
เตือนรับมือวิกฤติ ศก.โลกรอบ 2 ฉุดกำลังซื้อทรุด-ลุ้นรัฐออกมาตรการกระตุ้นลงทุน
สศช.เตือนรัฐบาลเตรียมรับมือวิกฤติเศรษฐกิจโลกระลอก 2 กระทบกำลังซื้อทั่วโลกหดตัว ฉุดยอดส่งออก-ท่องเที่ยวของไทย ลุ้นมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ-เพิ่มจ้างงานวงเงิน 2 ล้านล้านบาท ด้านแบงก์พาณิชย์เบรกให้สินเชื่อใหม่กลุ่มธุรกิจเสี่ยงสูง
ดร.อำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในขณะที่ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกรอบแรกนั้นยังไม่จบ โลกก็กำลังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจระลอกที่ 2 ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากวิกฤติการเงินของโลก ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ทั่วโลกลดลง ซ้ำเติมกำลังซื้อของทั่วโลกลดลงอีก และกระทบต่อการท่องเที่ยวและการส่งออกของไทย แม้จะยังไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ชัดเจนในขณะนี้ แต่จะได้เห็นในระยะต่อไป
ทั้งนี้แม้วิกฤติการเงินโลกจะไม่กระทบโดยตรงต่อสถาบันการเงินของไทย แต่จะมีผลทางอ้อม ทำให้การส่งออกและการท่องเที่ยวชะลอตัวลง รัฐบาลจึงต้องเตรียมมาตรการรับมือไว้ โดยเฉพาะช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ อยากเห็นการทำงานของรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และออกมาตรการรับมือต่อวิกฤติเศรษฐกิจที่จะตามมาอีกระลอก เช่น การออกมาตรการระยะกลางและยาว ที่จะกระตุ้นกำลังซื้อและการจ้างงานในประเทศ เพื่อที่ไทยจะได้รับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจรอบนี้ได้
ขณะนี้ สศช.เตรียมเสนอรายละเอียดแผนลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลางและยาวปี 2552-2555 วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ให้ ครม.เศรษฐกิจพิจารณาประมาณเดือนเมษายนนี้ ซึ่งแผนดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นได้ และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศระยะกลางและยาว ประกอบด้วยสาขาการลงทุนสำคัญ 6 สาขา ได้แก่ 1.สาขาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 2.สาขาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการขนส่งโลจิสติกส์ พลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสาธารณูปการ 3.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 4.การลงทุนด้านการศึกษา 5.การลงทุนพัฒนาคุณภาพระบบบริการสาธารณสุข และ 6.เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์
ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวถึงการขยายสินเชื่อของธนาคารช่วงนี้ว่า ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งยังขยายสินเชื่อ แต่จะอยู่บนพื้นฐานที่ปล่อยแล้วต้องไม่เป็นหนี้เสียตามมา ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยไม่ได้ปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ หรือเลือกกลุ่มธุรกิจเสี่ยง แต่ในภาวะไม่เอื้ออำนวยทำให้โอกาสที่ลูกค้าจะผ่านเกณฑ์มีน้อยลง โดยกลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะไม่ขยายตัวเลย เช่น ธุรกิจโรงแรม ส่วนธุรกิจส่งออก ชิ้นส่วนยานยนต์ เริ่มมียอดขายลดลง
ดร.วิวัฒน์ กิตติพงศ์โกศล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่กลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การปฏิเสธให้สินเชื่อของธนาคารที่เพิ่มขึ้นขณะนี้ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ขอสินเชื่อใหม่เพื่อไปลงทุนซื้อที่ดิน หรือสร้างโรงงาน หรือเก็บสต็อกสินค้าในภาวะที่ราคาสินทรัพย์ตกต่ำ ซึ่งธนาคารมองว่าสถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่จังหวะของการลงทุนใหม่ แต่ต้องรักษาสภาพคล่องและประคองตัวเองให้อยู่รอด ดังนั้นหากเป็นสินเชื่อใหม่จะถูกปฏิเสธเยอะมาก แต่ถ้าสินเชื่อเพื่อปรับสภาพคล่อง หรือดำเนินโครงการเก่าให้เสร็จ ก็จะอนุมัติปกติ



