
"กิตติธัช" ซัดฝรั่งตาน้ำข้าว Peta 2 มาตรฐานสิทธิสัตว์
"กิตติธัช" ซัดฝรั่งตาน้ำข้าว Peta 2 มาตรฐานสิทธิสัตว์
ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith ซัดหนัก NGO กลุ่ม Peta สองมาตรฐานเรื่องสิทธิสัตว์ กับข้ออ้างกีดกันการค้าแบบเดิมๆ ของประเทศมหาอำนาจตะวันตก
เป็นข่าวดังในช่วง 2-3 วันนี้กับข่าวว่าทางห้างในประเทศอังกฤษทำการแบนสินค้าจากมะพร้าวของไทย เนื่องจากมีการทารุณกรรมสัตว์ โดยใช้ลิงเก็บมะพร้าว
(ปัจจุบันองค์กร PETA อ้างว่าห้างในอเมริกาและเนเธอร์แลนด์ก็ร่วมแบนสินค้าจากมะพร้าวของไทยด้วย)
เรื่องนี้ทำให้หลายคนงงมาก เพราะความสัมพันธ์ระหว่างชาวสวนกับลิง ก็เหมือนสัตว์เลี้ยงที่ชาวตะวันตกเหล่านั้นเลี้ยงไว้ใช้งานทั่วไป ในขณะที่บางกรณีชาวตะวันตกเหล่านั้นกระทำต่อสัตว์โหดร้ายกว่าเยอะ เช่น
1. กรณีหมาหรือหมู ที่ใช้ในการเก็บเห็ดทรัฟเฟิลดำ
2. การเลี้ยงห่านสำหรับเอาตับมาทำ ฟัวกราส์ ซึ่งต้องยัดอาหารใส่ห่านจนเกินร่างกายรับไหว เพื่อให้ตับมีไขมันเยอะๆ และมีรสชาติอร่อย
3. การใช้ม้าแข่งขันรถลาก หรือ แข่งขันกีฬาโปโล ซึ่งในแต่ละปีก่อให้เกิดม้าบาดเจ็บ ล้มตายกันมากมาย ม้าที่เกิดอุบัติเหตุ หรือแข่งขันไม่ได้ จะถูกนำไปฆ่าทิ้งหรืออาจขายต่อเพื่อเป็นอาหาร
4. เสื้อขนสัตว์ที่ชาวตะวันตกนิยม ซึ่งเกิดจากการล่าสัตว์ที่มีขนสวยๆ มาลอกหนังเพื่อทำเสื้อขนสัตว์สวยๆ ขายตามห้างดัง
นอกจากข้อ 1 ที่ชาวบ้านเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพื่อช่วยงานแล้ว ที่เหลือล้วนแต่เป็นกระบวนการอันเลวร้ายที่กระทำต่อสัตว์ ซึ่งก็ไม่เห็นว่าชาวตะวันตกหรือห้างดังเหล่านั้นจะ "แบนสินค้า" แต่ประการใด
เพราะเป้าหมายที่แท้จริงคือ "การหาเรื่องกีดกันทางการค้าโดยอ้างหลักการอันสวยหรู" เพื่อให้ดูว่าตัวเองเป็นผู้สูงส่งและมีหลักการมากกว่าชาวโลกทั่วไป
จริงหากยอมรับมาตรงๆ ว่าเพราะขาดดุลการค้า หรือต้องการยกเลิกการให้สินค้าที่ตัวเองไม่ต้องการ หรือต้องการหาตลาดสินค้าอื่นมาแทน เลยจะขอยกเลิกการนำเข้าสินค้าจากไทย
ทำแบบนี้ยังดูซื่อสัตย์และตรงไปตรงมากว่าเลยครับ...
ป.ล.ในความเป็นจริง ลิงเก็บมะพร้าวเขาทำแค่ในระดับชาวบ้านเท่านั้นแหละครับ ในระดับมหภาค ในระบบอุตสาหกรรมมะพร้าว เอาลิงมานั่งเก็บ ก็ไม่ทันขายกันพอดี
ขอบคุณข้อมูล ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์



