ข่าว

ความยุติธรรม

ความยุติธรรม

06 ม.ค. 2553

ปราชญ์ทางกฎหมายกล่าวไว้ว่า ความล่าช้าสำหรับการดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย คือความอยุติธรรมที่เกิดแก่สังคมและประเทศชาติ

 ความล่าช้าอันเกิดจากความไม่ประสีประสาของเจ้าหน้าที่รัฐในหน่วยงานที่มีหน้าที่ข้างต้น เกิดจากการปล่อยปละละเลยไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ จนที่เลวที่สุดคือมีการทุจริตเกิดขึ้น

 การปาฐกถาของนายวิชา มหาคุณ กรรมการในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เมื่อเร็วๆ นี้ กล่าวถึงเรื่องที่ค้างการพิจารณาของ ป.ป.ช. 3,000 กว่าเรื่อง และการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐในรูปแบบต่างๆ ซึ่งยอมรับในกรณีเกิดความล่าช้าเช่นว่านี้ เป็นผลเสียต่อประเทศไทย

 ประกอบกับเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รายงานสรุปผลปฏิบัติงานในรอบปี พ.ศ.2552 ให้สาธารณชนรับทราบ พบว่าคดีร้องเรียนต่างๆ ที่ได้มอบให้กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนเพื่อสรุปเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ว่าเรื่องนักการเมืองทุจริต หรือกระทำการผิดบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทุจริตร่วมกับนักการเมืองในการดำเนินการโครงการของรัฐขนาดใหญ่ มีจำนวนมากไม่มีการประชุมเลยแม้แต่เรื่องเดียว หรือหากมีการประชุมก็ไม่มีความคืบหน้าพอที่จะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อมีมติ

 บางเรื่องค้างนานเกือบ 10 ปีก็มี

 หน่วยงานรัฐมีหน้าที่กำกับดูแลความยุติธรรมในสังคม กลับเกิดภาพลักษณ์ของความอยุติธรรมขึ้นในสายตาประชาชนเช่นนี้ ประชาชนจะไปพึ่งใคร?

 ดังนั้นพฤติกรรมของนักการเมืองและข้าราชการทุกหน่วยที่ส่อไปในทางทุจริตประพฤติมิชอบจึงต้องเกิดขึ้นอยู่ต่อไป เช่น

 ในกระทรวงแรงงาน ใบอนุญาตส่งคนไปนอกต้องแสดงน้ำใจใบละ 2 ล้าน กรมศุลกากร การตรวจยึดเอกสารเพื่อตรวจสอบการเสียภาษี หากขอคืนต้องแสดงน้ำใจใบละ 6 หลัก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ การยึดเอกสารการส่งสินค้า และสินค้าที่ผ่านการตรวจผ่านศุลกากร นำไปเก็บไว้ที่ถนนพหลโยธิน เยื้องห้างดัง หากต้องการคืนต้องแสดงน้ำใจเลข 7 หลัก และค่ารายเดือน เดือนละ 6 หลัก ฯลฯ

 การบังคับให้ประชาชนแสดงน้ำใจเป็นความอยุติธรรมในประเทศไทย จงเจริญ!!

 คมพิทักราษฎร์