
จับตา14กลุ่มมาเฟียข้ามชาติคนมีสียึดพัทยาค้ายา-ค้ามนุษย์
ภายหลังที่ พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) มีนโยบายรวบรวมรายชื่อชาวต่างชาติหรือองค์กรอาชญากรรม ที่เข้ามาสร้างเครือข่ายมีพฤติกรรมในการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นนโยบายเชิงรุกเพื่อกดดันบรรดามาเฟียข้ามชาติ ไม่ให้เข้ามาตั้งฐานในปร
ที่ผ่านมาเมืองพัทยาถือเป็นแหล่งที่เหล่าอาชญากรหลายระดับหลบหนีคดีเข้ามากบดานทั้งในฐานะนักท่องเที่ยว รวมถึงการนำเงินเข้ามาฟอกในกิจการต่างๆ จนเป็นที่จับตาของทั่วโลกและเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยด้วย
แก๊งค้ามนุษย์ เครือข่ายค้ายาเสพติด ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตาและติดตามพฤติกรรมเป็นกลุ่มแรกๆ มีชาวต่างชาติบางคนตั้งตัวเป็น "มาเฟีย" ติดต่อเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายอาชญากรรมทั่วโลก
พ.ต.อ.อธิศวิส กมลรัตน์ ผกก.สตม.ชลบุรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง มีนโยบายหลัก 2 เรื่อง คือ เร่งดำเนินการกวาดล้างจับกุมกลุ่มค้ามนุษย์ และการเข้าเมืองของชาวต่างชาติ ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี จึงหาแนวทางวิธีป้องกันและปราบปรามอย่างเต็มกำลัง โดยร่วมมือกับตำรวจ 2 หน่วยงาน คือ ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ และตำรวจพิทักษ์เด็กเยาวชนและสตรี ภาค 2 ซึ่งเมืองพัทยาถือเป็นแหล่งร่วมการกระทำผิดของชาวต่างชาติทุกรูปแบบ
สำหรับกลุ่มชาวต่างชาติซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดมีทั้งหมด 14 กลุ่มประเทศ คือ 1.เกาหลี 2.ฟิลิปปินส์ 3.สิงคโปร์ 4.มาเลเซีย 5.ปากีสถาน 6.เยอรมนี 7.สวิตเซอร์แลนด์ 8.อิตาลี 9.ฝรั่งเศส 10.อเมริกา 11.รัสเซีย 12.อังกฤษ
ส่วนกลุ่มที่ 13 คือ กลุ่มสแกนดิเนเวีย ประกอบด้วย เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฮอลแลนด์ และ ออสเตรเลีย และกลุ่ม 14 คือ จากกลุ่มประเทศอื่น ทั้งหมดกำลังเข้าสู่ขบวนการตรวจสอบว่าเดินทางเข้ามาในรูปแบบใด ถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะการแอบแฝงตัวเข้ามาเพื่อกระทำผิดกฎหมาย
สำหรับแก๊งมาเฟียชาวต่างชาติรายใหญ่ในเมืองพัทยาเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเนื่องจาก 2-3 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีข่าวความเคลื่อนไหวแก๊งมาเฟียในเขตเมืองพัทยา ส่วนใหญ่จะพบแค่เพียงกลุ่มชาวต่างชาติใช้อำนาจคนมีสีกระทำผิดกฎหมาย ในรูปแบบการค้ามนุษย์และค้ายาเสพติด แต่ในส่วนที่ทำตัวเป็นมาเฟียเรียกเก็บค่าคุ้มครองชาวต่างชาติกันเอง ด่านตำรวจเข้าเมืองยอมรับว่ามีจริง บางส่วนมีเจ้าหน้าที่ให้ความคุ้มครองอยู่
พ.ต.อ.อธิศวิส กล่าวอีกว่า ในอนาคตด่านตรวจคนเข้าเมืองพัทยาจะจัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เชื่อว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2553 โดยจะเป็นศูนย์ปราบปราม อาชญากรข้ามชาติทุกรูปแบบ โดยจะนำหมายจับกว่า 2,000 ฉบับ จากศาลอาญาจากทั่วทุกมุมโลก มารวมอยู่ที่ศูนย์ดังกล่าว อีกทั้งหมายจับของอาชญากรข้ามชาติและผู้ร้ายข้ามแดนของกระทรวงต่างประเทศต่างๆ ด้วย
พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.สตม. กล่าวว่า ได้วางนโยบายยุทธศาสตร์ 3 S คือ S ที่ 1 Security (ความมั่นคง) S ที่ 2 คือ Standard (มาตรฐาน) และ S ที่ 3 Service Mind (การบริการ) ให้ตำรวจ สตม.ทั่วประเทศปฏิบัติ โดยเน้นย้ำเรื่องการจับกุมและการสืบสวนปราบปราม ผู้ต้องหารายสำคัญที่อาศัยช่องทางหากินและหลบซ่อนในประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.ชลบุรี ซึ่งมีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก รวมทั้งการจับกุมแก๊งค้ามนุษย์ และลักลอบเข้ามาค้าประเวณี
"ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติจึงรองรับภารกิจในการป้องกันและปราบปรามชาวต่างชาติที่เข้ามาก่อคดีกระทำความผิด ซึ่ง พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี ผบก.ตม.3 ได้สั่งการหัวหน้าหน่วยทั้งพ.ต.ท.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข พ.ต.ท.ภัคพงศ์ สายอุบล ดำเนินการตามนโยบายถือเป็นเรื่องเร่งด่วนซึ่งในปี 2552 ที่ผ่านมา เรามีสถิติจับกุมอาชญากรข้ามชาติที่หลบหนีมากบดานเมืองพัทยาได้เกือบ 200 คดี" พ.ต.อ.อธิศวิส กล่าว
ธนทรัพย์ น้อยสอาด



