
วัลลภไขก๊อกทุกตำแหน่งบินไทยบอร์ดสอบต่อ
"วัลลภ" ไขก๊อกทุกตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการบินไทย ประธานบอร์ดยันเดินหน้าสอบสวนต่อให้ชัดเจน หากบริษัทเสียหายต้องเรียกร้องให้ชดเชย ชี้ยึดเป็นบรรทัดฐาน ปูดมีผู้ติดตามขอใช้ชื่อในการโหลดสัมภาระ
นายอำพน กิตติอำพน ในฐานะประธานกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวเมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ระบุว่านายวัลลภ พุกกะณะสุต ประธานกรรมการบริหารบริษัท การบินไทย ได้แสดงเจตจำนงที่จะลาออกจากทุกตำแหน่งที่เกี่ยวกับการบินไทย ทั้งในตำแหน่งกรรมการ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการสายบินนกแอร์ โดยนายวัลลภได้ยื่นใบลาออกในวันที่ 5 มกราคม 2553 และการลาออกดังกล่าวมีผลในวันเดียวกัน
"การลาออกของนายวัลลภครั้งนี้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีที่มีการขนกระเป๋าสัมภาระขัดกับระเบียบของการบินไทย ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นบรรทัดฐานที่ดีของการบินไทย และหลังจากนี้การให้ข้อมูลของนายวัลลภจะเป็นประโยชน์ต่อการวางกรอบในการกำหนดระเบียบและข้อบังคับของบริษัทต่อไป เพื่อป้องกันปัญหาลักษณะเดียวกันนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต" นายอำพน กล่าว
ส่วนประเด็นกรณีที่กรรมการบริษัทการบินไทยมีมติแต่งตั้งนายคณิศ แสงสุพรรณ กรรมการของบริษัทการบินไทย เป็นประธานกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเกี่ยวกับการกระทำของนายวัลลภนั้น นายอำพน กล่าวว่า ตามกำหนดเวลาที่คณะกรรมการวางไว้จะมีการสรุปผลสอบสวนในวันที่ 11 มกราคม 2553 โดยในส่วนนี้การทำงานของคณะกรรมการสอบสวนจะดำเนินการต่อจนสามารถสรุปผลสอบสวนทั้งหมด เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบริษัทจากการขาดรายได้อันมาจากการขนกระเป๋าเกินน้ำหนักคิดเป็นเงินเท่าใด และมีผู้เกี่ยวข้องที่เป็นพนักงานของการบินไทยคนใดบ้าง โดยในส่วนของค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าจะต้องมีการเรียกร้องให้ชดเชยค่าเสียหายอย่างแน่นอน
ประธานกรรมการ บมจ.การบินไทย กล่าวอีกว่า ในการพูดคุยกับนายวัลลภ เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา มีการให้ข้อมูลว่าการขนกระเป๋าสัมภาระเกินน้ำหนักดังกล่าว ยอมรับว่ามาจากผู้ติดตามรายหนึ่งที่ขอใช้ชื่อในการโหลดสัมภาระในนามของนายวัลลภ และไม่ได้เป็นการขนสัมภาระเพื่อวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด
นายอำพน ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวในกรณีว่าปัญหาดังกล่าวมาจากปัญหาทางการเมืองหรือไม่ โดยกล่าวว่า จากการพูดคุยกับนายวัลลภไม่พบว่ามีปัญหาจากฝ่ายการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยว ส่วนจะมีการแต่งตั้งผู้ใดทำหน้าที่แทนนายวัลลภ หลังจากนี้คณะกรรมการสรรหาจะเป็นผู้พิจารณาต่อไป
ขณะที่มีรายงานข่าวก่อนหน้านี้ว่า การลาออกของนายวัลลภกรณีขนสัมภาระเกินพิกัดน้ำหนักตามสิทธิของผู้โดยสารในเที่ยวบินทีจี 677 เดินทางจากญี่ปุ่นมายังกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 นั้น นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยมีการเรียกนายวัลลภมาตำหนิ และได้ขอให้ยื่นหนังสือลาออกก่อนสิ้นปี 2552 โดยไม่จำเป็นต้องรอผลสอบสวนเสร็จ ซึ่งนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ในฐานะผู้กำกับดูแลการบินไทย ก็ไม่ขัดข้อง เพราะไม่ต้องการปกป้องคนทำผิด



