
ธีระเร่งกรมวิชาการ-สศก.หาอุปสรรคส่งออกสินค้าเกษตร
ธีระเร่งกรมวิชาการ-สศก.หาสาเหตุอุปสรรคการส่งออกสินค้าเกษตร หวังรักษาประโยชน์สินค้าเกษตรของไทยจากการเปิดการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น หลังพบตัวเลขการส่งออกต่ำกว่าโควต้าให้นำเข้าไปญี่ปุ่นตามข้อผูกพันเจเทปป้า
นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามข้อผูกผันทางการค้าซึ่งประเทศไทยมีกับประเทศต่าง ๆ ในการเปิดเสรีการค้าสินค้าเกษตร ที่ได้มีการจัดสรรโควตาสินค้าเกษตรเพื่อส่งออกไปยังประเทศคู่เจรจาในแต่ละปี โดยเฉพาะการจัดสรรโควตาภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ่น หรือ เจเทปป้าที่ได้เริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2550 เป็นต้นมา ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ พบว่าปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรจริงนั้นต่ำกว่าปริมาณโควตาที่ประเทศไทยได้รับการจัดสรร
ทั้งนี้สาเหตุหลักน่าจะมาจากมาตรฐานการผลิตซึ่งแต่ละประเทศผู้นำเข้าได้ตั้งไว้สูงมาก รวมถึงบางรายสินค้า เกษตรกรหรือผู้ประกอบการยังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงกระบวนการผลิต ให้ตรงตามมาตรฐานการนำเข้าสินค้าเกษตรของแต่ละประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงไป และปริมาณผลผลิตที่ออกมาในช่วงขณะนั้น ไม่เพียงพอกับความต้องการและสอดคล้องกับช่วงระยะเวลาในการดำเนินการจัดสรรโควตาการส่งออกในแต่ละปี
ดังนั้น จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละรายชนิดสินค้า ไปวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ปริมาณการส่งออกไม่เป็นไปตามที่มีการจัดสรรโควตาไว้ ได้แก่ กล้วยสด ที่กระทรวงเกษตรฯ มีพันธกรณีภายใต้กรอบเจเทปป้า ในการจัดสรรโควตาส่งออกกล้วยสดปลอดภาษีไปญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 โดยจากข้อมูลล่าสุดในปี 2551 ที่ผ่านมาพบว่า ปริมาณโควตาที่ญี่ปุ่นให้ไทยสามารถส่งออกกล้วยสดไปญี่ปุ่นได้จำนวน 5,000 ตัน แต่มีการส่งออกกล้วยสดไปญี่ปุ่นจริงมีเพียง 2,440.30 ตันเท่านั้น
สำหรับในปี 2552 ปริมาณโควตาการส่งออกกล้วยสดอยู่ที่ 6,000 ตัน โดยจะเริ่มดำเนินการจัดสรรโควตาให้แก่ผู้ส่งออกในช่วง 1 เมษายน - 31 มีนาคมนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการจัดสรรโควตาส่งออกกล้วยสดไปญี่ปุ่น ที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์แล้ว ซึ่งในเรื่องกล้วยสดนี้ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร ดูแลในเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิดรวมทั้งวิเคราะห์หาสาเหตุ ปัญหา และอุปสรรคที่ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถส่งออกกล้วยสดได้ตามโควตา เพื่อเร่งเข้าไปแก้ไขปัญหา ซึ่งจะทำให้ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงเจเทปป้าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสัปะรดน้ำหนักไม่เกิน 900 กรัม ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ มีพันธกรณีภายใต้กรอบเจเทปป้าในการจัดสรรโควตาส่งออกสับปะรดสดปลอดภาษีไปญี่ปุ่นก็เช่นกัน ปี 2551 ที่ผ่านมาพบว่า ปริมาณโควตาที่ญี่ปุ่นให้ไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 150 ตัน แต่ประเทศไทยกลับไม่สามารถส่งออกสัปะรดสดขนาดดังกล่าวตามโควตาได้ เนื่องจากสัปะรดสดที่ส่งออกของไทยจะเป็นขนาด 1.2 - 1.5 กก. และปริมาณสับปะรดขนาดเล็กที่มีน้ำหนักไม่เกิน 900 กรัม ที่ผลิตได้ในประเทศมีไม่มากพอที่จะส่งออก โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เร่งเสนอประเด็นการเจรจาขอแก้ไขน้ำหนักของสับปะรดให้มีน้ำหนักระหว่าง 1.5 - 2.0 กก./หัว ผ่านคณะอนุกรรมการด้านการค้าสินค้า เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการส่งออกสับปะรดของไทยไปยังตลาดประเทศญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น



