ข่าว

ผลเลือกตั้งซ่อม..ตัวเร่งล้ม"รัฐบาล"

ผลเลือกตั้งซ่อม..ตัวเร่งล้ม"รัฐบาล"

05 ม.ค. 2553

ถือเป็น "ศึกเดิมพัน" วัดบารมีระหว่างอดีตคนเคยรัก "ทักษิณ-เนวิน" อีกหนึ่งสนาม สำหรับการเลือกตั้งซ่อมเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.มหาสารคาม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม 2553 โดยสงครามตัวแทนของ 2 พรรคใหญ่ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดจากผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย "ประยุทธ์ ศ

 แม้ในที่สุดฝั่ง "มุมน้ำแดง” เพื่อไทย จะเอาชนะ "มุมน้ำเงิน" ภูมิใจไทย ไปได้เพียงพันกว่าคะแนน

 แต่ดูจากตัวเลขก็ถือว่าเป็น "ชัยชนะแบบหืดขึ้นคอ" หากนำไปเทียบกับศึกเลือกตั้งซ่อม 2 สนามที่ผ่านมาอย่าง จ.สกลนคร และ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งในครั้งนั้น "เพื่อไทย" สามารถกวาดมาได้ทั้ง 2 พื้นที่ ขณะที่ "ภท." ระดมกำลังทั้งภาครัฐและฝ่ายการเมือง แต่ก็ยังแพ้ "เพื่อไทย" ราบคาบ

 แต่ครั้งนี้กลับตรงกันข้าม "ภูมิใจไทย" ออกลูกนิ่ง ไม่โหมกระแสเหมือนที่ผ่านมา หลังมีบทเรียนจากเลือกตั้งซ่อมทั้ง 2 ครั้ง ตรงข้ามกับ "ฝั่งเพื่อไทย" ที่ระดมทัพหลวงและสรรพกำลังทุกด้าน จัดคิวให้ "นายใหญ่" โฟนอินต่อเนื่องในหลายเวที เก็บคะแนนเตรียมความพร้อมล่วงหน้าหลายสัปดาห์

 โดยเฉพาะ "ทักษิณ" ได้ส่งระดับแม่ทัพภาคอีสานและขุนพลนายกอง ทั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พร้อมด้วย ส.ส.ไปเกาะติดในพื้นที่ แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งแบบถล่มทลายอย่างที่เคยบอกเอาไว้

 แม้ “พ่อใหญ่จิ๋ว” ประกาศก่อนรู้ผลว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ที่สำคัญทางการเมืองของพรรคที่มีต่อคนอีสาน ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยว่าคนอีสานยังคงต้องการ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาบริหารประเทศหรือไม่

 แต่ว่ากันว่าในช่วงโค้งสุดท้าย "ทักษิณ" และแกนนำ "พรรคเพื่อไทย" เอง ก็รู้ตัวว่าอีกฝ่ายรุกอย่างหนัก เนื่องจากเป็นศึกที่ "พรรคภูมิใจไทย" จะ "แพ้ไม่ได้" เห็นได้จากการทุ่มสรรพกำลัง ทั้งการส่งแกนนำลงพื้นที่ระดม เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่บนเดิมพันอนาคตการเมืองของภูมิใจไทยในภาคอีสาน

 เพราะความพ่ายแพ้ครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีแล้ว ยังเท่ากับเป็นการยิ่งตอกย้ำ "กระแสเนวิน" ในภาคอีสาน ให้จมดิ่งลงไปอีก

 และอาจมีผลกระทบในระยะยาวถึงการเลือกตั้งใหญ่ในอนาคต ตรงกันข้ามหาก "เนวิน" สามารถ “ตีกิน” ได้ ส.ส.จากการเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ จ.มหาสารคาม หรือปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคมัชฌิมาธิปไตยที่ย้ายมารวมกับ "ภูมิใจไทย" ด้วยแล้ว

 ก็ยิ่งจะทำให้ "เนวิน" กลับมาผงาด โดยเฉพาะมีพลังในการต่อรองทางการเมือง

 แต่เมื่อผลการเลือกตั้งซ่อมที่ "เพื่อไทย" ชนะ "ภูมิใจไทย" แบบไม่ขาดเช่นนี้ ในมุม "เนวิน-ภท." แม้ไม่ได้ที่นั่ง ส.ส.มหาสารคามมา แต่คะแนนที่ห่างกันแค่พันกว่าคะแนนก็เป็นผลที่น่าพอใจ

 ความหนักใจน่าจะไปตกอยู่ที่ "ทักษิณ-เพื่อไทย" ที่ต้องกลับมาวิเคราะห์ประเมินว่าเหตุใด คะแนนจึงทิ้งห่างกันไม่มาก เพราะเป็นสัญญาณว่า “ทักษิณ-เพื่อไทย-เสื้อแดง” อาจต้องเหนื่อยหนักในศึกเลือกตั้งใหญ่

 เพราะการใช้ยุทธศาสตร์หาเสียงด้วยการใช้ "กระแสคนเสื้อแดง" นำร่อง ไม่นับเครือข่ายการสื่อสารของคนเสื้อแดง พร้อมชูจุดขาย "อยากให้ทักษิณกลับมาต้องเลือก ส.ส.เพื่อไทย" โดยให้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริง "ทักษิณ" วิดีโอลิงก์มาในเวทีปราศรัยจุดต่างๆ

 ขณะที่ "ภูมิใจไทย" ทิ้งไม้ตายชูสโลแกนหาเสียงให้คนตัดสินใจ จะเลือก "ชาติบ้านเมืองหรือจะเลือกทักษิณ"

 ยิ่งผลคะแนนที่ออกมาอย่างไม่เป็นทางการในช่วงแรก ปรากฏว่า "ฐานเสียงคนระดับกลางหรือคนในเขตเมืองมหาสารคาม" เทคะแนนให้คนของภูมิใจไทยชนะเพื่อไทยเกือบหมื่นคะแนน นอกนั้นคะแนนของทั้งสองพรรคทิ้งห่างกันไม่มาก แบบไม่มากนัก

 ยิ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า "กระแสทักษิณ-เสื้อแดง" ไม่ได้แรงอย่างที่โหมกระแสไว้

 ทำให้ผลการเลือกตั้งซ่อม จ.มหาสารคาม ที่ไม่เป็นไปตามเป้าของ "เพื่อไทย" ครั้งนี้ จึงน่าจะเป็นแรงบีบให้ "ทักษิณ-เพื่อไทย" ต้อง "เร่งปิดเกมโค่นรัฐบาล" พร้อมๆ ไปกับทำให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็วที่สุด

 เพราะหากยิ่งปล่อยให้ "รัฐบาลประชาธิปัตย์" ทอดเวลาอยู่ยาวไปนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีผลต่อกระแสของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะหากพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคภูมิใจไทย สามารถกดดันพรรคประชาธิปัตย์ให้มี ”การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” เปลี่ยนมาเป็น ”เขตเลือกตั้งเล็ก” ที่ง่ายต่อการบริหารจัดการได้สำเร็จ

 ก็อาจปิดเส้นทางกลับสู่อำนาจของ "ทักษิณ" ที่ตั้งเป้ารักษาแชมป์มีที่นั่ง ส.ส.ในสภามากที่สุด ชนิดที่อาจไม่ได้ผุดได้เกิดบนเส้นทางการเมืองอีกเลย !!!

**ณยา ใจกาวัง**