
อัยการย้ำไม่มีใครชี้นำคดีอุ้มฆ่า"อัลรูไวลี่"
อัยการสูงสุดยันไม่มีการเมืองชี้นำคดีอุ้มฆ่า "อัลรูไวลี่" เชื่อทันกำหนดนัดสั่งคดี 12 ม.ค.นี้ "ปณิธาน" เผยทิศทางของคดีเดินหน้าไปได้ ส่งผลการฟื้นฟูความสัมพันธ์สองชาติ
หลังมีกระแสข่าวนักการเมืองเข้ามาชี้นำการพิจารณาสำนวนการสอบสวนและสั่งคดีฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย พระญาติกษัตริย์ไฟซาลแห่งซาอุดีอาระเบียนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 มกราคม นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ออกมาปฏิเสธว่า ไม่มีการเมืองมาวุ่นวายในการสั่งคดีนี้ องค์กรอัยการมีอิสระการพิจารณาสั่งคดีต้องเป็นไปตามเอกสารพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวนเท่านั้น
ด้านนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าวว่า ไม่ได้มีความรู้สึกหนักใจ ไม่มีใครมากดดันหรือล้วงลูก อัยการสูงสุดก็ไม่เคยที่จะสอบถามหรือสั่งการใดๆ เป็นพิเศษ คดีนี้ผู้ต้องหายืนคำร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดให้พิจารณาสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มเติมอีก 8 ประเด็น
ส่วนนายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องขอความเป็นธรรมของผู้ต้องหาว่าเป็นสาระสำคัญที่จะต้องสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ รวมทั้งประเด็นที่ผู้ต้องหาร้องว่าการดำเนินคดีซ้ำซ้อนนั้นจริงหรือไม่ด้วย โดยยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยว่าจะสั่งคดีไปในแนวทางใด อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมั่นใจว่าจะสามารถมีคำสั่ง ทั้งส่วนคำร้องขอความเป็นธรรมของผู้ต้องหา และคำสั่งว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหา ทันกำหนดนัดสั่งคดีในวันที่ 12 มกราคมนี้
ขณะที่นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 11 มกราคมนี้ อุปทูตซาอุฯ จะเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประเทศไทยจะใช้โอกาสนี้แสดงความจริงใจในการติดตามการดำเนินคดีการหายตัวไปของนายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ ทั้งนี้ทิศทางของคดีจะเดินหน้าไปได้ จึงเป็นผลดีสำหรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ



