
เตือนภัยมิชฉาชีพ ตีเนียนเป็นเจ้าบ้าน หลอกกู้รายวันแล้วหนี เจ้าของบ้านซวยต้องใช้หนี้แทน
เตือนภัยมิชฉาชีพ ตีเนียนเป็นเจ้าบ้าน หลอกกู้รายวันแล้วหนี เจ้าของบ้านซวยต้องใช้หนี้แทน ทำทีมาเช่าหน้าบ้านเปิดร้านขายส้มตำ แอบเอาที่อยู่ไปปลอมบัตรประชาชนถมอ้างเป็นเจ้าของบ้านเพื่อกู้เงินรายวันก่อนหอบข้าวของหนีลอยนวล
วันที่ 26 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีผู้ใช้เฟสบุครายหนึ่งโพสต์ภาพหญิงสาวสองคนพร้อมข้อความว่า “เตือนภัย !! 2คนในภาพ คือ1ในแก้งมิจฉาชีพ มีมากัน4คน หญิง3 ชาย1 ใครพบเห็น2คนในภาพนี้ โทรแจ้งเบอร์นี้ให้ด้วยนะคะ 0933176434 มาออกอุบายทำทีขอเช่าพื้นที่หน้าบ้านขายของ ขายส้มตำ ไก่ย่าง โดยจะเลือกเข้าบ้านหลังที่มีเฉพาะคนแก่ คนกลุ่มนี้ปลอมแปลงเอกสาร โดยเอาที่อยู่ของเจ้าบ้าน ไปปลอมแปลงทำมาเป็นที่อยู่ของตนเอง โดยนำเอกสารที่ปลอมแปลงนั้น ไปยื่นขอเงินกู้ โดยเจ้าของเงินกู้ก็หลงเชื่อ คิดว่าเป็นเจ้าของบ้านตัวจริง มารู้ก็สายไปแล้วเพราะคนกลุ่มนี้ไวมาก มาบ้านเรา 10.30 น. ออกจากบ้านเราไป 17.30.น. มาวันที่ 25/6/2563 (วันนี้) เจ้าหนี้จะมาเก็บเงินรายวัน พอมาถึงบ้านก็ไม่เห็นแล้ว จึงรู้ความจริงว่าโดนหลอก ระวังด้วยนะคะ บ้านไหนที่มีคนแก่ ไม่ควรปล่อยให้อยู่คนเดียว ช่วยแชร์ด้วยนะคะ แชร์ไปเยอะๆ ไม่งั้นจะโดนแบบบ้านเราคะ”
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบพบนางทองแส แลพั้ว อายุ 70 ปี ที่บ้าน ซึ่งได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อหลายวันก่อนได้มีชาย 1 คน หญิง 3 คน นั่งรถยนต์กระบะมาขอเช่าพื้นที่หน้าบ้านเพื่อที่จะขายส้มตำไก่ย่าง โดยพูดภาษาพื้นบ้านหล่มสัก ตนเห็นว่าเป็นคนอำเภอเดียวกันจึงให้เช่า และนอกจากนั้นกลุ่มดังกล่าวยังได้เดินไปดูบ้านตรงข้ามด้วยแต่ไม่ได้ติดต่อเช่าเนื่องจากไม่มีคนอยู่ กระทั่งเช้าวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมาทั้ง 4 คนกลับมาอีกครั้งคราวนี้เตรียมอุปกรณ์ขายไก่ย่าง ขายส้มตำ มาเปิดขายตั้งแต่ 4 โมงเช้า ซึ่งในระหว่างวันที่ขายส้มตำนั้นมีทั้งหมดนั่งนอนอยู่หน้าบ้าน รวมทั้งหากไม่มีลูกค้าผู้หญิง 2 คนก็จะไปนอนเล่นใต้ต้นมะม่วงที่บ้านตรงข้าม กระทั่งเย็นก็ขนอุปกรณ์ทั้งหมดขึ้นรถโดยบอกว่าจะไปขายตลาดนัด กระทั่งเช้าวันที่ 25 มิ.ย.ได้มีคนเก็บเงินกู้รายวันมาขอเก็บหนี้เงินกู้ตนตกใจมากจึงเรียกหลานสาวมาพูดคุย
