ข่าว

โจรห้างพารากอนเหิมย้อนฉกทรัพย์เด็กอีก2ราย

โจรห้างพารากอนเหิมย้อนฉกทรัพย์เด็กอีก2ราย

06 ม.ค. 2553

โจรห้างพารากอนเหิม! ย้อนกลับมาฉกทรัพย์ นร.นานาชาติอีก 2 ราย แต่งหรูข่มขู่เหยื่อให้ส่งมือถือ-เงินสด พบวงจรปิดจับภาพได้ ด้านผู้กำกับฯ ปทุมวันยัวะสั่งล่าตัว แฉคนเดิมที่เคยลงมือเมื่อปลายปี 52

 เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 5 มกราคม นางยุพดี สายเชื้อ อายุ 41 ปี ผู้สื่อข่าวสายพระราชสำนัก โมเดิร์นไนน์ทีวี พร้อมด้วย รปภ.ของห้างสยามพารากอน ได้นำ ด.ช.สุปฏิ สายเชื้อ อายุ 13 ปี นักเรียนโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี ลูกชายของนางยุพดี เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.หญิง คนึงนุช ทศไพริน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ว่า ด.ช.สุปฏิ และเพื่อนอีก 2 คน ซึ่งเป็นลูกครึ่งไทย-อินเดีย ถูกคนร้ายล่อลวงไปปลดทรัพย์ภายในห้างสยามพารากอน ขณะเดินเล่นอยู่บริเวณชั้น 3 หน้าร้านหนังสือชิโนคุยะ

 ด.ช.สุปฏิ ให้การว่า คนร้ายตัดผมรองทรง ผิวคล้ำ หน้ามีรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว สวมเสื้อเชิ้ตโปโลสีขาว กางเกงสแล็กสีเข้ม รองเท้าคัตชูสีดำ เข้ามาทำทีต่อว่าพวกตนว่า "พวกแกใช่ไหมที่มารุมทำร้ายน้องชายฉันเมื่อ 2 วันก่อน" และขอดูทรัพย์สินของพวกตนที่ติดตัวมาว่ามีอะไรบ้าง ทั้งยังบอกด้วยว่าวันนั้นทรัพย์สินของน้องชายที่หายไปมีโทรศัพท์มือถือและเงินสด แล้วคนร้ายยังได้ข่มขู่ให้พวกตนชดใช้ค่าเสียหาย

 จากนั้นคนร้ายได้พาตนและเพื่อนอีก 2 คน ลงลิฟต์ทางด้านหลังห้างไปบริเวณชั้นล่างแล้วบังคับข่มขู่ห้ามร้องให้คนช่วย ก่อนจะให้นำทรัพย์สินออกมาดู โดยตนมีโทรศัพท์มือถือยี่ห้อจีเนท 1 เครื่อง เงินสด 50 บาท ส่วนเพื่อนมีโทรศัพท์ยี่ห้อโนเกียรุ่นทัชสกรีน และเงินสด 500 บาท คนร้ายจึงนำโทรศัพท์ของตนไป และบอกให้ยืนรออยู่ตรงนี้อย่าไปไหน จากนั้นได้พาเพื่อน 1 คนเดินอ้อมไปด้านหลังห้างไปที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์แล้วฉกเอาโทรศัพท์มือถือโนเกีย และเงินสด 500 บาทไป ก่อนจะปล่อยตัว ตอนแรกตนตกใจมาก พอพบแม่ซึ่งขับรถมารับตอนเย็นก็ไม่กล้าเล่าให้ฟังเพราะคนร้ายข่มขู่ไว้ว่าไม่ให้บอกใคร ไม่อย่างนั้นจะถูกทำร้าย

 ด้านนางยุพดี กล่าวว่า ตอนแรกตกใจมาก คิดว่าคนร้ายลักพาตัวเพื่อนลูกชายไปด้วย แต่เมื่อโทรไปถามพ่อแม่เด็กแล้วถึงรู้ว่าเขากลับบ้านปลอดภัย ส่วนที่ต้องมาแจ้งความก็อยากให้ตำรวจับคนร้ายให้ได้เร็วๆ เพราะเป็นภัยสังคม และน่าจะทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว โดยเลือกเหยื่อที่เป็นเด็กอายุ 12-13 ปี เพราะเด็กรุ่นนี้จะหลอกง่าย

 ด้าน พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผู้กำกับการ (ผกก.) สน.ปทุมวัน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลงมือในลักษณะเดียวกันเข้าแจ้งความแล้ว 2 ราย โดยคนร้ายใช้กลอุบายล่อลวงว่า น้องชายของเขาเคยมีเรื่องกับเหยื่อมาก่อน จากนั้นจะปลดเอาทรัพย์สินไป ซึ่งคนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์อย่างชัดเจน มั่นใจว่าไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิตอย่างแน่นอน ตอนนี้จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกตัวที่ติดตั้งอยู่ภายในห้าง เพื่อให้ทราบรูปพรรณของคนร้ายอย่างละเอียด จากนั้นจะขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป โดยจะดำเนินคดีคนร้ายให้ถึงที่สุด

 เบื้องต้นจะแจ้งข้อหาลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย หากพบว่ามีการกระทำเข้าข่ายข่มขู่ และกักขังหน่วงเหนี่ยวก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติม เพราะคนพวกนี้ต้องเอาให้หนัก ปล่อยไว้ไม่ได้จะเป็นภัยต่อส่วนรวม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 จำนวน 2 ราย ถูกคนร้ายขโมยโทรศัพท์มือถือไป 2 เครื่อง กล้องดิจิทัล เครื่องเล่นเกมอีก 1 เครื่อง รวมมูลค่าประมาณ 3 หมื่นบาท พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับคนร้ายรายนี้แล้วในข้อหาลักทรัพย์ วันนี้มีผู้เสียหายมาแจ้งเพิ่มเป็นรายที่ 3 โดย ด.ช.สุปฏิชี้ภาพผู้ต้องหาที่ปรากฏในแฟ้มประวัติอาชญากรของ สน.ปทุมวัน ได้อย่างชัดเจน และยืนยันว่าเป็นคนเดียวกัน พ.ต.อ.ไพศาลจึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาข่มขู่กรรโชกทรัพย์และกักขังหน่วงเหนี่ยวเพิ่ม