัดแย้ง สิ่งใดก็แล้วแต่ที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งขณะนี้มีหลายประเด็นที่จะสร้างเป็นเงื่อนไข ทั้งการชุมนุม การแก้ไข รธน. การปรับ ครม. ถ้าคำนึงถึงแต่ประโยชน์ของตนเอง หรือ ของกลุ่ม ก็จะนำมาข้อขัดแย้งตลอด ดังนั้นจะต้องคิดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก อย่าคิดแต่ผลประโยชน์ในเรื่องส่วนตัว ทั้งนี้เงื่อนไขที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของคนตั้งเงื่อนไขขึ้นมาเขาต้องการจะได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ถ้าเงื่อนไขอันนั้นไม่ได้เป็นที่ยอมรับของอีกฝ่ายก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องเกิดความขัดย้ง ฉะนั้นจะทำอย่างไรจะลดเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้เงื่อนไขเป็นไปตามกฎหมาย และทุกคนยอมรับ ส่วนจุดของกองทัพต่อสถานการณ์นั้น ขอยืนยันว่ากองทัพเป็นกลาง คงยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง และที่ผ่านมาเราก็ปฏิบัติไปตามกฎเกณฑ์ของกฎหมาย ฉะนั้นสิ่งที่กองทัพ และทหารทุกคน โดยเฉพาะทหารที่เป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรามีจุดยืนที่มั่นคงในการปกป้องเทิดทูน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ สิ่งไหนที่ถูกเราก็ยืนยัน และสนับสนุนเต็มที่

 เมื่อถามถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะไปปักหลักชุมนุมที่เขายายเที่ยง จ.นครราชสีมาในวันที่ 11 ม.ค.นี้ พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า ในเรื่องการเตรียมความเรียบร้อยคงเป็นเรื่องของตำรวจ ส่วนทางทหารก็จะให้การสนับสนุน ถ้าได้รับการร้องขอตลอดเวลา ถ้าการชุมนุมอยู่ในขอบเขตของกฎหมายไม่มีอะไรที่อยู่นอกขอบเขตก็ไม่มีอะไรน่าวิตก แต่สิ่งที่เราควรจะจับตามองทุกครั้งที่มาชุมนุมนำข้อมูลต่าง ๆ มาเปิดเผยเป็นข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่ หรือ เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นถ้าข้อมูลที่ออกมาพูดเป็นข้อมูลที่จะต้องตรวจสอบก็ให้คนฟังมีวิจารณญาณ และสติในการรับฟังให้ดีว่าได้ข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรสักอย่างหนึ่ง