น.ส.รวิพร แอดแฮด อายุ 26 ปี หลานสาวของนางทองแส เปิดเผยว่า ตนเห็นกลุ่มดังกล่าว มาเปิดร้านขายส้มตำไก่ย่างจึงลองไปซื้อและสอบถามพูดคุย แต่กลุ่มดังกล่าว ไม่คุยด้วยตนจึงเริ่มสงสัยและให้ยายระวังตัว หลังจากนั้นตนจึงไปทำงานที่ในตัวอำเภอหล่มสัก กระทั่งรุ่งเช้าได้มีคนมาเก็บหนี้เงินกู้รายวันพร้อมทั้งแจ้งว่าคนกู้ชื่อ “เข็มเพชร แสงสีดา” อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 3 ต.น้ำก้อ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ตนจึงบอกไปว่าบ้านเลขที่นี้ไม่มีคนชื่อเข็มเพชร พร้อมทั้งขอดูเอกสารและรูปถ่าย ซึ่งก็ปรากฏว่า บัตรประชาชนที่อยู่เป็นของบ้านยาย แต่รูปถ่ายเป็นของคนที่มาเช่าบ้านจึงรู้ว่าเป็นพวกมิจฉาชีพอย่างแน่นอน และจากการสอบถามพนักงานเงินกู้รายวันทราบว่าหญิงสาวทั้งสองคนได้โทรศัพท์ไปขอกู้เงินรายวันชื่อ “เข็มเพชร แสงสีดา ขอกู้ 8,000 บาท และอรฉัตร พลอยจินดา บ้านเลขที่ 20 หมู่ 3 ต.น้ำก้อ อ.หล่มสัก ซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน ขอกู้ 4,000 บาท และได้ส่งเอกสารทางไลน์ตนจึงขับรถยนต์เอาเงินมาให้ที่บ้าน โดยทั้ง 2 คนเดินมาเอาที่ในรถริมถนนโดยไม่ให้ตนลงไปโดยอ้างว่าทั้งสองคนเป็นลูกสาวเจ้าของบ้านทั้งสองหลัง และไม่อยากให้รู้เรื่อง จึงได้มอบเงินให้ทั้งสองคนไปรวมเป็นเงิน 12,000 บาท พอรุ่งเช้าก็จะมาเก็บเงินกู้ตามสัญญาจึงรู้ว่าถูกหลอกแล้ว
หลังจากเงินกู้รายวันเจ้าแรกกลับไปแล้ว ในช่วงเย็นเงินกู้รายวันรายที่สองก็ได้ขับรถเพื่อจะมาเก็บเงินกู้อีกพร้อมทั้งถามหาทั้งสองคน ตนจึงบอกว่าโดนหลอกเหมือนรายแรกแล้ว หลังจากนั้นตนเห็นท่าไม่ดีจึงได้พายายและเจ้าของบ้านตรงข้ามไปแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสองในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป เพราะตนก็ไม่รู้ว่าแก๊งค์นี้จะไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก หรืออาจจะเอาเอกสารดังกล่าวไปทำธุรกรรมอย่างอื่นจนเกิดความเสียหายตามมาก็เป็นได้
ด้านนางคำตัน ปันทา อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 3 ต.น้ำก้อ อ.หล่มสัก เปิดเผยว่าในวันที่กลุ่มดังกล่าวมาเปิดร้านขายส้มตำซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านตน ได้มีหญิงสาว 2 คน ตามในภาพ มานั่งและนอนเล่นที่เปลใต้ตนมะม่วง ตนก็ไม่ได้เอะใจเพราะเห็นว่าเป็นคนขายส้มตำอาจจะมานอนเล่น นอนพักผ่อนก็เป็นได้ ตนจึงทำงานอยู่หลังบ้าน กระทั่งเช้าวันที่ 25 มิ.ย.ได้มีเจ้าหนี้เงินกู้รายวันมาทวงเงิน โดยบอกว่าคนกู้เป็นลูกสาวตนเอง ตนจึงตกใจเป็นอย่างมากจึงได้บอกกับเงินกู้รายวันว่าลูกตนอยู่กับหลานสาว ไม่ได้อยู่กับลูกสาว จึงมารู้ภายหลังว่ากลุ่มที่มาขายส้มตำได้นำเอาที่อยู่ไปปลอมแปลงในบัตรประชาชนและนำไปกู้เงินกับเงินกู้รายวัน พร้อมทั้งอ้างว่าเป็นลูกสาวตนเอง จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.หล่มสักเช่นเดียวกัน
ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์



