
สุเทพเรียกผบช.ภ.วางมาตรการรับมือม็อบแดง
สุเทพ เรียกผบช.ภ.วางมาตรการรับมือม็อบแดง เน้นรักษาสถานที่ราชการ ยันไม่ประกาศใช้กม.มั่นคงคุมเขาใหญ่รับยุทธการแดงบุกรุกเขายายเที่ยง สั่งจนท.ไม่เข้าข้างสีใด
(6ม.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการเตรียมรับมือการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงและการเปิดยุทธการบุกเขายายเที่ยงในวันที่ 11 ม.ค. ว่า รัฐบาลตั้งหลักการทำงาน คือ ได้ย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าในปี 2553 นี้คงจะมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มคนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงหรือกลุ่มคนเสื้อเหลือง
แต่เจ้าหน้าที่จะต้องตั้งหลักการทำงานให้ชัดเจนว่าเราไม่มีหน้าที่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือตั้งตัวเป็นศัตรูฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เรามีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและกฎหมายของบ้านเมือง ใครทำผิดกฎหมายดำเนินคดีกับทุกฝ่าย และสั่งการให้ดำเนินคดีกับคนที่ทำผิดกฎหมาย เช่น กรณีที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำนปช. ไปพูดที่อ.สันป่าตองจ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 52 ตนได้สั่งการให้ตำรวจตรวจสอบดูว่าเข้าข่ายกระทำผดกฎหมายหรือไม่ หากเข้าข่ายให้ดำเนินคดี ใครที่ไปพูดปลุกระดมต่างๆ จะมีการดำเนินการ
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ตนยังได้มีการประเมินกันว่าจะมีการเคลื่อนไหวไปตามจุดต่างๆ ด้วย เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ก.ก.ต.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) รวมทั้งศาลากลางจังหวัดต่างๆ ซึ่งตนจะกำชับให้เจ้าหยน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการอย่างเคร่งครัด และป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินทางราชการถูกทำลายจนเสียหาย รวมทั้งดูแลสิทธิและเสรีภาพของบุคคลฝ่ายต่าง ๆ โดยไม่เข้าไปเป็นตัวตั้งตัวตีกับฝ่ายใดทั้งสิ้น โดยในวันศุกรณ์ที่ 8 ม.ค.นี้ ตนจะเชิญ ผบช.ภ. ทั่วประเทศมาประชุมซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติงานเพ่อรับสถานการณ์การชุมุนม ทั้งนี้เราจะต้องดูแล พยายามไม่ให้เกิดการปะทะกัน ไม่ให้คนไทยต้องเสียเลือดเสียเนื้อมาทุบตีกันเองไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเข้าไปดูแล
เมื่อถามว่า กรณีเขายายเที่ยงทางเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงการดำเนินคดีการบุกรุกให้ชัดเจนก่อนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะไปบุกหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนจะสอบถามรายละเอียดไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯแล้ว เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับระบบอำมาตย์มักจะหายเงียบไม่มีอะไรชัดเจน นายสุเทพ กล่าวว่า ตกลงไม่ค่อยชอบอำมาตย์ใช่หรือไม่ แต่ยืนยันว่าทุกอย่างต้องว่ากันไปตามกฎเกณฑ์กติกาจะเป็นใครก็แล้วแต่ ต้องว่าไปตามกฎหมาย และตนจะพยายามไปเร่งรัด เมื่อถามว่า เท่าที่ประเมินสถานการณ์แล้วกรณีเขายายเที่ยงจำเป็นต้องประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯหรือไม่ นายุสเทพ กล่าวว่า ตนคงไม่ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงที่เขาใหญ่
ชี้ปชช.เอาใจช่วยรัฐบาลให้อยู่บริหารรอดข้ามปี
นายสุเทพ กล่าวถึงการทำงานในปีที่สองของรัฐบาล ว่า เมื่อตอนที่เข้ามาเป็นรัฐบาลก็ถูกวิจารณ์ว่าคงอยู่ได้ไม่กี่น้ำ อาจอยู่ได้สัก 3 - 4 เดือน แต่ตนพยายามประคับประคอง ประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ โดยใช้ความจริงใจเป็นที่ตั้ง พูดจากันด้วยเหตุผล แม้แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่เคยคิดว่าเขาเป็นศัตรู แต่มีหน้าที่รักษาบ้านเมือง และระบบประชาธิปไตยให้ดีที่สุด เขาแรงมาตนผ่อนลงได้ก็ผ่อน แต่ที่สำคัญคือต้องดูแลให้กฎหมายบ้านเมืองให้ศักดิ์สิทธิ์ ให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข ตนโชคดีที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศเอาใจช่วย
ปัดถือหางก.ตร.งัดข้อป.ป.ช.อุ้ม3บิ๊กตร.คดีม็อบ
