ข่าว

แบงก์เบรกสินเชื่อธุรกิจเสี่ยง
 ชี้เศรษฐกิจผันผวน-ไม่เหมาะลงทุนใหม่

แบงก์เบรกสินเชื่อธุรกิจเสี่ยง ชี้เศรษฐกิจผันผวน-ไม่เหมาะลงทุนใหม่

09 มี.ค. 2552

แบงก์เบรกให้สินเชื่อกลุ่มธุรกิจเสี่ยงสูง ทั้งท่องเที่ยว อสังหาฯ ยานยนต์และชิ้นส่วนฯ รวมถึงส่งออก และธุรกิจเอสเอ็มอี หวั่นกลายเป็นหนี้เสียตามมา เหตุจากภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย ชี้ไม่เหมาะกับการลงทุนใหม่

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยถึงการขยายสินเชื่อของธนาคารช่วงนี้ว่า ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งยังขยายสินเชื่อ แต่จะอยู่บนพื้นฐานที่ปล่อยแล้วต้องไม่เป็นหนี้เสียตามมา ทั้งนี้ธนาคารกรุงไทยไม่ได้ปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ หรือเลือกกลุ่มธุรกิจเสี่ยง แต่ในภาวะไม่เอื้ออำนวยทำให้โอกาสที่ลูกค้าจะผ่านเกณฑ์มีน้อยลง โดยกลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะไม่ขยายตัวเลย เช่น ธุรกิจโรงแรม ส่วนธุรกิจส่งออก ชิ้นส่วนยานยนต์ เริ่มมียอดขายลดลง
 ดร.วิวัฒน์ กิตติพงศ์โกศล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่กลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การปฏิเสธให้สินเชื่อของธนาคารที่เพิ่มขึ้นขณะนี้ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ขอสินเชื่อใหม่เพื่อไปลงทุนซื้อที่ดิน หรือสร้างโรงงาน หรือเก็บสต็อกสินค้าในภาวะที่ราคาสินทรัพย์ตกต่ำ ซึ่งธนาคารมองว่าสถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่จังหวะของการลงทุนใหม่ แต่ต้องรักษาสภาพคล่องและประคองตัวเองให้อยู่รอด ดังนั้นหากเป็นสินเชื่อใหม่จะถูกปฏิเสธเยอะมาก แต่ถ้าสินเชื่อเพื่อปรับสภาพคล่อง หรือดำเนินโครงการเก่าให้เสร็จ ก็จะอนุมัติปกติ
 ส่วนกลุ่มธุรกิจที่น่าห่วงขณะนี้คือ กลุ่มอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์และอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ซึ่งมีธุรกิจต่อเนื่องจำนวนมาก เช่น ลูกค้าของธนาคารที่ผลิตวัสดุภัณฑ์ให้แก่ส่วนประกอบยานยนต์รายหนึ่ง ก็ได้กลายเป็นเอ็นพีแอลไปแล้ว
 ด้านนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารยังคงปล่อยสินเชื่อในทุกอุตสาหกรรม ไม่เลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน ก็ยังให้ความสำคัญเหมือนเดิม แต่ช่วงนี้แบงก์ต้องคัดเลือกลูกค้ามากขึ้น เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ต้องดูคู่ค้าของลูกค้าด้วย รวมทั้งต้องเข้าใจอุตสาหกรรมมากขึ้นด้วย แต่ทั่วไปเราต้องดูหลักความเหมาะสม รวมทั้งดูศักยภาพของธุรกิจด้วย
 ขณะที่แหล่งข่าวจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายสินเชื่อของธนาคารเริ่มเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อประเภทธุรกิจให้แก่ลูกค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เหล็ก สถานีบริการน้ำมัน ค้าวัสดุก่อสร้าง ยางธรรมชาติ ส่งออกประเภทเอสเอ็มอี เนื่องจากเห็นว่ากลุ่มธุรกิจดังกล่าวมีความผันผวนสูงในภาวะที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ โดยเน้นลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ส่วนลูกค้ากลุ่มเดิมก็ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป
 "ที่ต้องเข้มงวดอย่างนี้เพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาเมื่อปล่อยสินเชื่อไปแล้วเกิดหนี้เสียตามมาทีหลัง ส่วนสินเชื่อประเภทที่อยู่อาศัยคงต้องพิจารณาลูกค้าเป็นรายๆ ไปเหมือนกัน" แหล่งข่าว ระบุ ตอนนี้ถือเป็นเรื่องที่แบงก์ต้องปฏิบัติในภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำ ส่วนลูกค้าชั้นดีของแบงก์เราก็ยังปล่อยสินเชื่อตามปกติ แต่ก็ต้องตรวจสอบเหมือนกัน