ข่าว

สุเทพยันรมว.สธ.คนใหม่ไม่ใช่ไตรรงค์

สุเทพยันรมว.สธ.คนใหม่ไม่ใช่ไตรรงค์

06 ม.ค. 2553

“สุเทพ” ปัดงัดข้อกับ"อภิสิทธิ์" ยันตั้งรมต.ต้องผ่านกก.บห.ของพรรคก่อน ระบุปรับครม.ต้องใช้เวลา ชี้รมว.สาธารณสุข ไม่ใช่ "ไตรรงค์" อย่างแน่

 การปรับ ครม. ในตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ของพรรคประชาธิปัตย์ แทนนายวิทยา แก้วภราดัย ที่ลาออกไปนั้น มีรายงานว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเสนอชื่อนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วน ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี แทนตำแหน่งของนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ที่จะโยกมารับตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันจะให้นายไตรรงค์ควบตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ด้วย

 รายงานข่าวเปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรคได้พิจารณาหารือร่วมกันแล้ว เห็นว่าการปรับ ครม.ครั้งนี้ต้องปรับเล็กเท่านั้น และไม่ใช่การปรับ ครม.เพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะเดียวกันต้องไม่ทำให้พรรคเกิดความแตกแยกขึ้น จึงเห็นว่าควรให้นายไตรรงค์ควบตำแหน่งไปก่อนเพื่อให้การเมืองอยู่ในสภาพนิ่งที่สุด แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการเสนอชื่อนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง เข้ามาก็ตาม อย่างไรก็ตาม จะมีการปรับ ครม.ใหญ่อีกรอบในช่วงเดือนมีนาคม หรืออาจเป็นเดือนเมษายน 2553 นี้

 ขณะที่อีกกระแสข่าวหนึ่งระบุว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่เห็นด้วยที่จะให้นายไตรรงค์ควบตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข เพราะต้องการเสนอชื่อนายชินวรณ์มารับตำแหน่งแทน

“สุเทพ”ลั่นไม่เคยงัดข้อ"นายกฯ"    

เมื่อเวลา 08.35 น. วันที่  6ม.ค. นายสุเทพ  กล่าวติดตลกถึงกรณีที่มีข่าวว่างัดข้อกับนายกรัฐมนตรี เรื่องการพิจารณาตัวแต่งตั้งตัวบุคคลมาดำรงตำแหน่งรมว.สาธารณสุข เพราะมีกระแสข่าวว่าอาจให้นายไตรรงค์ มาเป็นรมว.สาธารณสุข ว่า “นายกฯ ผอมอย่างนั้น ข้อจะสู้ผมได้อย่างไร” ส่วนประเด็นที่มีข่าวว่าตนขัดแย้ง หรืองัดข้อกับนายกฯเรื่องการเลือกบุคคลมาเป็นรัฐมนตรียืนยันว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งวันที่ตนไปรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนายกฯ มีตนกับนายกฯเพียงสองคนเท่านั้น และได้ปรึกษาหารือถึงสถานการณ์บ้านเมืองโดยรวม ด้วยเหตุผลให้นายกฯรับทราบ เพราะในช่วงหลังตนกับนายกฯไม่ได้คุยกันบ่อย และรับบัญชาของนายกฯมาปฏิบัติ

 นายสุเทพ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนระมัดระวังตลอดเวลา เพราะบทบาทของตนเป็นรองนายกฯ จึงจะทำทุกอย่างตามที่นายกฯกำหนดออกมาเป็นนโยบาย และเมื่อนายกฯรับฟังแล้วจะตัดสินใจอย่างไรเป็นเรื่องของนายกฯ จึงไม่มีวันที่จะขัดแย้งหรืองัดข้อกัน อย่างไรก็ตามปัญหาภายในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทั้งตนและนายกฯ ทราบและเข้าใจกฎเกณฑ์ กติกา ขนบธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติเราต่างเข้าใจดี ว่าในพรรคไม่มีใครที่จะชี้นำว่าการแต่งตั้งจะคนมาเป็นรัฐมนตรีจะต้องเลือกนาย ก หรือนาย ข แต่ข้อสรุปทั้งหมดต้องเป็นมติของที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค หรือที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารพรรคและส.ส.ของพรรค ขอย้ำว่านายกฯไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นคนโน้นหรือคนนี้ แต่ฟังเสียงมติเป็นหลัก ที่พูดมาทั้งหมดนั้นคือข้อเท็จจริง

 เมื่อถามว่าแสดงว่านายไตรรงค์ จะยังคงเป็นรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ แทนนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อยู่เหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ใช่ เรื่องนายไตรรงค์จบไปตั้งนานแล้วว่าจะดำรงตำแหน่งใด เพราะผ่านมติของที่ประชุมพรรคไปแล้ว และเมื่อนายกอร์ปศักดิ์สะสางงานที่ค้างไว้เสร็จสิ้น ก็จะไปเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เมื่อถามว่ากระแสข่าวที่ออกมาเหมือนเป็นการโยนหินถามทาง เหมือนกรณีที่นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข โควตาพรรคภูมิใจไทยยังไม่ยอมลาออก จึงมีการทำบ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีโยนหินถามทาง ขอย้ำอีกครั้งว่ากรณีของนายกอร์ปศักดิ์ ผลสรุปยังไม่ออกมาจากกรรมการที่สอบสวน แต่เมื่อมีข้อกล่าวหาและวิพากษ์วิจารณ์ ป.ป.ช.ก็เข้าไปสอบ เชื่อว่าเมื่อได้ข้อสรุปอย่างไรก็ปฏิบัติอย่างนั้น แต่ที่นายกอร์ปศักดิ์ออกมาจากตำแหน่งรองนายกฯ เพราะต้องการให้มาเป็นเลขาธิการนายกฯ  

 ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่นายมานิต ยังไม่ออกจากตำแหน่งจะเป็นสาเหตุที่ทำให้การปรับครม. ต้องเลื่อนไปเป็นหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเคยเรียนไปแล้วถึงเหตุผลการปรับครม.จึงต้องรอเวลา ส่วนกรณีนายมานิตต้องรอดูกันไป เพราะการเมืองไม่ได้ดั่งใจเราทุกอย่างและไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างต้องจบภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ เรื่องนี้ต้องใช้เหตุผลในการพูดคุยกัน ต้องวิเคราะห์ผลดี ผลเสียทุกแง่มุม เพราะแต่ละพรรคมีระบบและวิธีคิดของเขา ซึ่งแตกต่างกัน จึงต้องให้โอกาสเขา ได้คิด แต่ถึงแม้ว่าแต่ละพรรคจะมีวิธีคิด และระบบประเพณีที่ต่างกัน แต่เมื่อมาทำงานอยู่ด้วยกันต้องแลกเปลี่ยนและรับฟังซึ่งกัน

 ต่อข้อถามว่า มีกาตั้งข้อสังเกตว่าพรรคร่วมกำลังร่วมมือกันบีบพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีการบีบ มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะแต่ละพรรคก็มีความคิดเห็นและวัตรที่แตกต่างกัน ต้องปรับเข้าหากัน และคุยกันด้วยเหตุผล เมื่อถามว่า เหตุผลที่นายมานิตไม่ออก เพราะเป็นไปตามข้อตกลงเดิมที่คุยกับพรรคภูมิใจไทยไว้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีข้อตกลงอะไรที่วางไว้ ตนเป็นผู้ประสานงานรัฐบาลพอมีอะไรเกิดขึ้น ก็ต้องวิ่งไปฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ รับเหตุผล ข้างโน้นมาเรียนให้ข้างนี้ทราบ และพยายามพูดคุยให้เข้าใจตรงกัน เมื่อถามว่าการตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทยที่ไม่ให้นายมานิตลาออกส่งผลให้กฎเหล็ก 9 ข้อ ถูกยกเลิกไปโดยปริยายหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพราะนายกฯ ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาลได้กำหนดกฎ กติกา ได้กำหนดไว้ให้ทุกคนปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐมนตรีที่รับทราบเห็นดีงามด้วยและยอมรับในกฎดังกล่าว แต่กฎดังกล่าวก็มีแง่มุมที่สามารถโต้แย้งได้

 เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่ากรณีของนายมานิตจะทำให้สังคมมองว่ารัฐบาลไม่เด็ดขาดและมีสองมาตรฐานในการทำงาน นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่มีสองมาตรฐาน ยืนยันว่าต้องมีมาตรฐานเดียว ยอมรับว่าตนเห็นใจนายมานิต ถูกสังคมกดดัน และเข้าใจในความเป็นนักการเมืองว่าเมื่อถูกกล่าวหาก็ต้องการโอกาสในการชี้แจง ซึ่งการชี้แจงที่ดีที่สุดก็คือ ในสภา ซึ่งนายมานิตอาจจะคิดในมุมที่ตนพูดไปก็เป็นได้ จึงยังคงทำหน้าที่ต่อ ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่พรรคภูมิใจไทยยกประเด็นนายกอร์ปศักดิ์มาเทียบเคียงกับนายมานิต ที่ยังไม่ออกจากตำแหน่งมองว่าสามารถเทียบเคียงกันได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดในกระทรวงสาธารณสุขนั้นมีผลสอบของคณะทำงานได้ดำเนินการเสร็จสิ้น และแจกให้ครม.รับทราบโดยระบุรายละเอียดในรายงาน ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และความเกี่ยวข้องกับบุคคลต่าง ๆ ถือว่าชัดเจน จนนายวิทยาต้องรับผิดชอบถึงแม้ว่าจะไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในการซื้อขายหรือทุจริตก็ตาม แต่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ เมื่องานมีความบกพร่องต้องแสดงความรับผิดชอบ เพราะรู้ว่าประชาชนไม่ชอบใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้นแรงกดดันจึงมาอยู่ที่นายมานิต เพราะรายงานมีบุคคลเกี่ยวโยงถึงนายมานิต จึงทำให้มีแรงกดดันค่อนข้างหนัก

 นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีโครงการชุมนุมพอเพียง ที่นายกอร์ปศักดิ์ดูแลรับผิดชอบ มีการกล่าวหาว่า สัญญาซื้อขายไม่ถูกต้อง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สตง.และป.ป.ช.ก็เข้าไปตรวจสอบ แต่ยังไม่ได้สรุปออกมา สมมติว่า ถ้าสรุปผลการสอบออกมาว่าเกี่ยวโยงกับใคร ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ต้องพิจารณา ซึ่งความต่างทั้งสองเรื่องอยู่ตรงนี้   ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดง ว่าพรรคภูมิใจไทยเห็นว่าผลการสอบของคณะทำงานสอบข้อเท็จจริงชุดนพ.บรรลุ ศิริพานิช ไม่ศักดิ์สิทธิ์ หรือเคารพในผลการสอบ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้น เพราะเขาไม่ได้ออกมาคัดค้านตั้งแต่ครั้งแรกที่ตั้งกรรมการชุดนี้ขึ้น เมื่อถามว่า กรณีปัญหาในกระทรวงสาธารณสุขจะตกเป็นเป้าในการอภิปรายหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็คงต้องเจอ เพราะเชื่อว่าฝ่ายค้านคงเอามาอภิปราย อย่างไรก็ต้องรับมือให้ไหว ต้องชี้แจงไปตามข้อเท็จจริง ทุกอย่างต้องเปิดเผยตรงไปตรงมา

 เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะได้ความชัดเจนเรื่องตัวบุคคลที่จะมาทำหน้าที่รมว.สาธารณสุขแทนนายวิทยาได้เมื่อไหร่ นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่าวันนี้ ( 6 ม.ค.) น่าจะชัดเจนพรรคเข้าใจดีว่าประชาชนสนใจติดตามอยู่ คงไม่ทำอะไรยืดเยื้อ ส่วนคนที่มีรายชื่อเป็นแคนดิเดต ตนขอให้มีการประชุมในพรรคก่อนจึงจะมาเรียนให้ทราบ ถ้าไปพูดอะไรก่อนจะถูกกล่าวหาว่า ไปชี้นำเพราะเป็นเลขาธิการพรรคต้องวางตัวให้ดี

ขณะที่นายชินวรณ์กล่าวว่า มั่นใจว่าจะได้นั่งเก้าอี้รมว.สธ.อย่างแน่นอน เพราะมีความอาวุโสสูงสุดในบุคคลที่มีคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งรมต.ของพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนี้ ส่วนใครจะมาเป็นประธานวิปรัฐบาลแทนนั้นขออุบไว้ก่อน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง กล่าวว่า คงขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการจะให้นายไตรรงค์นั่งรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ทั้งเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค

ด้านนายชุมพล กาญจนะ ประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สังคมอย่าเพิ่งกดดันนายมานิต นพอมรบดี รมช.กระทรวงสาธารณสุข กรณีพบทุจริตในโครงการไทยเข้มแข็ง ขอให้ผ่านกระบวนการตรวจสอบของป.ป.ช.ก่อน ยันพรรคประชาธิปัตว์ไม่ได้อ่อนข้อให้พรรคภูมิใจไทย

ขณะที่นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลอาจเจอแรงกดดันอย่างแน่นอน หลังจากนายมานิตไม่ลาออก