ข่าว

พท.ระดมข้อมูลหารือทักษิณก่อนเปิดศึกซักฟอก

พท.ระดมข้อมูลหารือทักษิณก่อนเปิดศึกซักฟอก

05 ม.ค. 2553

“สมชาย” นั่งหัวโต๊ะเรียก ปธ.-รองปธ.กมธ.สภา ระดมข้อมูลเตรียมเปิดศึกซักฟอก ชำแหละ ”ไทยเข้มแข็ง” ทุกกระทรวง ระบุกลั่นกรองเสร็จส่งปรึกษา ”ทักษิณ” ก่อนอภิปราย

 เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 5 ม.ค. คณะยุทธศาสตร์การเมือง พรรคเพื่อไทย โดยมี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานที่ประชุม พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรค ได้หารือร่วมกับประธานและรองประธานคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรชุดต่างๆของพรรคจำนวน 35 คณะ เพื่อเตรียมความพร้อมในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

 นายสมชาย ได้แจ้งให้ตัวแทนของพรรคที่เป็นประธานและรองประธาน กมธ.ชุดต่างๆ ไปรวบรวมข้อมูลการทุจริตในโครงการต่างๆแต่ละกระทรวงโดยเฉพาะ โครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลโดยนำข้อมูลมาส่งต่อให้คณะกลั่นกรองประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน โดยด่วนภายในสัปดาห์หน้าหลังการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ที่จ.ปราจีนบุรีเสร็จสิ้น อย่างไรก็ตามในที่ประชุมมีความเห็นว่า แม้การอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจไม่สามารถทำให้รัฐบาลล้มได้เนื่องจากรัฐบาลและพรรคร่วมมีเสียงมากกว่า แต่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลให้สังคมรับรู้พฤติกรรมการทุจริตของรัฐบาล

 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กำหนดเวลาการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจะยื่นทันทีที่เปิดสภาในวันที่ 21 มค.หรือไม่นั้น ยังไม่ได้ข้อยุติ แต่น่าจะไม่เกินปลายเดือน มค.นี้ รวมทั้งรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายฯด้วย

 แต่เบื้องต้นได้สรุปหลักการทำงานในภาพรวม คือจะใช้โครงการไทยเข้มแข็งเป็นหลักและอภิปรายข้อมูลทุจริตที่มีทุกกระทรวง รวมทั้งพฤติกรรมไม่โปรงใสของรัฐมตรี เช่น ในส่วน กมธ.การเงินฯ จะอภิปรายกรณีการอัพตั๋วเครื่องบินของนายกรณ์ จาติวณิช รมว.คลัง นอกจากนี้ยังมีประเด็นเอกสารลับ และกรณีวิศวกรไทยที่ถูกกัมพูชาจับกุมตัวด้วย ทั้งนี้เมื่อมีการกลั่นกรองประเด็นข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจในขั้นสุดท้ายพรรคจะส่งข้อมูลทั้งหมด โดยเฉพาะรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไปขอคำปรึกษาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ด้วย

“เฉลิม”ขู่ฟ้องศาลหาก“อภิชาต”ยกคำร้องคดียุบปชป.

 ร.ต.อ.เฉลิม แถลงถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า กรณีเงินบริจาคเข้าพรรคประชาธิปัตย์จำนวน 258 ล้านบาท เป็นเรื่องส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับพรรคจึงไม่ส่งผลต่อการยุบพรรคประชาธิปัตย์ ว่า กรณีนี้มีหลักฐานเป็นเอกสารสมบูรณ์ที่สุด หากเทียบกับการยุบพรรคการเมืองที่ผ่านๆมาที่อาศัยเพียงแค่พยานบุคคล และครั้งนี้เป็นคำกล่าวโทษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เป็นหน่วยงานสำคัญไม่ใช่ตาสีตาสาที่ไหน

 ก็อยากถามว่าทำไมนายอภิชาติ  สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ไม่เรียกดีเอสไอ หรือกรมสรรพากรมาสอบถามในเรื่องของเงิน 23ล้านบาท ประเด็นนี้ทำไมไม่พูดกันบ้าง เอาแต่พูด 258ล้านบาท ขอเตือนนายอภิชาติว่า หากยกคำร้องตนจะยื่นร้องเรียนต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอท้าให้รีบยกคำร้อง ยกเมื่อไหร่เขาเรียกว่าเชิญแขก สิ่งที่ตนพูดไปหลายอย่างนั้นอยากรู้ว่าประธาน กกต.จะตอบอย่างไร ตนขอท้าให้ดีเบตกันที่ไหนก็ได้ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่จบแน่ถ้าทุกอย่างไม่เป็นไปตามกฎหมาย

 ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงข้อถกเถียงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งมีกระแสข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิมจะไปพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยเพื่อพูดคุยในเรื่องนี้ว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไร เพียงแต่ตนเห็นว่านายบรรหารให้สัมภาษณ์เข้าท่าที่จะยึดเอารัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นหลัก ซึ่งเห็นตรงกัน อีกทั้งส่วนตัวก็ชอบพอกันเลยอยากจะไปคุยกับท่านในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค

 ส่วนพรรคเพื่อไทยยืนยันชัดเจนว่าไม่เข้าร่วมแน่นอน เว้นแต่จะเอารัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้ ซึ่งแนวทางก็คล้ายกับตน นอกจากนี้อยากจะไปคุยกับนายบรรหารและพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีถึงสถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้ เพราะเมื่อเป็นแบบนี้แล้วจะเอาอย่างไรต่อ จะอยู่กับรัฐบาลโชห่วยอย่างนี้หรือ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะชวนมาจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน เพราะบ้านเมืองวันนี้เลยขั้นตตอนนั้นมาแล้ว มันถึงจุดที่ต้องมีสัญญาประชาคม พรรคการเมืองใหม่ก็ตั้งพรรคเสร็จเรียบร้อยแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ก็คิดว่าตัวเองทำงานดี พรรคเพื่อไทยก็พร้อม

 ดังนั้นก็คืนอำนาจให้ประชาชน เลือกตั้งใหม่ใครชนะได้เป็นรัฐบาล ทุกอย่างก็จบ ส่วนพวกที่พูดว่าหากใช้รัฐธรรมนูญ 2540 แล้วคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะหมดไปนั้นมันน่าตบปาก เพราะมันเป็นคนละเรื่อง คดีที่ตัดสินไปแล้ว เช่น คดีที่ดินรัชดาที่ศาลสั่งจำคุก 2 ปีนั้น จะพ้นผิดได้ต้องอภัยโทษ ส่วนคดีที่ยังค้างอยู่ในศาลนั้นจะพ้นคดีได้ต้องนิรโทษกรรม ดังนั้นหากนำรัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้ก็ไม่เกี่ยวกัน เรื่องรัฐธรรมนูญที่พูดกันในวันนี้เป็นเกมต่อรองกันทั้งนั้น แต่พรรคเพื่อไทยไม่ร่วมด้วยแน่ เพราะตนไม่โง่เหมือนพวกคุณ

 ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.มหาสารคาม ที่ผ่านมาด้วยว่า "หากเราไม่ขาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่มีทางชนะแน่นอน แต่ก็ยอมรับว่าเกือบตาย ห่าลงทั้งกลางวัน กลางคืน พฤติกรรมมันยิ่งกว่าการเลือกตั้งซ่อมที่สกลนครและศรีสะเกษ การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ที่มหาสารคาม ทุกภาคส่วนของรัฐไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยหมด คนในพรรคภูมิใจไทยบางคนบอกว่า พรรคเพื่อไทยคะแนนนิยมตกนั้น ขอเถียงว่าไม่ใช่ เพราะคะแนนเดิมมีอยู่ 8 หมื่นกว่าคะแนน ครั้งนี้ได้เพิ่มมาเป็น 1.1 แสนคะแนน ผมขอถามว่าอย่างนี้เขาเรียกว่าคะแนนตกอย่างนั้นหรือ มันตกตรงไหน เลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า ผมขอแสดงความยินดีล่วงหน้าว่า พรรคภูมิใจไทยได้ไม่เกิน 10 ที่นั่ง เหลือแค่ จ.บุรีรัมย์เท่านั้น ตอนนั้นคุณชวรัตน์เลิกเล่นการเมืองแน่ เพราะนอกจากนั้นปิดกล่อง ส่วนคุณชวรัตน์ถ้าลงสมัคร ส.ส.เขตไหนใน กทม.ผมขอท้าจะลงแข่งในเขตนั้นด้วย และถ้านายชวรัตน์ได้คะแนนเกินครึ่งหนึ่งของผม ๆจะขอเดินเข้าไปสวัสดีแล้วบอกว่า “เฮียจิ้นเก่งจริง จริ๊ง” ส่วนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ปราจีนบุรีนั้น ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะ ผมบอกตรงนี้ว่าเป็นของแถม แต่ถ้าเราแพ้ก็ไม่เป็นไร ครั้งนี้ไม่ใช่พรรคเพื่อไทยแข่งกับพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นพรรคเพื่อไทยแข่งกับตระกูลวิลาวัลย์ แต่ถ้าเป็นภาคอีสานเราแพ้ไม่ได้ "ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

