ข่าว

ชี้อาฟตาช่วยหนุนการค้าไทย-อาเซียนจี้เอกชนฉวยโอกาส

ชี้อาฟตาช่วยหนุนการค้าไทย-อาเซียนจี้เอกชนฉวยโอกาส

06 ม.ค. 2553

"พาณิชย์" มั่นใจเปิดเสรีอาฟตา ดันมูลค่าการค้าไทย-อาเซียนเพิ่มขึ้น กระตุ้นเอกชนรีบใช้ประโยชน์ ด้าน ครม.เห็นชอบมาตรการดูแลสินค้านำเข้าภายใต้กรอบอาฟตาใช้ทันที

 นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2553 ไทยมีพันธะผูกพันเปิดตลาดภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ซึ่งมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ จะทำให้มูลค่าการค้าระหว่างไทยและอาเซียนเพิ่มขึ้นเป็น 25% ต่อปี จากเดิมที่มีอัตราขยายตัวเฉลี่ยปีละ 20% โดยปี 2552 ที่ผ่านมาไทยส่งออกไปอาเซียน คิดเป็นมูลค่า 41,320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากอาเซียน 30,920 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยได้ดุลการค้า 10,400 ดอลลาร์สหรัฐ

 ทั้งนี้ การสร้างมูลค่าทางการค้าให้เพิ่มตามเป้าหมาย ภาคเอกชนต้องรู้จักใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า จากข้อตกลงอาฟตาให้มากขึ้น ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าหมายการออกหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าแบบ D เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ให้มีสัดส่วน 80% ของมูลค่าการค้าไปอาเซียนทั้งหมด จากที่ผ่านมามีสัดส่วนการขอใช้สิทธิไม่ถึง 50%

 นายอลงกรณ์กล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้ผ่านความเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ระเบียบการนำเข้ากาแฟ ชา น้ำนมดิบและน้ำนมพร้อมดื่มและนมผงขาดมันเนย เข้ามาในราชอาณาจักร ตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน เพื่อเป็นมาตรการรองรับและดูแลการนำเข้าสินค้าที่มีการลดภาษีเป็น 0% โดย 1.การจะนำเข้าในสินค้าดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทย จะต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานและคุณภาพจากสำนักงานอาหารและยา และ 2.การออกหนังสือรับรองการนำเข้า ผู้นำเข้าจะต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้นำเข้าเท่านั้น

 นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายการค้าระหว่างประเทศ (กนศ.) ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการติดตามผลกระทบจากการเปิดเขตการค้าเสรี ให้เป็นผู้ดูแลสินค้านำเข้าภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีทั้งหมด เพื่อป้องกันการลักลอบสินค้าเข้ามาโดยผิดข้อตกลง และนอกมาตรการดูแลการนำเข้าครั้งนี้แล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังมีกองทุนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากการเปิดเขตการค้าเสรี หรือกองทุนเอฟทีเอ