
ตรัง ปรับใช้เครื่องจักรแทนลิง ย้ำไม่เห็นด้วยการคำว่า "การทารุณสัตว์" เพราะเลี้ยงเหมือนลูก
พ่อค้ารับซื้อมะพร้าวทำน้ำกะทิใน จ.ตรัง เผยรับซื้อมะพร้าวแก่ในหลายจังหวัดเห็นการใช้ทั้งเครื่องจักรและลิงขึ้นมะพร้าว โดยมองว่าเป็นการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านเพราะคนเลี้ยงรักเหมือนลูก ส่วนที่ถูกสั่งแบนเชื่อว่าเป็นมะพร้าวที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมะพร้าวแกง
วันนี้ (7 ก.ค. 2563) ที่บ้านของนายแสงศิลป์ หับสุภา อายุ 49 ปี เลขที่ 106/1 หมูที่ 2 ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งมีอาชีพรับซื้อมะพร้าวแก่หรือมะพร้าวแกงไปคั้นน้ำกะทิขายอยู่ในตลาดห้องเย็นควนปริง ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง ไม่เห็นด้วยการคำว่าการทารุณสัตว์ กรณีใช้ลิงกังขึ้นต้นมะพร้าว โดยตนเป็นพ่อค้ารับซื้อมะพร้าวแก่ในหลายจังหวัด มีทั้งการใช้แรงงานคนขึ้นต้นมะพร้าว สำหรับมะพร้าวที่มีความสูงไม่เกิน 10 เมตร แต่หากสูงเกินกว่านั้นจะต้องใช้ลิงแทน เพื่อความปลอดภัย รวดเร็วและประหยัดเวลา ซึ่งปัจจุบันมะพร้าวที่ปลูกไว้จะใช้จักรยานถีบ ซึ่งเป็นเครื่องทุ่นแรงชนิดหนึ่ง ราคาไม่เกิน 2,200 บาท โดยที่ จ.ตรัง จะเลือกปลูกมะพร้าวพันธุ์เตี้ยมากกว่าพันธุ์ดั้งเดิมที่มีความสูงกว่า 10 เมตร เพื่อให้ง่ายต่อการเก็บผลผลิต
และเท่าที่ไปตระเวนรับซื้อมะพร้าวแก่มาคั้นน้ำกะทิสดขาย สัปดาห์ละ 2,500-3,000 ลูก พบว่าคนเลี้ยงลิงทุกคนรักลิงเหมือนลูก ป้อนนมป้อนผลไม้และอาบน้ำให้ไม่ต่างจากคนเลี้ยงสุนัขหรือแมวและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ มีการดูแลอย่างดีเพราะความผูกพันที่เลี้ยงดูกันมาตั้งแต่เล็ก อีกทั้งลิงแต่ละตัวยังมีราคาแพง ค่ารักษาพยาบาลก็แพงถึงหลักแสน เจ้าของจึงต้องประคบประหงมเป็นอย่างดี ซึ่งไปเป็นได้ว่าการออกมาแบนกะทิไทย เกิดจากการนำเข้ามะพร้าวแก่จากประเทศเพื่อนบ้าน
เนื่องจากนายแสงศิลป์ มองว่า ผู้ปลูกมะพร้าวในประเทศยังมีไม่มากพอต่อการรบริโภคภายในประเทศ จึงต้องมีการนำเข้ามะพร้าวแก่มาจากอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งใช้ลิงขึ้นมะพร้าว ซึ่งหากไม่นำเข้ามะพร้าวเชื่อว่าในไทยจะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อน้ำกะทิสดภายในประเทศ
ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง



