ข่าว

ตอน...ธุรกิจขายศรัทธา

ตอน...ธุรกิจขายศรัทธา

07 ม.ค. 2553

ศรัทธา หรือความเชื่อมั่นนั้น หากลองได้เกิดขึ้นกับใครแล้ว ก็ยากนักที่จะมีอะไรมาเปลี่ยนใจคนผู้เปี่ยมศรัทธานั้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศรัทธาหรือความเชื่อมั่นทางด้านศาสนา หรือศรัทธาที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจทั้งหลาย ซึ่งมักจะเป็นศรัทธาที่เกิดขึ้นต่อสิ่งที่ม

 นักธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่สามารถทำกำไร สร้างความร่ำรวยให้แก่ตนเองด้วยความศรัทธาของผู้อื่น ซึ่งมีทั้งการทำธุรกิจภายใต้ความศรัทธาอย่างไปตรงมา และหาผลกำไรจากศรัทธาด้วยความงมงายของผู้คน จนทำให้เกิดเรื่องราวการฉ้อโกงบานปลายหลายต่อหลายเรื่อง ธุรรกิจที่สามารถทำผลกำไรภายใต้การศรัทธาอย่างเห็นได้ชัด คือธุรกิจงานบริการโดยเฉพาะการท่องเที่ยว และศาสนสถานต่างๆ เช่น วัดบางแห่ง ดังจะเห็นได้จากในช่วงเทศกาลต่างๆ ก็จะมีการจัดแพ็กเกจทัวร์ศรัทธาขึ้นมา ที่คุ้นเคยกันมากในสมัยปัจจุบันนี้คือ ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด โดยมีความพยายามสรรหาชื่อวัดที่สอดคล้องกับเสียงมงคลนามต่างๆ มาเป็นจุดขาย

 จากนั้นก็ขยายไปสู่การเดินทางท่องเที่ยว เพื่อเยี่ยมชมหรือสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ทัวร์ศรัทธาตามสถานที่สำคัญทางศาสนาทั้งหลายเหล่านี้ มักจะมีประเด็นต่างๆ มาเป็นจุดล่อขายให้ผู้คนเกิดความสนใจแตกต่างกันออกไป เช่น ไปไหว้พระทันใจเพื่อขอพรให้ได้ทันอกทันใจ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอให้มีบุตรหลานไว้สืบตระกูล  โดยมีการกล่าวอ้างกันว่าคนนั้นคนนี้เคยกระทำหรือเคยได้ไปมาแล้ว และประสบกับปาฏิหาริย์กันอย่างนั้นอย่างนี้

 อันที่จริงการนำศรัทธามาแปลงเป็นธุรกิจหาใช่ข้อเสียหายอันใดไม่ แต่การนำเอาปาฏิหาริย์ต่างๆ มาเป็นจุดขายกันพร่ำเพรื่อ ดูจะเป็นการก้ำกึ่งก้ำกลางระหว่างศรัทธาและงมงายอยู่ไม่น้อย รวมทั้งการดัดแปลงหรือแต่งเติมเรื่องราวและสถานที่ เพื่อให้สอดคล้องกับการทำธุรกิจขายศรัทธานั้น บางครั้งก็เป็นการทำให้ศาสนาและศาสนสถาน เบี่ยงเบนไปจากเจตนารมณ์ดั้งเดิมเมื่อเริ่มเกิดขึ้นมา

 ดังจะเห็นได้จากวัดในประเทศไทยปัจจุบันนี้หลายร้อยวัด ที่นอกจากจะมีโบสถ์ วิหาร ตามแบบดั้งเดิมแล้ว ยังมีการก่อสร้างวิหารของเทพอื่นๆ นอกเหนือไปจากที่การสอนกันในพุทธศาสนาแบบหินยาน เทพที่พบเห็นมากที่สุดในวัดไทยปัจจุบันนี้ เช่น เจ้าแม่กวนอิม ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรฯ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมามีการสร้างศาลพระนางสุพรรณกัลยา ขึ้นมาในวัดอีกหลายแห่ง เป็นต้น  

 การเกิดขึ้นของศาลหรือการก่อสร้างเทพ หรือใดๆ ก็ตามล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องดี หากมีการก่อสร้างให้ถูกที่ถูกกรรมพิธี และมีการแนะนำวิธีการกราบไหว้เคารพบูชาให้ถูกต้อง มิใช่ก่อสร้างกันขึ้นมาเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องอยู่ในกระแส เพื่อเป็นแหล่งทำมาหากินกันได้ทั้งเจ้าของพื้นที่ และผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว พอสิ้นกระแสแห่งศรัทธาในเทพนั้นๆ ก็ทอดทิ้งให้ปรักหักพังลงไป รอวันที่กระแสแห่งเทพองค์ใหม่มาก็เกาะกันไปหากินอีกที

 การขายศรัทธาหากินโดยไม่คิดว่าเทพหรือพระจะเดือดร้อน หรือทำให้ศาสนาบิดเบี้ยวผิดรูปกันไปจากที่ควรจะเป็น จนบางทีผลประโยชน์แห่งการขายศรัทธามีมาก ถึงขั้นพระสงฆ์องค์เจ้าจับอาวุธมาฆ่าแกงกันก็มี เรื่องอย่างนี้จะมีใครหรือหน่วยงานไหน เข้ามากำกับดูแลกันบ้างหรือไม่ หรือจะต้องปล่อยรอให้ถึงวันที่ “นรกกินกบาล” กันไปเองครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