นายสุเทพ กล่าวกรณีที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการุทจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จะทำหนังสือมาถึงนายสุเทพในฐานะประธาน คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของป.ป.ช.เนื่องจากมีความเห็นขัดแย้งจากคณะกรรมการก.ตร.ว่าป.ป.ช.ไม่มีอำนาจชี้มูลความผิดนายตำรวจ 3 นายในดคีม็อบ 7 ตุลาคม ว่า เรื่องนี้มีขั้นตอนว่าป.ป.ช.ได้พิจารณาชี้มูลความผิดนายตำรวจแล้วส่งเรื่องมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ทางสตช.จึงได้ดำเนินการให้นายตำรวจทั้ง 3 นายออกจากการปฏิบัติหน้าที่คือปลดออก ตามมติของป.ป.ช. ซึ่งเป็นการปฏิบัติไปตามมติของป.ป.ช. ต่อมาตำรวจทั้ง 3 นายใช้สิทธิตามพ.ร.บ.ข้าราชการตำรวจที่ระบุว่าเมื่อถูกลงโทษมีสิทธิอุทธรณ์ได้ และการพิจารณาอุทธรณ์ก็เป็นไปตามกฎหมายตำรวจที่มีคณะกรรมการอุทธรณ์พิจารณาร่วมกันและส่งผลการพิจารณาที่สรุปว่าคำอุทธรณ์ของตำรวจทั้ง 3 นายนั้นฟังขึ้น และไม่ได้กระทำความผิดวินัยตามที่ป.ป.ช.กล่าวหา จึงได้เสนอผลการพิจาณรากลับมาที่ก.ตร. และก.ตร.ก็ได้พิจารณาแล้วเห็นด้วยกับคณะกรรมการอุทธรณ์
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ทางสตช.ต้องดำเนินการตามขั้นตอน กรณีของพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.ภ. 4 อดีตผบช.น.และ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ อดีตผบก.ภ.อุดรธานี ให้กลับเข้ารับราชการได้เลยตามที่มติไว้ในที่ประชุมก.ตรง ส่วนกรณีของพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. นั้นต้องเสนอเรื่องมาที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และสั่งการให้ลงโทษ ซึ่งนายกฯจะมีการวินิจฉัยอย่างไรก็เป็นเรื่องของนายกฯ
เมื่อถามว่า เมื่ออย่างนี้จะเป็นการย้อนรอยไม่เคารพมติของคณะกรรมการป.ป.ช. ซึ่งตามกำหมายถือว่าเป็นมติเด็ดขาดไปแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า ยอมรับว่าก็เป็นประเด็นที่เป็นปัญหา หากสองหน่วยงานมีความขัดแย้งกัน นายกฯอาจจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมครม. และถ้าเห็นว่าสองหน่วยงานที่ถือกฎหมายคนละฉบับอาจจะมีเรื่องปัญหาขัดแย้งกัน รัฐบาลก็สามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้
เมื่อถามต่อว่า จะถือว่าเป็นการตะแบงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้ตะแบงด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีเช่นนี้เหมือนมีคำสั่งประหารชีวิตไปแล้ว แต่มาเปลี่ยนแปลงอีกได้หรือ นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่มีการประหารชีวิตกันทันที เพราะต้องรอให้กระบวนการเสร็จสิ้นเสียก่อน ทั้งหมดมีกระบวนการของมันอยู่แล้ว ไม่ต้องไปตื่นเต้นอะไร เมื่อเรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการใช้อำนาจตามกฎหมายฉบับใดถูกต้องก็ว่าไปตามนั้น
เมื่อถามว่า ทางป.ป.ช.อ้างว่าเคยมีคำวินัยฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา และศาลรัฐธรรมนูญเคยมิมติยืนยันแล้วว่า ก.ตร.ไม่มีสิทธิโต้แย้งมติป.ป.ช. รองนายกฯ กล่าวว่า กรณีของกฤษีกาไม่ใช่องค์กรที่จะวินิจฉัยสุดท้าย เป็นเพียงให้คำปรึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการทำงาน แต่หน่วยงานสุดท้ายจะต้องเป็นศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยในกรณีเดียวกันหรือไม่ ตนไม่ใช่นักกฎหมายเมื่อนั่งเป็นประธานก.ตรงก็ต้องฟังคนที่เขาหารือกันในทางกฎหมาย และในการประชุมก.ตรงวันนั้นก็ไม่ได้มีใครวอล์คเอ้าท์ มีเพียงกรรมการบางคนที่ขอกลับออกไปก่อน เพราะมีงานอย่างอื่น เมื่อถามว่า เป็นห่วงว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นกรณีตัวอย่างให้หน่วยงานอื่นด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่เป็นอย่างนั้น มันเป็นความบังเอิญอย่างที่ตนบอกว่ากฎหมายป.ป.ช.ว่าไปอย่างหนึ่งแต่กฎหมายตำรวจว่าไปอีกอย่างหนึ่ง ยืนยันว่าไม่มีใครไปขัดแย้งกับป.ป.ช.เลย สั่งมาก็ดำเนินการจนครบถ้วนแล้ว แต่คนผิดก็มีช่องทางของเขาคือการยื่นอุทธรณ์ ซึ่งเป็นคนละขั้นตอนกัน เมื่อมีความคิดเห็นไม่ตรงกันขัดแย้งกันก็ต้องมีคนวินิจฉัย เราเคารพและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์กติกาเป้นเรื่องที่ดีที่สุด กรณีของป.ป.ช.เป็นองค์กรอิสระที่มีการให้อำนาจเบ็ดเสร็จเอาไว้ เราก็ต้องว่ากันไปตามนั้น
เมื่อถามว่า สรุปแล้วจะให้ครม.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจป.ป.ช. ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนสรุปไม่ได้ ต้องให้เรื่องไปถึงครม.ก่อน จะไปพูดแทนครม.ทั้งหมดไม่ได้ เมื่อถามว่า ทางป.ป.ช.ข้องใจว่าเพราะเหตุใดนายสุเทพถึงไม่มีการปกป้องป.ป.ช.แต่ปล่อยให้ทางตำรวจวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของป.ป.ช.หลายครั้ง แม้กระทั่งในการประชุมก.ตร. นายุสเทพ กล่าวว่า ในการประชุมก.ตร.นั้นจะมีการแสดงความคิดเห็นกัน ตนต้องเคารพในความคิดเห็นของแต่ละคนเช่นดียวกับการประชุมสภาฯ หากไม่มีการทำผิดกฎหมาย หรือหมิ่นประมาทใครเราก็ไปว่าอะไรไม่ได้



