
หนุ่ม 36 ปี วอนขอหลักฐานผ่านโซเชียล หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อว่าถูกเฉี่ยวชน
หนุ่ม 36 ปี วอนขอหลักฐานผ่านโซเชียล หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อว่าถูกเฉี่ยวชน โพสต์ข้อความวอนชาวเน็ต ขอหลักฐานจากผู้เห็นเหตุการณ์ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจที่เกิดเหตุบอกขับรถล้มเอง ไม่เชื่อว่าถูกเฉี่ยวชน
วันที่ 10 ก.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพของผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย พร้อมข้อความว่า “รบกวนแชร์ให้หน่อยครับ..พอดีผมเกิดอุบัติเหตุโดนรถเก๋งชนแล้วหนีก่อนถึงปั๊มน้ำมัน ปตท.สะเดียง เมื่อคืนวันที่ 6 ก.ค.เวลาประมาณ 19.55 น. แล้วได้หลบหนีไปทางสี่แยกโพธิ์ร่ม เป็นรถเก๋ง สีขาว น่าจะมิตซูบิชิมิราจ ไฟท้ายสีขาว/ฟ้าใครมีกล้องหน้ารถหรือเห็นรถต้องสงสัยในเวลาดังกล่าวรบกวนโทรแจ้งหรือส่งข้อมูลทางแชทมาให้หน่อยนะครับ..ตอนนี้แฟนผมต้องเข้ารับการผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ลูกอีก 2 คน ก็บาดเจ็บหรือคนที่กระทำความอยู่ในกลุ่มนี้ก็ขอให้แสดงตัวด้วยครับ..ตอนนี้มีเบาะแสเกี่ยวกับรถต้องสงสัยอยู่พอสมควรครับก่อนที่จะส่งถึงตำรวจ..ขอบคุณแรงใจพี่น้องชาวเพชรบูรณ์ล่วงหน้าครับ..096-6637721 ขุนครับ”
จึงเดินทางไปตรวจสอบพบ นายชัยณรงค์ มาระวัง อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว โดยที่เจ้าตัวยังมีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง โดยได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ ออกมาจากบ้านเพื่อที่จะไปหาของกินที่ตลาดโดยมีแฟนคือ น.ส.วันดี ชาลีกุล อายุ 34 ปี พร้อมด้วยลูกอีก 2 คน อายุ 6 ขวบ และอายุ 2 ขวบ ซ้อนท้ายมาด้วย กระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นถนนเส้นบายพาส หลังโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ได้ถูกรถยนต์เก๋งเฉี่ยวบริเวณมือดับด้านขวา ทำให้รถเสียหลักล้มและไถลไปกับพื้นทำให้ตนเองรวมทั้งแฟนและลูกๆ ได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะแฟนได้รับบาดเจ็บสาหัสไหปลาร้าหัก หัวกระแทกกับพื้นถนน ผู้เห็นเหตุการณ์ได้โทรแจ้งอาสาสมัครกู้ภัยมาให้การช่วยเหลือ ส่วนรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวซึ่งได้มีผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่า เป็นรถยนต์เก๋ง มิตซูบิชิ มิราจ แต่จำป้ายทะเบียนไม่ได้ หลังจากเฉี่ยวชนได้ขับหลบหนีไปโดยไม่ลงมาให้ความช่วยเหลือเลย
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้แฟนของผู้โพสต์ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องเข้ารับการผ่าตัดและใช้เหล็กดามกระดูกไหปลาร้าไว้ ส่วนตนกับลูกชายมีแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง แต่โชคดีที่ลูกสาววัย 2 ขวบได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพราะแฟนตนเองได้อุ้มและกอดไว้ไม่เช่นนั้นอาจจะกระเด็นตกรถได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้อย่างแน่นอน หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางมาตรวจสอบพร้อมทั้งพูดว่า ตนน่าจะขับรถล้มเอง เพราะไม่มีร่องรอยการเฉี่ยวชน หากสงสัยว่าถูกเฉี่ยวชนให้ไปหากล้องวงจรปิดหรือหลักฐานยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจะได้ติดตามคนก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ ซึ่งตนก็ไม่รู้จะไปพึ่งใคร กล้องวงจรปิดตามเส้นทางดังกล่าวก็เสียเกือบทุกตัว จึงอยากจะวิงวอนผู้ที่ใช้เส้นทางดังกล่าวในช่วงเวลาประมาณ 19.50 – 20.00 น. ของวันที่ 6 ก.ค. 2563 หรือหากบ้านใดมีกล้องวงจรปิดตนอยากจะขอดูเพื่อนำไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมารับผิดชอบต่อไป
ด้านผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งเปิดเผยว่าขณะเกิดเหตุตนกำลังเก็บร้านอยู่ริมถนน เห็นนายชัยณรงค์และครอบครัวขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าร้านตนเอง โดยอยู่ช่องเลนซ้ายได้มีรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ มิราจ สีขาว แต่จำทะเบียนไม่ได้ ขับตามมาในเลนขวา จากนั้นได้เบียดรถจักรยานยนต์จนเสียหลักล้มลง ส่วนรถยนต์เก๋งก็ได้ขับหลบหนีไป ตนจึงวิ่งไล่ตามเพื่อจะดูเลขทะเบียนแต่ก็ไม่ทัน ซึ่งตนยืนยันว่ารถจักรยานยนต์ถูกรถยนต์เก๋งเฉี่ยวจนเสียหลัก ไม่ใช่ล้มเองอย่างแน่นอน
ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์



