
"บิ๊กป้อม" ไม่ร่วมประชุมใหญ่ พปชร. หวังเปิดทางสมาชิกโหวตอิสระ
"บิ๊กป้อม" ไม่ร่วมประชุมใหญ่ พปชร. หวังเปิดทาง สมาชิกโหวตอิสระ "ไพบูลย์" เผยเจ้าตัวไม่อยากรับหัวหน้าพรรค แต่เพื่อยุติขัดแย้ง - หนุนงาน"บิ๊กตู่"
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน เวลา 12.30 ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม เมืองทองธานี นายไพบูลย์ นิติตะวัน รักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคพปชร. ว่า วันนี้ตนจะเสนอที่ประชุมแก้ไขข้อบังคับในหลายๆเรื่องเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการของพรรค รวมถึงแก้ไขตราสัญลักษณ์ของพรรค การย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่
นอกจากนี้จะมีเรื่องการปรับโครงสร้างและจำนวนกรรมการบริหาร(กก.บห.)กำหนดให้ไม่เกิน 29 คน โดยเฉพาะการเลือก กก.บห.ที่จะมีการปรับปรุงให้การเลือกชัดเจนมากขึ้น โดยจะมีการเสนอชื่อผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค และมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า 30 คน จากนั้นเข้าสู่การลงคะแนนแบบลับ จากนั้นจะเป็นการเลือกเลขาธิการพรรค เหรัญญิก นายทะเบียนพรรค และกรรมการบริหาร จำนวน 20 คน เมื่อลงคะแนนเสร็จแล้ว รายชื่อทั้งหมดจะมีผลปฏิบัติหน้าที่นับตั้งแต่ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ
เมื่อถามว่า เมื่อได้กก.บห.ชุดใหม่แล้วจะทำให้ความขัดแย้งในพรรคยุติหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า เหตุผลที่เลือกกก.บห.ชุดใหม่เพื่อให้มีความเอกภาพ มีความเป็นหนึ่งเดียวกันและสามัคคี เพื่อให้การทำงานของพรรคเป็นไปด้วยความมั่นคง เพื่อสนับสนุนการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม
อย่างไรก็ตาม การเทียบเชิญพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและประธานยุทธศาสตร์พรรค เป็นการขอร้องจากสมาชิกพรรคให้มาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งพล.อ.ประวิตร ระบุว่า ในหลักการถ้าเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา และเป็นประโยชน์ให้กับพรรค ก็ต้องแล้วแต่สมาชิกพรรคในการประชุมใหญ่ครั้งนี้ ทั้งนี้เพื่อให้สมาชิกได้ใช้ดุลพินิจในการลงคะแนนได้อิสระอย่างแท้จริง ถ้ามีสมาชิกพรรคเสนอและที่ประชุมเห็นชอบ พล.อ.ประวิตร จึงไม่มาร่วมการประชุมในวันนี้
เมื่อถามว่า จะเป็นการดีกว่าหรือไม่ หาก พล.อ.ประวิตร จะแสดงวิสัยทัศน์เพื่อประกอบการพิจารณา นายไพบูลย์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ไม่ได้อยากเป็น แต่เราไปขอร้องท่านให้เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งการที่ท่านไม่ได้มาก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ แม้ข้อบังคับพรรคฉบับเดิมระบุว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อจะต้องอยู่ในที่ประชุม แต่ข้อบังคับดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ที่ท่านจะมาเพราะประโยชน์เดียวคือแก้ปัญหาของพรรค ทำให้พรรคเข้มแข็ง และเดินหน้าสนับสนุนนายกฯได้อย่างเต็มที่



