ข่าว

สึนามิถล่มโซโลมอนแต่ไม่มีคนตาย

สึนามิถล่มโซโลมอนแต่ไม่มีคนตาย

05 ม.ค. 2553

โฮเนียรา - โซโลมอนเจอสึนามิถล่มรับปีใหม่ โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะที่เนปาลหนาวตาย 18 คน

 เจ้าหน้าที่ทางการโซโลมอนเปิดเผยเมื่อวันอังคาร (5 ม.ค.) ว่าคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มหมู่เกาะโซโลมอนในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ภายหลังจากเกิดแผ่นดินไหวใหญ่วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.2 ริกเตอร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ แม้จะมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยร่วม 1,000 คน เนื่องจากบ้านถูกน้ำซัดหรือพังเพราะแผ่นดินไหว

 รายงานข่าวแจ้งว่า คลื่นยักษ์มีความสูงราว 3 เมตร ขณะซัดเข้าฝั่ง แต่เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในตอนกลางวัน ซึ่งคนตื่นอยู่ จึงทำให้ชาวบ้านหลบหนีขึ้นที่สูงกันได้ทัน ประกอบกับชาวโซโลมอนเคยมีประสบการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มภูมิภาคแถบนี้มาแล้วเมื่อเดือนเมษายน 2550 จึงทำให้มีการเตรียมความพร้อมรับมือได้ดีขึ้น

 แดนนี เคนเนดี เจ้าของร้านดำน้ำแห่งหนึ่งในเมืองกิโซ กล่าวว่า กฎที่ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างๆ จำได้ขึ้นใจคือ หากเกิดแผ่นดินไหวนานกว่า 20 วินาที หรือน้ำทะเลลดลงให้มุ่งหน้าขึ้นเขาทันที

 ด้านอธิบดีกรมตำรวจหมู่เกาะโซโลมอน กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นค่อนข้างต่ำ เพราะหลังจากที่เกิดเหตุมาแล้ว 30 ชั่วโมง ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บเลย

 ทั้งนี้ แผ่นดินไหว 7.2 ริกเตอร์ ทำให้เกิดสึนามิซัดถล่มชายฝั่งของเกาะเรนโดวา และเกาะเทเตแพร์ เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น.ของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากนั้นเกิดอาฟเตอร์ช็อกที่มีความรุนแรงกว่า 5.0 ริกเตอร์ ตามมาอีก 8 ลูก หลังเกิดเหตุตำรวจได้ส่งเรือ 1 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ออกลาดตระเวนแถบชายฝั่งในวันอังคาร พร้อมกับนำอาหาร น้ำดื่ม และผ้าใบกันน้ำไปให้ผู้รอดชีวิตบนเกาะด้วย

 รายงานข่าวระบุว่าบ้านเรือนราว 200 หลัง บนเกาะเรนโดวา ได้รับความเสียหาย ทำให้มีประชาชนราว 1,000 คน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของทั้งเกาะ ต้องไร้ที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 คน อยู่บนเกาะเทเตแพร์ เป็นชาวเยอรมัน 4 คน อังกฤษ 4 คน และนิวซีแลนด์ 2 คน ซึ่งทุกคนถูกนำตัวออกมาอย่างปลอดภัย

 ส่วนที่เอเชียนั้น หลายประเทศยังคงเผชิญสภาพอากาศหนาวจัด ล่าสุดมีรายงานว่ามีคนหนาวตายอย่างน้อย 18 คนในเนปาล โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นคนยากจนหรือคนเร่ร่อนที่ไม่มีเครื่องให้ความอบอุ่นร่างกายอย่างเพียงพอ

 หมอกหนาจัดที่ปกคลุมประเทศยังส่งผลกระทบต่อการสัญจรบนท้องถนน รวมถึงการจราจรทางอากาศทำให้เที่ยวบินหลายสิบเที่ยวต้องถูกระงับ ขณะที่โรงเรียนหลายแห่งต้องปิด โรงพยาบาลล้นไปด้วยคนไข้ที่ป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวกับความหนาว

 ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยาเนปาลรายงานว่า อุณหภูมิตอนกลางวันนั้นอยู่ระหว่าง 10-13 องศาเซลเซียส ซึ่งต่ำกว่าอุณหภูมิปกติในช่วงเดือนมกราคม ถึง 15 องศาเซลเซียส