ข่าว

ดูไบเปิดตัวตึกสูงสุดในโลกตระการตา

ดูไบเปิดตัวตึกสูงสุดในโลกตระการตา

05 ม.ค. 2553

ดูไบเปิดตัวอาคารสูงสุดแห่งใหม่ของโลกตระการตา โดยระดับความสูง 828 เมตร

(5ม.ค.) ชี๊คโมฮัมเหม็ด บิน ราชิด ผู้ครองรัฐดูไบ  1ใน 7 รัฐของสหรัฐฯอาหรับเอมิเรตส์ หรือ  UAE ทรงทำพิธีเปิดอาคารสูงที่สุดแห่งใหม่ของโลกเมื่อคืนที่ผ่านมา ท่ามกลางการจุดดอกไม้ไฟตระการตา และอาคารซึ่งเดิมมีชื่อเรียกว่า "เบอร์จ ดูไบ"หรือ"ดูไบ ทาวเวอร์" ได้ชื่อใหม่ว่า" เบอร์จ คาลิฟาร์" หลังจากมีพิธีเปิดแพรคลุมป้าย เผยชื่อเต็มของอาคารบนแผ่นป้ายว่า " ชี๊ค คาลิฟาร์ บิน ซาย์เอ็ด อัล-นาห์ยัน ทาวเวอร์" ซึ่งตั้งชื่อตามประธานาธิบดีของ UAE

 ชี๊คคาลิฟาร์ซึ่งทรงเป็นผู้ครองรัฐอาบูดาบี รัฐที่ร่ำรวยสุดใน 7 รัฐของ UAE ด้วย ได้ประทับอยู่ข้างพระญาติ คือ ชี๊คโมฮัมเหม็ด ผู้ทรงควบตำแหน่งรองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี ของ UAE ตลอดงาน ซึ่งข่าวระบุว่าในช่วงหนึ่งดูเหมือนว่าชี๊คโมฮัมเหม็ดจะมีพระอัสสุชลคลอเมื่อทอดพระเนตรมองอาคารที่น่าจะเป็นสัญญลักษณ์อันน่าภาคภูมิใจของความรุ่งเรืองของประเทศ และเป็นสัญญลักษณ์อันหาที่เปรียบไม่ได้ ในการที่รัฐดูไบจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของโลก แต่กลับต้องเปิดตัวในช่วงที่ดูไบกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนัก
และมีหนี้สินท่วมตัว

 ชี๊คคาลิฟาร์ผู้ซึ่งนิตยสาร"ฟอร์บส์"ประเมินว่ามีสินทรัพย์ส่วนพระองค์ 19,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 6 แสน 2 หมื่นล้านบาท ) ทรงเป็นผู้ตัดสินพระทัยเข้าช่วยกอบกู้เมื่อเดือนที่แล้ว ไม่ให้ดูไบต้องล้มละลาย โดยมีการอัดฉีดเงินช่วยทั้งทางตรงและทางอ้อมรวม 25,000 ล้านดอลลาร์ ( ราว  8 แสน 2 หมื่นล้านบาท ) ท่ามกลางความวิตกของบรรดาเจ้าหนี้ หลังจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลดูไบ คือ ดูไบ เวิร์ลด์ ประกาศเมื่อพฤศจิกายน ขอชลอการชำระหนี้มูลค่า 59,000 ล้านดอลลาร์ ( ราวเกือบ  2 ล้านล้านบาท ) ออกไป 6 เดือน

 ในขณะที่วงออร์เคสตร้าบรรเลง ได้มีการฉายวิดีโอเผยความลับที่ปิดกันมานานว่า ความสูงที่แท้จริงของอาคารแห่งนี้คือ 828 เมตร หรือ 2,717 ฟุต สูงกว่าอดีตผู้ครองตำแหน่งอาคารสูงสุดของโลกก่อนหน้านี้คือ" ไทเป 101" ของไต้หวัน มากถึง  319 เมตร  มีชั้นมากกว่า 200 ชั้น แต่มีชั้นที่จะมีคนอาศัยอยู่ 160 ชั้น ส่วนที่เหลือใช้สำหรับการให้บริการต่างๆ 

 บริษัทเจ้าของโครงการคือ อีมาร์ พรอพเพอร์ตี้ บอกว่าใช้เงิน 1,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 50,000 ล้านบาท)ในการก่อสร้างอาคารคอน กรีตกับโลหะและกระจกแห่งนี้ที่ได้รับการขนานนามว่า " เมืองในแนวตั้ง"(vertical city) ประกอบด้วยอพาร์ตเมนต์หรูกับสำนักงาน และโรงแรมหรูขนาด 160 ห้องนอนที่ออกแบบโดยจิออร์จิโอ อาร์มานี่

  เกรค แซง แห่ง" อีมาร์ พรอพเพอร์ตี้" ยืนยันว่า เชื่อมั่นในความปลอดภัยของอาคาร ซึ่งมีชั้นที่เรียกว่าชั้นหลบภัย ( refuge floors) ในช่วงระหว่างชั้นที่ 25-30  ซึ่งทนไฟมากกว่า และมีระบบอากาศแยกจากส่วนอื่นในกรณีฉุกเฉิน เขากล่าวด้วยว่า โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก แข็งแรงกว่าตึกระฟ้าทั่วไปที่เป็นโครงเหล็ก และว่าอาคารแข็งแรงมาก เครื่องบินไม่อาจพุ่งทะลุอาคารได้แบบที่เคยพุ่งทะลุโครงสร้างเหล็กของอาคารเวิร์ล เทรด เซ็นเตอร์ของสหรัฐฯ ในเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน