ข่าว

ปมแก้ไขรธน.ศึกใหญ่ใน"ประชาธิปัตย์"

ปมแก้ไขรธน.ศึกใหญ่ใน"ประชาธิปัตย์"

05 ม.ค. 2553

หลังจากกระแส "พรรคร่วมรัฐบาล" กดดัน "พรรคประชาธิปัตย์" ให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ถึงขั้นพูดจาข่มขู่ หากไม่ดำเนินการอาจมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง

 พรรคร่วมรัฐบาลที่เสียงดังที่สุดในขณะนี้มี 2 พรรค คือ "พรรคชาติไทยพัฒนา" ที่มี "ป๋าเติ้ง" บรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และ "พรรคภูมิใจไทย" ที่มี "เนวิน ชิดชอบ" แกนนำพรรค ออกมาเคลื่อนไหว แสดงความเห็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน

 โดยเฉพาะ "บรรหาร" และ "เนวิน" มีความเห็นตรงกันควรให้มีการแก้ไขในประเด็นการทำหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา เพราะอาจไม่ทันการณ์ เสียเปรียบประเทศอื่น หากต้องไปทำสัญญากับต่างประเทศ แล้วต้องนำเรื่องมาขออนุญาตสภาก่อนจะทำให้เกิดความล่าช้า อาจเสนอให้ออกกฎหมายกำหนดประเภทของสัญญาที่ต้องนำมาให้รัฐสภาเห็นชอบ

 นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่มาของ ส.ส. ที่อยากให้กลับไปใช้แบบ "เขตเดียวเบอร์เดียว" ตามที่รัฐธรรมนูญปี 2540 กำหนด 

 เนื่องจากเห็นว่า การเลือกตั้งแบบเรียงเบอร์ในรัฐธรรมนูญปี 2550 ทำให้ "พรรคเล็ก" เสียเปรียบพรรคการเมืองขนาดใหญ่ และสุดท้ายการเมืองไทยก็จะเหลือเพียง 2 ขั้วเท่านั้น

 นั่นหมายถึงจะเหลือเพียง "พรรคเพื่อไทย" และ "พรรคประชาธิปัตย์" เท่านั้น!

 จะเห็นได้จากการเลือกตั้งที่ จ.สกลนคร และศรีสะเกษ ที่พรรคเพื่อไทยชนะถล่มทลาย รวมทั้งการเลือกตั้งที่ "มหาสารคาม" แกนนำในพรรคภูมิใจไทยเชื่อว่า ถ้าเป็นการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์ "พรรคภูมิใจไทย" ชนะการเลือกตั้งอย่างแน่นอน

 จึงไม่แปลกที่ "พรรคประชาธิปัตย์" จะถูก "พรรคร่วมรัฐบาล" มองว่า พยายามเตะถ่วงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่าการใช้รัฐธรรมนูญปี 2550 ค่อนข้างจะเอื้อต่อพรรคประชาธิปัตย์

 ดังนั้นทันทีที่มีการเปิดประชุมสภา "พรรคประชาธิปัตย์" จะถูก "พรรคร่วมรัฐบาล" กดดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างหนัก

 อย่างไรก็ตาม "พรรคประชาธิปัตย์" เองก็รู้ว่า "พรรคร่วม" กดดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะก่อนสิ้นปี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือร่วมกับกรรมการบริหารพรรคเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่บ้านพักของ "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ" รองนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรค ย่านถนนติวานนท์-ปากเกร็ด

 ก่อนการหารือในครั้งนั้น มีรายงานว่า "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรค ได้ไปพูดคุยกับ "กรรมการบริหารพรรค" เพื่อขอเสียงสนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

 ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ของ "กรรมการบริหารพรรค" คล้อยตาม "สุเทพ"

 เมื่อเรื่องนี้ "รู้ถึงหู" "อภิสิทธิ์" จึงขอให้ "ผู้ใหญ่ในพรรค" ประกอบด้วย "ชวน หลีกภัย" ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค "บัญญัติ บรรทัดฐาน" กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค "เทอดพงษ์ ไชยนันทน์" กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค ไปร่วมรับฟังความเห็นของ "กรรมการบริหารพรรค" ในครั้งนี้ ที่บ้านพักของ "กอร์ปศักดิ์"

 โดยในที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ "กรรมการบริหารพรรค" แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ

 หลังจากเปิดโอกาสให้ "กรรมการบริหารพรรค" ได้แสดงความคิดเห็น ในที่ประชุมมีการซักถาม โดย "ชวน หลีกภัย" ขอให้มีการอภิปรายถึงข้อดี-ข้อเสียของการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 หากมีการแก้ไขแล้วประชาชนได้อะไร

 นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีการแสดงความเห็นว่า พรรคไม่ควรไปเต้นตามกระแส และทุกวันนี้พรรคไม่ได้รับผลกระทบจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 แต่อย่างใด

 ซึ่งในที่ประชุมครั้งนั้น เมื่อการอภิปรายไม่สามารถให้คำตอบแก่ "ผู้ใหญ่" ในพรรคได้ จึงตัดสินใจมอบให้ที่ประชุมพรรคตัดสินอีกครั้ง

 ดังนั้นประเด็น "แก้ไขรัฐธรรมนูญ" จึงไปตกหนักอยู่ที่ "สุเทพ" ในฐานะเลขาธิการพรรค ซึ่งทำหน้าที่ "มือประสาน" พรรคร่วมรัฐบาล

 หลังจากเกิดข่าว "พรรคร่วมรัฐบาล" ไม่พอใจท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ และ "บรรหาร" เตรียมหารือกับ "ฝ่ายค้าน" โดยมี "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" ประธาน ส.ส.เพื่อไทย ในวันที่ 10 มกราคมนี้

 ขณะที่ "สุเทพ" ก็รีบชิงออกมาให้สัมภาษณ์ว่า จะนัดหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนเปิดประชุมสภาในวันที่ 21 มกราคมนี้

 แต่ก่อนที่ "สุเทพ" จะไปหารือกับ "พรรคร่วมรัฐบาล" คงต้องเคลียร์ปัญหาภายในพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้ก่อน เพราะดูแล้วปัญหาในพรรคน่าจะแก้ยากกว่าคุยกับพรรคร่วม โดยเฉพาะกับ "ผู้ใหญ่" ในพรรค