พธม.ขู่นำประชาชนชุมนุมค้านแก้ไขรธน.50

 ที่บ้านพระอาทิตย์  แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มี พลตรี จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายสำราญ รอดเพชร นายศรัญญู วงษ์กระจ่าง แกนนำพันธมิตรฯ รุ่นที่ 2 ร่วมกันออกแถลงการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 1/2553 เรื่อง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์วิกฤติของประเทศชาติ โดยมีนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เคยยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ทำงานเพื่อรักษาผลประโยชน์ต่อประเทศชาติตามแถลงการณ์ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 29/2551 ลงวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551 นั้น

 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ให้โอกาสรัฐบาลบริหาราชการแผ่นดินมาเป็นเวลา 1 ปีเศษแล้ว เห็นว่ารัฐบาลชุดดังกล่าวยังไม่สามารถปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ดังประเด็นต่อไปนี้

 หนึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่สามารถขจัดปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นให้บรรเทาเบาบางได้ ไม่ดำเนินการกับกรณีการทุจริตคอร์รัปชั่นในอดีต

 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังคงยืนยันอีกครั้งที่จะคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ใน 3 ประเด็น คือ คัดค้านมิให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปลี่ยนแปลงพระราชอำนาจและโครงสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ คัดค้านมิให้ฟอกความผิดให้กับนักการเมืองและพวก และคัดค้านมิให้แก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของนักการเมืองกันเอง

 ดังนั้นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอยืนยันว่าความผิดที่เกิดขึ้น เพราะการกระทำของนักการเมือง ไม่ใช่เป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญ ดังนั้นกระแสข่าวการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นการกระทำเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองทั้งสิ้น ซึ่งถือเป็นความเสียหายของชาติบ้านเมืองโดยที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อันใด

 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอยืนยันที่จะดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเรียกร้องซึ่งยังไม่ได้รับการตอบสนองต่อไป จนกว่าจะประสบความสำเร็จตามความมุ่งหมายของเหล่าวีรชน และประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างถึงที่สุด

 ต่อมาทางแกนนำพันธมิตรฯได้ร่วมแถลงต่อจุดยืน โดยนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกล่าวภายหลังแถลงการณ์เสร็จสิ้นว่า ในปีที่ผ่านมาสงครามประชาชนที่ระบอบทักษิณสร้างขึ้นยังไม่สำเร็จ และขยายตัวไปเป็นข้อขัดแย้งระหว่างประเทศโดยเฉพาะที่ชัดเจน คือ การนำความขัดแย้งขยายไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ระบอบทักษิณสามารถประสบความสำเร็จ และเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับการแก้ปัญหาของประเทศไทย

 นายสมเกียรติ กล่าวว่า ในปี 2553 จึงเป็นการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของระบบทุนสามานย์ ซึ่งมีองค์ประกอบในการก่อสงครามจรยุทธ์ และสงครามกลางเมือง โดยวิเคราะห์จากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง 3 จังหวัดที่ผ่านมา อาจทำให้เกิดกองกำลังในภาคชนบทเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการประสานกับระบอบฮุนเซน ในการร่วมมือกันพัฒนากองกำลังไร้สัญชาติ มีการฝึกกองกำลัง โดยขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กัมพูชาเป็นฐานที่มั่นในการบัญชาการ

 นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า ในส่วนการรับมือของรัฐบาล โดยเฉพาะด้านความมั่นคง สภาความมั่นคง สำนักข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (กอ.รมน.) ด้านการข่าวทหาร และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง มีการทำงานน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

 พล.ต.จำลอง กล่าวว่า พันธมิตรประชาชนมีจุดยื่นในการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่ทำเพื่อผลประโยชน์นักการเมืองมาโดยตลอด หากมีการเคลื่อนไหวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทางพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะออกมาร่วมตัวคัดค้านปกป้องรัฐธรรมนูญอีกครั้ง

 นายพิภพ กล่าวว่า รัฐบาลโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่า รัฐธรรมนูญ ปี2540 ทำให้เกิดระบอบทักษิณได้อย่างไร ซึ่งทางพันธมิตรจะคัดค้านถึงที่สุดหากมีการนำรัฐธรรมนูญ ปี2540 กลับมาบังคับใช้ ส่วนในเรื่องของการคอรัปชั่นภายในรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีต้องมีความกล้าในการปราบปรามการคอรัปชั่น

 นายสมศักดิ์ กล่าวเสริมว่า อยากให้รัฐบาลได้ใช้กฎเหล็ก 9 ข้อที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประกาศใช้ในการจัดการการคอรัปชั่น ให้สามารถบังคับใช้ได้กับทุกพรรค