
เอกชนเร่งทำ"อีไอเอ-เอชไอเอ"ชงรัฐตั้งองค์กรอิสระ
เอกชนเร่งเดินหน้าทำอีไอเอ-เอชไอเอ หวั่นประชาชนไม่ให้ความร่วมมือดึงกระบวนการล่าช้า ด้านคณะกรรมการ 4 ฝ่าย คาดเสนอรัฐตั้งองค์กรอิสระภายในเดือน ม.ค. เตรียมหารือกฤษฎีกาวันที่ 6 ม.ค.นี้ ห่วงขัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกประกาศกำหนดแนวทางการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และการศึกษาผลกระทบทางสุขภาพ (เอชไอเอ) เรียบร้อยแล้ว จากนี้โครงการที่ถูกระงับก็จะเริ่มทยอยทำอีไอเอและเอชไอเอ แต่ภาคเอกชนยังไม่แน่ใจว่าการทำอีไอเอและเอชไอเอจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ โดยเป็นห่วงเรื่องความร่วมมือกับประชาชนที่จะมาให้ความเห็นในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการ เพราะถ้าประชาชนไม่ให้ความร่วมมือก็อาจทำให้การศึกษาอีไอเอและเอชไอเอล่าช้า
ส่วนการทำหน้าที่ของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสองนั้น ขณะนี้ยังมีการประชุมสัปดาห์ละ 3 ครั้ง โดยเหลือการกำหนดรายละเอียดองค์กรอิสระที่มาให้ความเห็น โครงการที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ซึ่งขณะนี้องค์กรอิสระยังมีความเห็นแตกต่างกัน ภาคเอกชนเห็นว่าควรมีหลายองค์กรทำหน้าที่ให้ความเห็น ส่วนภาคชุมชนเห็นว่าควรตั้งองค์กรขึ้นมา 1 แห่งทำหน้าที่ อาจทำให้การพิจารณาเรื่องนี้ต้องใช้ระยะเวลาอีกสักพักจึงจะทำความเข้าใจตรงกัน เมื่อกำหนดรายละเอียดได้แล้วก็จะออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีมาบังคับใช้
สำหรับการกำหนดประเภทกิจการที่กระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงยังไม่ได้ข้อสรุปว่าต้องมีการรับฟังความเห็นของประชาชนหรือไม่ ถ้ามีการรับฟังความเห็นของประชาชนก็ต้องกำหนดขอบเขตการรับฟังความเห็น และจัดการรับฟังทั่วประเทศ คาดใช้เวลา 3-5 เดือน
นายวีระพงษ์ ไชยเพิ่ม รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า หลังจากนี้ภาคเอกชนคงจะเร่งดำเนินการทำรายงานอีไอเอ เอชไอเอ และรับฟังความเห็นประชาชนทันที ขณะนี้ กนอ.ได้ตั้งคณะทำงานประสานการดำเนินตามมาตรา 67 วรรคสอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ ระหว่างเอกชนทำเอชไอเอ ช่วยดูว่าขั้นตอนใดที่ซ้ำซ้อนและตัดทิ้งได้
นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ โฆษกคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหามาบตาพุด เปิดเผยว่า ในการประชุมได้หาถึงการจัดตั้งองค์การอิสระชั่วคราว โดยกรรมการมีความเห็นตรงกันว่าให้ตั้งเป็นองค์กรอิสระระดับชาติองค์กรเดียว ทำหน้าที่ให้ความเห็นต่อโครงการ หรือกิจการรุนแรงสำหรับหน่วยงานอนุญาต คาดจะเสนอร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อจัดองค์กรอิสระต่อรัฐบาลได้ภายในเดือนมกราคมนี้
“วันที่ 6 มกราคมนี้ คณะกรรมการ 4 ฝ่าย จะเชิญผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาให้ความเห็น เนื่องจากพบว่าหากจัดตั้งด้วยการออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี อาจขัดต่อระเบียบบริหารราชการแผ่นดินปี พ.ศ.2534” นายบัณฑูร กล่าว



