ข่าว

ฟันธงไทยพ้นกับดักเงินฝืดแน่นอนธ.ค.เงินเฟ้อพุ่ง3.5%

ฟันธงไทยพ้นกับดักเงินฝืดแน่นอนธ.ค.เงินเฟ้อพุ่ง3.5%

05 ม.ค. 2553

เงินเฟ้อขยับขึ้น 3 เดือนติดต่อกัน เดือน ธ.ค.เพิ่มขึ้น 3.5% พาณิชย์การันตีไทยพ้นบ่วงเงินฝืดแน่นอนแล้ว กลับสู่ภาวะปกติ จูงใจผลิตสินค้าเพิ่ม ส่งผลต่อการจ้างงาน ส่วนทั้งปี 2552 ลดลง 0.9% "พรทิวา" ชง ครม.ของบ 300 ล้านบาท สานต่อโครงการธงฟ้าราคาประหยัด

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ แถลงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือนธันวาคม 2552 ว่า เงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มสูงขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เป็นการปรับสูงขึ้นต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 3 มีสาเหตุสำคัญจากราคาอาหารและเครื่องดื่ม ค่าน้ำประปา ค่ายานพาหนะและน้ำมันเชื้อเพลิง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปรับสูงขึ้น แต่เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2552 พบว่าเงินเฟ้อทั่วไปลดลง 0.1% เป็นผลจากการที่ราคาสินค้าทยอยลดลงจากเดือนก่อนหน้า เช่น ราคาสินค้าในหมวดอาหารสดและสินค้าอุปโภคบริโภคบางชนิดเริ่มปรับตัวลดลง ส่วนราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น ได้แก่ ข้าว เนื้อสุกร ไข่

 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2552 (ม.ค.-ธ.ค.) ปรับลดลง 0.9% นับเป็นอัตราที่ลดลงค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สาเหตุมาจากในช่วงครึ่งปีแรก ภาวะเศรษฐกิจไทยหดตัวอย่างมาก รวมทั้งราคาน้ำมันครึ่งปีแรกปรับตัวลดลงมากเมื่อเทียบกับปี 2551 นอกจากนี้รัฐบาลยังออกมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน พร้อมกับนโยบายเรียนฟรี 15 ปี มีผลให้เงินเฟ้อของประเทศติดลบอย่างต่อเนื่อง

 สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (เงินเฟ้อพื้นฐาน) เดือนธันวาคม 2552 อยู่ที่ 102.7 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดือนพฤศจิกายน 2552 และเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2551 ส่งผลให้ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานทั้งปี 2552 (ม.ค.-ธ.ค.) เพิ่มขึ้น 0.3%

 "เงินเฟ้อ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2552 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนว่าไทยพ้นภาวะเงินฝืดแน่นอนแล้ว และเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อเงินเฟ้อเข้าสู่ภาวะปกติจะทำให้ผู้ผลิตมีแรงจูงใจที่จะผลิตสินค้าเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการจ้างงานหรือเพิ่มชั่วโมงการทำงานมากขึ้น" นายยรรยง กล่าวและว่า ส่วนเงินเฟ้อปี 2553 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.0-3.5% ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 5 มกราคมนี้ นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะนำเสนอที่ประชุมของบประมาณจำนวน 300 ล้านบาท เพื่อมาจัดทำโครงการธงฟ้าราคาประหยัดลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนในปี 2553

 ทั้งนี้จากการติดตามราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคโดยรวม มีสัญญาณในหมวดสินค้าก่อสร้าง เช่น ปูน เหล็ก สายไฟฟ้า เตรียมที่จะปรับราคาสินค้าขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้น จากเหตุผลราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัว ซึ่งกระทบต่อต้นทุนขนส่ง แต่ยังเชื่อว่าราคาสินค้าในหมวดดังกล่าวจะปรับขึ้นไม่ชนเพดานที่กรมการค้าภายในกำหนดไว้